13 ข้อ ที่ควรทำ และไม่ควรทำ เพื่อใช้บัตรเครดิต ให้จ่ายถูกกว่า เงินสด

ads

เผยเทคนิค ใช้บัตรเครดิต ที่มือใหม่ต้องอ่าน

บัตรเครดิต ผลิตภัณฑ์การเงินยอดนิยมที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ทุกการใช้จ่าย อาจเป็นเหมือนฝันร้ายสำหรับใครบางคน กลายเป็นหนี้บัตรเครดิตไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า Millennials หรือผู้ที่ปัจจุบันมีช่วงอายุตั้งแต่ 18-34 ปี ผลการสำรวจจาก Chimecard  เมื่อช่วงกรกฎาคมปี 2015 ชาวสหรัฐอเมริกาผู้มีช่วงอายุตั้งแต่ 21-35 รวมกว่า 1,262 คน พบว่า กลุ่มลูกค้า Generation ดังกล่าวต้องการเลือกใช้บัตรเดบิต มากกว่า บัตรเครดิตถึง 70% อย่างไรก็ตามการที่เราปิดรับ ทางเลือกในการใช้บัตรเครดิต อาจจะทำให้คุณพลาดสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ที่ไม่ใช่แค่ของรางวัลสะสม, รับ Cashback, แต่อาจหมายถึงโอกาสทางการเงินในด้านอื่นๆ อีกด้วย

เพราะหากคุณสามารถใจบัตรเครดิตได้อย่างถูกวิธีแล้ว บัตรเครดิตสามารถช่วยเเบ่งเบาเรื่องการเงินให้คุณได้อีกมาก ดังนี้

  • ประวัติเครดิตบูโรที่ดี จากการชำระยอดบัตรอย่างมีวินัย จะช่วยให้คุณสามารถทำเรื่อง กู้สินเชื่อบ้าน, กู้สินเชื่อรถยนต์ได้ง่ายกว่า 
  • สะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล ทำให้เราได้รับส่วนลดและสิทธิพิเศษจากร้านค้าที่ร่วมรายการ, สะสมไมล์ เพื่อรับตั๋วเที่ยวบินฟรี, และบริการพิเศษอื่นๆ เป็นต้น
  • รับเงินคืน คุณสามารถเลือกใช้บัตรเครดิต Cashback และรับสิทธิพิเศษเป็นตัวเงินได้อีกด้วย
  • แง่ของความปลอดภัย ถ้าหากคุณทำกระเป๋าตังหายและถูกนำบัตรไปรูดใช้ บัตรเครดิตที่ถูกขโมยสามารถตามเงินคืน หรือติดต่อเรื่องได้ง่าย รับเงินคืนเร็วกว่าบัตรเดบิต

จะเห็นได้ว่า บัตรเครดิตมีข้อดี สิทธิพิเศษมากมาย ที่อำนวยความสะดวกให้แก่เรา แบบที่การจ่ายเงินสดและบัตรเดบิตไม่สามารถให้เราได้ จะดีกว่าไหม หากเราเรียนรู้ที่จะควบคุมการใช้บัตรเครดิต นำข้อดีตรงของเขา มาช่วยเราประหยัดค่าใช้จ่ายของเราได้มากขึ้นอีกเท่าตัว เพื่อที่จะทำให้เราชีวิตดีขึ้นไปอีก แบบที่ไม่ต้องเจ็บตัว วันนี้ทางโปรโมชั่นส์ได้รวบรวม สิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำ ถ้าอยากใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี มาให้นักช้อปมือใหม่ได้อ่านกัน

6 สิ่งที่ไม่ควรทำ มือใหม่ต้องอ่าน

  1. อย่าสมัครบัตรเครดิตส่งๆ – ขั้นตอนเเรก แน่หละว่าคุณจะต้องมีบัตรเครดิตเสียก่อน แต่ คุณจะสมัครส่งๆ ไม่ได้ เพราะคุณอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมบัตร ให้กับสิทธิพิเศษที่คุณไม่รู้ว่าเอาไปทำไมหว่า? เนื่องจากบัตรเครดิตเเต่ละประเภท มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป อาทิเช่น บัตรเครดิตเพื่อแลกของรางวัล เอาใจนักช้อป บัตรเครดิตเพื่อสะสมไมล์ บัตรเครดิตเพื่อรับเงินคืน หรือบัตรเครดิตที่สามารถผ่อน 0% ได้นานๆ เป็นต้น แนะนำให้ค่อยๆ ศึกษาหาข้อมูลก่อน อาจจะเริ่มจากดูๆ บัตรเครดิตที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้กันก่อน แล้วค่อยหากข้อมูลเจาะลึกลงไปในประเภทที่เราต้องการ หรือหาบัตรที่มีสิทธิพิเศษใกล้เคียงแล้วค่อยนำมาเปรียบเทียบกัน 
  2. อย่าดองบิล เป็นดินพอกหางหมู – ถ้าคุณไม่ได้จ่ายบิลเมื่อครบกำหนดทุกเดือน คุณอาจจะต้องเสียดอกเบี้ย ค่าติดตามหนี้ เพิ่มมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว น่าแปลกใจมากที่เราพบว่า กลุ่ม Millenial โดยเฉพาะ วัยรุ่น GEN Y กว่า 5.24 ล้านคน มีหนี้รวมกันสูงถึง 2.13 ล้านล้านบาท และ พบประวัติผิดนัดชำระหนี้ 1.1 ล้านคน หรือเกือบ 20% กันเลยทีเดียว ทั้งนี้อาจะเป็นเพราะว่า บัตรเครดิต อนุมัติง่าย กว่าแต่ก่อนมาก ดังนี้ถ้าหากคุณใช้จ่ายไม่ระวังก็อาจจะติดกับดักหนี้ ได้ตั้งแต่บัตรเครดิตใบแรก เลยก็ได้
  3. อย่าปิดบัตรเครดิตใบเก่า – ประวัติเครดิตที่ดีเกือบ 15% วัดผลจาก ระยะเวลาที่เรามีเครดิต ซึ่งรวมไปถึงระยะเวลาเปิดใช้บัญชีบัตรเครดิต ที่คุณถืออยู่ด้วย ยิ่งคุณมีประวัติบัตรเครดิตมาเป็นเวลานาน ก็ยิ่งช่วยเพิ่มคะแนนที่ดีให้กับเครดิตของคุณด้วย นอกจากนี้ การที่คุณปิดบัตรเครดิต ก็เป็นการทำให้คุณมีช่องทางการจ่ายที่น้อยลง ถ้าหากคุณใช้จ่ายเท่าเดิม คุณก็เสี่ยงที่จะเพิ่มสัดส่วนการรูดวงเงิน ให้บัตรเครดิตที่เปิดอยู่มากขึ้นไปอีก หรือพูดง่ายๆก็คือ เราจะสถาบันการเงินจะอนุมัติให้เราน้อยลง เราจึงเเนะนำให้คุณอย่าปล่อยบัตรเครดิตใบเก่าทิ้งร้าง ยิ่งใช้นาน ย่อมดีกว่า
  4. อย่าปล่อยให้ บัตรเครดิต มียอดค้างชำระ – อย่าปล่อยให้บัตรเครดิตมียอดค้างชำระโดยไม่จำเป็น จ่ายเต็มให้ตรงต่อเวลา ในช่วงเวลาปลอดดอกนี่แหละ คือสิ่งที่นักวางแผนมักจะทำกัน แต่หากจำเป็นจะต้องติดเอาไว้ก่อนจริงๆ แนะนำว่าไม่ควรเกิน 20% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ ยกตัวอย่าง นาย A มีวงเงินในบัตร 10,000 บาท เป็นหนี้บัตรเครดิตได้ไม่เกิน 2,000 บาทนั้นเอง แต่หากจะให้ดี จ่ายเต็มจนไม่มียอดค้างชำระดีที่สุด แถมยังจะช่วยให้เพิ่มคะแนนเครดิตได้มากถึง 30%
  5. อย่ารูดบัตรจนเต็มวงเงิน ถึงเเม้ว่าจะมีตังจ่ายก็ตาม – วิธีสร้างประวัติเครดิตที่ดี นั้นคุณไม่ควรที่จะรูดบัตรจนเต็มวงเงิน ธนาคารคงจะไม่ปลื้ม หากคุณรูดวงเงินจนเต็มตลอดทุกเดือน ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถจ่ายเงินไหวก็ตาม อ่าวแล้วแบบนี้ ควรใช้ยอดบัตรเครดิตประมาณไหนถึงจะพอดี? ความจริงแล้วคุณควรรูดใช้บัตรเครดิต 20%-30% ของวงเงินเท่านั้น ทั้งนี้จะช่วยให้คุณมีประวัติใช้บัตรเครดิตที่ดี และยังช่วยให้คุณสามารถแบ่งชำระหนี้ได้แบบสบายๆ ไม่เป็นภาระจนเกินไปถ้าหากกลัวว่าจะ รูดบัตรเพลินจนลืม แนะนำให้เช็คใช้จ่ายผ่านออนไลน์ อยู่เสมอๆ ก่อนที่จ่ายอะไร จะช่วยเตือนสติก่อนช้อปของคุณไปได้มากเช่นกัน
  6. อย่าเสียค่าธรรมเนียมแสนแพง เมื่อรูดบัตรต่างประเทศ – เสียเงินตราไปเที่ยวต่างประเทศ ก็แพงอยู่เเล้ว อย่าเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น บัตรเครดิตส่วนใหญ่จะเก็บค่าธรรมเนียม เมื่อรูดบัตรต่างประเทศ ราวๆ 3% ของยอดสินค้าที่คุณซื้อ เป็นเหมือนหลักประกัน “ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน” ที่ธนาคารต้องเจอ แต่คุณสามารถหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมตรงนี้ได้ เพียงเลือกใช้ บัตรเครดิตสำหรับท่องเที่ยวโดยเฉพาะแนะนำบัตรเครดิต KTC ที่มอบสิทธิพิเศษ เมื่อชำระเงินที่ต่างประเทศ หรือซื้อของออนไลน์เมื่อต้องแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ค่าธรรมเนียมเเพียง 2% รับเครดิตเงินคืนสูงสุดถึง 1.5% เจ้าของบัตร KTC ที่ร่วมรายการสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค 61

     

7 สิ่งที่ควรทำ ถ้าใช้บัตรเครดิตอย่างคุ้มค่า

  1. ใช้บัตรเครดิต แทนบัตรเดบิต – บัตรเครดิต และ บัตรเดบิต ภายนอกอาจจะดูคล้ายกัน แต่ระบบการชำระเงินและสิทธิประโยชน์ ที่ได้รับต่างกันโดยสิ้นเชิง เราอาจจะใช้หลักการจ่ายแบบเดียวกับบัตรเดบิต โดยกันเงินส่วนที่จะจ่ายเองไว้ก่อน หรือมีเงินสดที่จะจ่ายเเล้วเเน่ๆ แล้วใช้บัตรเครดิตรูดเพื่อจ่ายแทนดีกว่า เพื่อสะสมแต้ม ส่วนลดเงินคืน เฉ
  2. เช็คประวัติเครดิตของคุณ – เมื่อเรามีบัตรเครดิตในดวงใจแล้ว ปัญหาต่อมาคือ ทำอย่างไรให้เขาอนุมัติ?? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า บัตรเครดิตที่มีของรางวัลพรีเมี่ยม และสิทธิพิเศษที่ดีที่สุด มักจะมาพร้อมกับ คุณสมบัติผู้สมัครที่มีประวัติการชำระบัตรเครดิตเป็นเลิศ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่คุณจะต้อง หันมาตรวจเช็คประวัติการเงินที่ผ่านมาของคุณว่ามี ประวัติค้างชำระหรือไม่ ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นหนี้ที่เราไม่เคยทราบมาก่อน อาจจะเป็นค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ที่คุณลืมไปเเล้วว่าเปิดใช้อยู่ หรือ ข้อผิดพลาดอื่นๆ ก็เป็นได้แนะนำให้รีบแก้ไข ประวัติค้างชำระให้เรียบร้อยส่วนใครที่ยังไม่เคยเปิดบัตรเครดิตเลย แนะนำให้เลือกบัตรเครดิตใบแรก ค่อยๆ สร้างโปรไฟล์ชำระหนี้ที่ดีไปก่อน รับรองว่า ไม่นานคุณก็สามารถสมัครบัตรเครดิตในดวงใจของคุณให้ผ่านได้อย่างแน่นอน
  3. เลือกวันชำระเงิน ที่จำง่ายๆ – ถ้าเกิดรอบชำระเงินมันจำยากเหลือเกิน ก็ไม่ต้องจำค่ะ คุณสามารถเข้าไปทำรายการ เปลี่ยนรอบบิลชำระเงินให้ตรงกับวันที่คุณต้องการ ได้ที่หน้าเว็บไซต์ของสถาบันการเงินบัตรเครดิตที่เราต้องการ วิธีนี้จะช่วยจัดระเบียบ การชำระหนี้บัตรเครดิตไปได้ไม่มากก็น้อยเลย ยิ่งสำหรับใครที่มีบัตรหลายใบ ตัดรอบบิลสลับกันวุ่นหล่ะก็ เป็น A MUST เลยก็ว่าได้
  4. ขอผ่อนปรนค่าปรับ เมื่อจ่ายบิลไม่ตรงเวลา – เป็นธรรมดาที่เรามักผิดพลาดกันได้ สถาบันการเงินบางแห่ง จะมีเงื่อนไขยืดหยุ่นให้กับผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ ได้อย่างน้อย 2 วันทำการ หรือผู้ที่เคยผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับบัตรเครดิตแต่ละประเภทด้วย ในกรณีที่ฉุกเฉิน อย่างเสียไม่ได้จริงๆ คุณสามารถติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขอผ่อนปรน ค่าใช้จ่ายที่เกิดจะความผิดพลาดตรงนี้ได้ อาจจะยุ่งยากเสียหน่อย แต่ก็คุ้มค่า เพราะสถาบันกว่า 90% ยินดีทำเรื่องยกเว้นค่าชำระให้ และเกือบ 80% จะลดอัตราดอกเบี้ยชำระ ให้ต่ำลง ซึ่งดูเหมือนว่ามีผู้ใช้บัตรเครดิต เพียง 1/5 เท่านั้นที่ ทำเรื่องขอผ่อนปรนกับทางธนาคาร
  5. เป็นหนี้บัตรเครดิต หัวแตก โอนหนี้จ่ายมาทีเดียว จ่ายดอกถูกกว่า – ปัญหาหนี้บัตรเครดิตของคนไทย นับว่าไม่น้อยเลย ผลสำรวจจาก การมองภาพรวมข้อมูลประวัติการชำระหนี้ จาก เครดิต บูโร หรือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ พบว่า ชาวไทย 1/3 เป็นหนี้ในระบบ และมีค่าเฉลี่ยยอดค้างชำระอยู่ที่ 147,068 บาท / ต่อคน และ 20% มีหนี้เสียค้างชำระเกิน 90 วัน เลยทีเดียวดอกเบี้ยที่มาพร้อมบัตรเครดิต ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วมีอัตรา 18% ต่อปี กลายเป็นภาระที่จะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของคุณลดน้อยลงไปอีก วิธีที่ดีที่สุดที่จะลดภาระหนี้สินตรงนี้ก็คือ กู้สินเชื่อปิดบัตรเครดิต รวมหนี้ไว้ไปอยู่ก้อนเดียว แล้วจ่ายดอกให้กับที่เดียว เพื่อเป็นการรักษาเครดิตของตัวเอง และคุณอาจจะได้จ่ายดอกเบี้ยในราคาถูกกว่าด้วย ปัจจุบันสินเชื่อส่วนบุคคล มีดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 9% แถมยังมีวงเงินที่สูงกว่าบัตรเครดิตอีกด้วย
  6. ตรวจสอบเอกสารการเงินของคุณ – ในขณะที่บัตรเดบิต สามารถใช้เเทนเงินสดได้เพียงอย่างเดียว บัตรเครดิตนั้นกลับมาพร้อมของรางวัล และสิทธิพิเศษ มากกว่าบัตรเดบิตแบบเห็นได้ชัดสถาบันการเงินส่วนใหญ่ มักจะมอบคะแนน เอกสารคะแนน Credit Score หรือข้อมูลประวัติเครดิตบูโร ให้เราทุกๆ เดือน ซึ่งข้อดีของเอกสารดังกล่าวจะช่วยให้คุณสามารถ ตรวจเช็คคะแนนของคุณได้ว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ถ้าเกิดคุณพบว่าคะแนนลดน้อยลงแบบไม่มีสาเหตุ คุณจะได้สามารถตรวจสอบที่มา และแก้ไขให้ถูกต้อง
  7. แลกแต้มของรางวัล – 

 

สรุป 

ถ้าคุณสามารถทำตาม ข้อควรปฎิบัติทั้งหลายเหล่านี้ :

  • รักษาประวัติการชำระบัตรเครดิต ได้อย่างตรงต่อเวลา
  • ชำระยอดเครดิตเต็มจำนวน
  • ใช้วงเงินที่ในปริมาณพอเหมาะ
  • รักษาระยะเวลาเปิดเครดิตให้ดี เป็นเวลานาน
  • ตรวจสอบยอดชำระอยู่สม่ำเสมอ
  • ใช้สิทธิ์คะแนนของรางวัลให้คุ้มค่า
  • เลือกบัตรเครดิตที่มีจุดเด่น หลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมที่คุณอาจจะต้องจ่ายเป็นประจำ
  • รู้จักขอทำเรื่องผ่อนปรน ดอกเบี้ย หรือ ทำสินเชื่อโอนหนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้สิน
  • ทำความรู้จักกับ ระบบอำนวยความสะดวก และการจัดการของธนาคาร อาทิเช่น

เท่านี้คุณก็สามารถใช้บัตรเครดิตได้อย่างชาญฉลาด คุณไม่ต้องพบกับ ปัญหาติดกับดักหนี้สิน สร้างประวัติเครดิตที่ดีเพื่อนำไปต่อยอดขออนุมัติเงินกู้ได้ในอนาคต และยังได้รับสิทธิพิเศษ ที่จ่ายเงินสด หรือจ่ายผ่าน บัตรเดบิต ไม่สามารถให้ได้อีกด้วย

ไม่ว่าคุณจะมีบัตรเครดิตใบเดียว หรือ มีบัตรเครดิตหลายใบ หากคุณใช้บัตรเครดิตตามที่แนะนำไปข้างต้น คุณก็ไม่กังวลว่ามีบัตรเครดิต แล้วจะกลายเป็นหนี้แล้ว ถ้ารู้จักใช้ มีแต่ได้กับได้