Home Investment Finance 10 เทคนิค กรอกข้อมูลสมัครบัตรเครดิต เพื่อเพิ่ม Credit Score

10 เทคนิค กรอกข้อมูลสมัครบัตรเครดิต เพื่อเพิ่ม Credit Score

บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

สมัครบัตรเครดิตใบแรก ไม่รู้จักวิธีกรอก มาดูกันได้ที่นี่

ในหน้านี้มีอะไรบ้าง?

ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ บัณฑิตจบใหม่ที่เพิ่งได้ผ่านเข้าสู่โลกของการทำงาน  และหลายคนเริ่มจะสร้างเครดิตให้กับตัวเองด้วยการทำ “บัตรเครดิต” ใบแรก  เพื่อนำทางก่อนจะกู้สินเชื่อรถยนต์ หรือ กู้ซื้อบ้าน ในลำดับถัดไป ตอนนี้ทุกธนาคารจะมีข้อจำกัดมากขึ้น เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย เริ่มจะให้ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน 30,000 บาทขึ้นไปเท่านั้น วันนี้ เว็บไซต์ Promotions.co.th จะนำเทคนิคการกรอกสมัครบัตรเครดิต เพื่อให้คุณได้มีโอกาสในการ “ผ่านอนุมัติ” มากขึ้น มาฝากกันค่ะ

ข้อ 1 ต้องเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล

ก่อนอื่นต้องเข้าไปดูเงื่อนไขว่าแต่ละธนาคาร ต้องการข้อมูลอะไรบ้าง  และเตรียมเอกสารให้พร้อม  ตัว Statement เอง ขอย้อนหลัง 3 หรือ 6 เดือน ต้องเช็คให้ดี  (และหากสะดวก ก็ยื่น 6 เดือนเผื่อไว้เลย)  และหากมี slip เงินเดือนตัวจริง ได้ยิ่งดี  แต่หากไม่มั่นใจว่าจะกู้ผ่านไหม ให้ใช้สำเนาก็พอค่ะ ยื่นคู่กันไปเลย  เอกสารทุกใบต้องเซ็น “สำเนาถูกต้อง สำหรับสมัครบบัตรเครดิตกับธนาคาร………….”  ลงชื่อ, ลงวันที เอกสารครบแล้วเพียงเท่านี้ก็เพิ่มโอกาสอีก 1 ขั้น

ทำบัตรเครดิตธนาคารไหนดี

ข้อ 2 ลายมือต้องสวย

หากคุณ สมัครกับเคาน์เตอร์ธนาคาร  เอกสารการกรอกใบสมัครต้องเขียนด้วย “ลายมือที่สวย” เน้นว่าต้องสวยเลย  มองปุ๊บ รู้ว่า ตัวนี้ ก.ไก่ หรือ ท.ทหาร มีหัว และมีความชัดเจน เนื่องจากพนักงานคีย์ข้อมูลของธนาคารนั้น จะต้องอ่านตัวอักษรที่เขียนมาก่อนกรอกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์  หากเขียนแล้วอ่านไม่ออก  เขาก็อาจจะคาดเดาผิดอย่างมาก  เสียคะแนนสุดๆ  หรือหากคุณเกิดเป็นคนที่ลายมือไม่สวยเอาเสียเลยจริงๆ  ก็เพียงแค่ค่อยๆ เขียนค่ะ  ตัวหนังสือจะไม่หวัดแน่นอน  ลดโอกาสความผิดพลาดของข้อมูลไม่ให้เสีย Score

ข้อ 3 ต้องกรอกชื่อตำแหน่งเป็นภาษาไทย

ในส่วนนี้น้อยคนที่จะทราบว่า มีส่วนสำคัญกับ Credit Score มากๆ  เหตุผลเดียวกับข้อ 2 หากเจ้าหน้าที่คีย์ข้อมูลไม่รู้จักชื่ตำแหน่งของคุณ แล้วเอาไปเขียนผิดนี้จะส่งผลต่อการประเมินสินเชื่อมากๆ  สมมติว่าคุณเป็นวิศวกรตำแหน่งแปลกๆ เป็นพนักงานบริษัทเอกชนแผนกการตลาดที่ชื่อแปลกๆ  ต้องพยายามเขียนเป็น “ภาษาไทย” ให้สะกดง่ายที่สุด เพื่อไม่ให้เสียเครดิต Score

ข้อ 4 ถ้าอยู่บ้านพ่อแม่ จะมีโอกาสผ่านมากกว่า “อยู่บ้านเช่า”

เพราะธนาคารจะมองว่าคนที่อยู่กับพ่อแม่มีภาระค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคนที่ออกมาเช่าอยู่เอง  ดังนั้นหากอยู่ห้องเช่า ควรเขียนที่อยู่บ้านที่ติดต่อง่ายไว้ดีกว่าค่ะ

ข้อ 5 ถ้ามีภาระผ่อนรถ ไม่ต้องใส่ “ยี่ห้อ” รถ

ในข้อนี้เราไม่เคยทราบกันมาก่อนเลยทีเดียว และน้อยธนาคารที่จะขอข้อมูลนี้ แต่บางธนาคารมีช่องให้กรอกเรื่องการผ่อนอยู่ด้วย ว่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน อยู่หรือเปล่า หากคุณเผลอเขียนยี่ห้อรถลงไป ก็จะทำให้มีคำถามเพิ่มเติมว่า ผ่อนมานานเท่าไหร่แล้ว เหลือยอดเท่าไหร่ ฯลฯ จะเป็นการลด Score อย่างไม่ได้ตั้งใจ

ข้อ 6  ผู้ชาย ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ต้องพยายามแต่งงานแล้ว

นี่เรื่องจริง ไม่ได้ตลกเลย  มีธนาคารกลุ่มหนึ่ง (ไม่สามารถเอ่ยชื่อได้) มองว่า ถ้าคุณผู้ชายอายุ 30 ปี ขึ้นไป (บางทีกำหนดว่า 45 ปี)  ควรจะมีครอบครัว    ผู้ชาย จะถูกมองว่า ฐานะทางการเงินจะมั่นคงก็ต้องสมรสแล้ว  โดยจะสมรสแบบ “จดทะเบียน” หรือ “ไม่จดทะเบียน” ก็ได้  ถ้าคุณดูใบสมัครตัวเองแล้ว ดูคาบเส้นคาบดอก  หากกรอกข้อมูลว่า สมรสแบบไม่จดทะเบียน แล้วอาจจะเพิ่มคะแนน Score ได้นิดหน่อย  แต่ถ้าเป็นการกรอกเพราะ “โกหก” อันนี้ก็ไม่ควรทำนะคะ เพราะอาจจะถูกธนาคารขึ้นประวัติค้างชำระหนี้ กับธนาคารนั้นตลอดไป

ข้อ 7 ผู้หญิง ที่เป็น น.ส. ต้องพยายามเปลี่ยนเป็น “นาง” ให้เร็วที่สุด

เช่นเดียวกัน  หากคุณเป็น น.ส. แต่อายุมากแล้ว  ธนาคาร (บางแห่ง ไม่สามารถเอ่ยชื่อได้) จะมองว่า  ฐานะทางการเงินมีความเสี่ยง  ยกเว้นว่าคุณ จะสมรสแต่ไม่ได้จดทะเบียน  ซึ่งส่วนนี้มีเหตุผลเช่นเดียวกันกับข้อ 6

ข้อ 8 ภาระหนี้สูง ไม่ควรสมัครบัตรเดรดิต แต่ถ้ายากลอง ให้ไปยื่นกับ UOB

สั้นๆ ตามนี้เลย  หากรู้ตัวว่ามีภาระหนี้ต่อเดือนสูง เกินครึ่งหนึ่งของเงินเดือน ไม่น่าจะสมัครที่ไหนผ่าน  ให้คุณพยายามรีบเคลียร์หนี้สินต่อเดือนให้มากที่สุด และหากพร้อมแล้ว ให้ลองสมัครบัตรเดรดิต UOB ไว้ด้วย เพราะ UOB เป็นธนาคารที่ไม่กลัวว่าคุณจะมี ภาระหนี้สูง และไม่เช็คภาระหนี้ด้วย – > ดูผลิตภัณฑ์ UOB ทั้งหมดได้ทีนี่

ข้อ 9 อายุงานเพิ่ง 4 เดือน อย่าเพิ่งรีบทำบัตรเครดิต  แต่ถ้าอยากจะทำ ให้ลองยื่น ออมสิน กับ ธนาคารกรุงเทพฯ

เพราะธนาคารกรุงเทพฯ กับ ธนาคารออมสิน ไม่มีระบบตัด Credit Score และเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็น First Jobber หากคุณเพิ่งเริ่มต้นทำงานเป็นที่แรก และอายุงานน้อยๆ อยู่  หากมุ่งไปสมัครบัตรเพื่อโปรโมชั่น พุ่งตัวไปแรงขนาดนั้นอาจจะ “ไม่ผ่าน” เพราะธนาคารส่วนใหญ่รออายุงานสูงๆ เป็นปีขึ้นไปก่อนเท่านั้น  (มีคนแนะนำว่า ธนาคารกรุงเทพฯ มีโอกาสผ่านง่ายกว่า)  (บทความแนะนำ :  บัตรเครดิตออมสิน 3 แบบ เพรสทีจ, พรีเชียส และพรีเมี่ยม )

บัตรเครดิตธนาคารออมสิน เพรสทีจ (GSB Prestige Credit Card)

ข้อ 10  **ข้อนี้ธนาคารให้ความสำคัญมาก”  ต้องมีเบอร์พื้นฐาน 02 หรือเบอร์ในพื้นที่

ล่าสุด แอดมินเพิ่งลองกรอกใบสมัครบัตรเครดิตกับธนาคารใหม่อีกใบ เพื่อลองดูว่าเงื่อนไขและการสมัครเปลี่ยนแปลงแตกต่างไปจากเมื่อก่อนมากหรือเปล่า .. ครั้งนี้กลับสมัคร “ไม่ผ่าน” ทั้งที่เงื่อนไขทั่วไปตรงกับพื้นฐานสมัครของทุกแบงก์แล้ว  แต่ก็มาติดตรงที่ไม่มีเบอร์ 02 (เบอร์โทรศัพท์บ้านหรือออฟฟิศ) เพราะอยู่ในระหว่างการติดตั้งโทรศัพท์  จึงทำให้พลาดโอกาส  แสดงให้เห็นว่า การใส่ข้อมูลเบอร์ 02 นี้เป็นส่วนสำคัญหลักที่ธนาคารพิจารณาเป็นอย่างยิ่งทีเดียว

แม้ว่าทุกธนาคารจะมีระบบเก็บ Score ที่ไม่เหมือนกันไปทุกข้อ  แต่ 10 ข้อที่เราคัดมานี้ เป็นคะแนนสำคัญเบื้องต้นที่เพิ่มโอกาสให้คุณได้มากกว่าการกรอกข้อมูลแบบไม่เตรียมตัวอะไรไปก่อนเลย  ล่าสุดนี้ มีระบบเก็บเอกสารจากแมสเซนเจอร์ มารับเอกสารถึงที่ออฟฟิศหรือ ที่บ้านของคุณ ตามเวลานัดหมาย  แต่จะให้คุณกรอกเอกสารเฉพาะ ตรงที่ลงลายเซ็นต์เท่านั้น  อาจจะฟังดูน่ากลัวไปนิดหน่อย ว่าธนาคารจะไปกรอกข้อมูลเราผิดจากความเป็นจริงหรือเปล่า? ในส่วนนี้เจ้าหน้าที่จะโทรมาสอบถามเราอีกทีตอนที่เขาจะกรอกข้อมูลอื่นๆ  หากส่วนไหนไม่ตรง ให้โต้แย้ง หรือหากบัตรที่อนุมัติมาแล้วพ่วงอย่างอื่นมาหลายใบ คุณก็สามารถส่งเรื่อง “ยกเลิก” ได้ค่ะ