10 วิธีใช้แต้มสะสม บัตรเครดิตเดินทางแบบผิดๆ ที่เรามักทำกัน

ads

เช็คด่วน คุณมีพฤติกรรมแบบนี้หรือไม่?

ปัจจุบันมีบัตรเครดิตสำหรับเดินทาง มอบสิทธิพิเศษที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย มอบความสะดวกสบายให้กับคนรักการเดินทางเป็นอย่างมาก สามารถใช้แต้มสะสมแลกตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก, โรงแรม, เช่ารถยนต์ หรืออื่นๆไปได้มากเลย

จากผลสำรวจ U.S News & World Report 2018 พบว่า ผู้ถือบัตรเครดิตเดินทางร้อยละ 48 ใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรฯ ไม่เต็มที่ และพบสำรวจจาก Bankrate พบว่า ผู้ถือบัตรเครดิตร้อยละ 31 ไม่เคยแลกแต้มสะสมในบัตรเลย นี่เป็นเพียงผลสำรวจพฤติกรรมของชาวอเมริกาเท่า ว่าแต่ว่าคุณหล่ะใช้บัตรเครดิตเดินทางของคุณคุ้มค่าแล้วหรือยัง

ไม่อยากเสียเงินเปล่า อย่าทำ 

อยากเพิ่มไมล์สะสม, เพิ่มสิทธิพิเศษในกับบัตรเครดิตของคุณ? นี่คือ 10 พฤติกรรมที่จะทำให้คุณใช้บัตรเครดิตสำหรับเดินทางไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ ควรหลีกเลี่ยง!

  1. ใช้แต้มสะสมแลกรับเงินคืน – บัตรเครดิตสำหรับเดินทางหลายใบ มักจะสามารถใช้แต้มแลกสิทธิ์เงินคืนได้ แต่อย่างพึ่งดีใจไป คุณ J.R Duren ผุ้เชี่ยวชาญด้านการเงินส่วนบุคคล ประจำเว็บไซต์ Highya.com แนะนำว่า ใช้คะแนนบัตรเครดิตแลกแต้มรับเงินคืน ส่วนมากจะไม่ค่อยคุ้ม เพราะคะแนนที่อยู่ในบัตรสามารถใช้แลกสะสมไมล์ ที่พักโรงแรมอื่นๆ ที่มีมูลค่ามากกว่ากันเยอะ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีเงินสดอยู่ในมือ แต่คุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางในมูลค่าที่มากกว่าเงินสดหลายเท่า
  2. ยอมโอนแต้มสะสม แต่ได้คะแนนน้อยกว่า – บัตรเครดิตเดินทางของคุณ ใบเดียวอาจจะไม่ได้ครอบคลุมสิทธิประโยชน์ที่ถูกใจคุณทั้งหมด โรงแรมโปรดของคุณที่ร่วมรายการดันไปอยู่บัตร B แต่เรามีแต้มสะสมในบัตร A เยอะมาก กรณีนี้เจ้าของบัตรเครดิตหลายท่านเลือกที่จะโอนคะแนนสะสมไปยังบัตรเครดิตที่มีสิทธิพิเศษโดนใจมากกว่าได้ แต่ก็ต้องแลกมากับคะแนนสะสมที่จะลดลง  แนะนำให้เปรียบเทียบมูลค่าของรางวัล และค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจมากับการโอนคะแนนสะสม เพื่อความชัวร์
  3. ปล่อยให้ไมล์หรือคะแนนสะสมหมดอายุ  – บัตรเครดิตสำหรับเดินทางบางแห่ง คะแนนสะสมมีช่วงเวลาจำกัด คุณต้องใช้มันหรือไม่ก็จะเสียแต้มไปฟรีๆ ถ้าคุณไม่ใช้แต้มสะสมก็เหมือนกับโยนเงินทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย เพราะฉะนั้นคุณควรศึกษาเงื่อนไขและบัตรเครดิตเอาไว้ให้ดี หรือคุณสามารถยืดอายุการใช้งานคะแนนสะสมได้โดยหมั่นเเลกแต้มเล็กๆ น้อยๆ อยู่เสมอ ตั้งแจ้งเตือนเอาไว้ในมือถือเอาเลยก็ได้ จะได้ไม่ลืมที่จะใช้สิทธิ์ที่คุณอุตส่าห์สะสมมาอย่างยากลำบาก
  4. ซื้อคะแนนหรือสะสมไมล์โดยไม่จำเป็น – บัตรเครดิตสำหรับเดินทางบางประเภท จะมีบริการให้คุณซื้อไมล์สะสมหรือคะแนนเพิ่่มเติม เพื่อให้คุณสะสมแต้มสะสมได้เร็วขึ้น บางครั้งก็มีจัดโปรโมชั่นให้คุณแลกซื้อแต้มสะสมได้ในราคาถูก แต่น้อยครั้งที่การซื้อคะแนนหรือไมล์สะสมจะมอบสิทธิประโยชน์สูงสุด ถึงแม้ว่าจะซื้อตอนจัดโปรโมชั่นก็ตาม นอกจากว่าเหลือแต้มอีกนิดเดียวเท่านั้น แล้วซื้อเพิ่มอีกนิดหน่อยเพื่อที่จะได้แลกสิทธิ์ได้เลย  อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าการจ่ายเงินเพื่อซื้อไมล์โดยตรง คงไม่คุ้มเท่าสะสมไมล์ผ่านการซื้อของที่คุณจะได้ทั้งสินค้าหรือบริการที่คุณต้องการและแต้มสะสม ถ้าคุณต้องการแลกแต้มสะสมเร่งด่วนก็แนะนำให้ซื้อ เมื่อเหลือแต้มอีกนิดเดียวเท่านั้น และจัดโปรโมชั่นในราคาถูกจริงๆ เข้าไปเช็ครายละเอียดดีลผ่านสายบินประจำของคุณ หากต้องการซื้อไมล์โดยตรงผ่านสายการบิน
  5. เลือกใช้บัตรเครดิต ที่ไม่ได้เป็น Partner โรงแรมหรือสายการบินโปรดของคุณ – เลือกสมัครบัตรเครดิตเดินทาง ที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรกับแบรนด์ใดใดที่คุณอยากจะใช้บริการถือเป็นการตัดสินใจผิดมหันต์ ทั้งนี้รวมไปถึง ผู้ที่ไม่ทราบว่าจองที่พักหรือสายการบินจากที่ไหนจะได้ราคาถูกสุด ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเงื่อนไขและกำหนดการต่างๆ ดังนั้นคุณควรจะใส่ใจกับการเลือกบัตรเครดิตเดินทางเป็นพิเศษ เมื่อต้องเลือกบัตรที่ร่วมกับสายการบินเฉพาะแห่ง คุณอาจได้รับแต้มสะสมพิเศษเมื่อจองตั๋วเที่ยวบิน แต่อาจจะมีข้อจำกัดเที่ยวบินต่างๆ ซึ่งคุณอาจจะเเลกแต้มไปได้ไม่ไกลนัก ทั้งนี้คุณต้องศึกษารายละเอียดบัตรก่อนคิดจะสมัครให้ดี
  6. จ่ายค่าธรรมเนียมเสริม บริการที่คุณไม่ค่อยได้ใช้ – สิทธิพิเศษเมื่อเดินทางฟรี อาทิเช่น ตั๋วโดยสารผู้ติตดาม/ค่าโหลดสัมภาระกระเป๋า << อาจจะเป็นเงื่อนไขที่ดูน่าสนใจ แต่ส่วนใหญ่แล้วมันก็ไมได้ฟรีซะทีเดียว เพราะบัตรส่วนใหญ่จะมากพร้อมค่าธรรมเนียมรายปีค่อนข้างสูง ซึ่งจะคุ้มหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเดินทางบ่อยแค่ไหน ถ้าเกิดคุณมักจะบินไปติดต่อธุรกิจระหว่างประเทศบ่อยๆ ก็ค่อนข้างคุ้ม แต่หากคุณบินแค่ปีละครั้ง 2 ครั้ง สิทธิพิเศษดังกล่าวอาจไม่จำเป็น ก่อนที่คุณจะสมัครบัตรเครดิต และจ่ายค่าธรรมเนียมบัตรรายปีราคาสูง อย่าลืมเปรียบเทียบไลฟ์สไตล์ของคุณ เพื่อดูว่าคุ้มจะใช้สิทธิ์คุ้มหรือไม่
  7. เสียค่าธรรมเนียมเมื่อรูดบัตร ช้อปปิ้ง ต่างประเทศ – บัตรเครดิตส่วนใหญ่มันเก็บค่าธรรมเนียมรูดประเทศ หรือที่เรียกกันอย่างเป็นทางการก็คือ ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน ที่มักจอยู่ที่ราวๆ 1-3% เมื่อคุณรูดใช้จ่ายบัตรเครดิตที่ต่างประเทศ หรือช้อปปิ้งสินค้าออนไลน์ที่ต้องจ่ายเงินต่างสกุลเงิน ซึ่งคุณจะต้องทิ้งเงินไปฟรีๆ ดังนั้นแล้วคุณควรมองหาบัตรเครดิตทีเก็บค่าธรรมเนียมรูดบัตรต่ำ
  8. เลือกจองตั๋วให้ผิดช่องทาง – เลือกจองตั๋วผ่านสายการบินโดยตรง หรือว่า จองผ่านเว็บไซต์ของบัตรเครดิตที่ให้บริการ ข้อดีเมื่อจองผ่านสายการบินโดยตรงคือจองง่ายกว่า, มีเที่ยวบินที่ดีกว่า และมีเงื่อนไขน้อยกว่า แต่ในอีกด้านหนึ่ง จองผ่านเว็บไซต์ของทางบัตรเครดิต ก็อาจจะมีสิทธิพิเศษส่วนลดให้ การที่เราจองผ่านสายการบินโดยตรงอาจจะหมายถึงคุณพลาดแต้มสะสมคะแนนไป
    เพราะฉะนั้นคุณควรเปรียบเทียบราคาให้ดี ก่อนที่คุณจะจองตั๋ว ถ้าเกิดค่าตั๋วเครื่องบินหรือที่พักจองผ่านเว็บไซต์บัตรเครดิต แล้วมีราคาสูงกว่าจองโดยตรงกับสายการบินหรือโรงแรม คะแนนสะสมที่คุณได้จากการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์บัตรเครดิต ก็อาจจะไม่คุ้มเท่าไหร่นัก นี่คือค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงเท่าไหร่
  9. รูดบัตรเครดิต ไม่สนรางวัลในแต่ละหมวดหมู่ – บัตรเครดิตสำหรับเดินทาง บางมอบแต้มสะสมให้กับทุกการใช้จ่าย บัตรเครดิตบางใบมอบโบนัสคะแนนพิเศษเฉพาะหมวดและเงื่อนไข จะต้องสินค้าหมวดที่กำหนดถึงจะได้มากกว่า ถ้าเกิดคุณรู้สึกว่าการจำเงื่อนไขยิบย่อยดังกล่าวดูลำบาก เลือกบัตรเครดิตสำหรับเดินทางที่ มอบแต้มสะสมให้กับทุกการใช้จ่าย อย่าง บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ดีกว่า
  10. โดนล่อด้วย แต้มโบนัสแรกเข้า – สมัครบัตรเครดิตใหม่เพื่อรับเเต้มโบนัสสะสม อาจจะรู้สึกเหมือนว่าคุณถูกแจ็คพ็อต แต่การช้อปสินค้าเพื่อรับโบนัสเเรกเข้าอาจเป็นเหมือนฝันร้ายของคุณก็ได้ เพราะส่วนใหญ่มักจะกำหนดยอดช้อปปิ้งขั้นต่ำเพื่อรับโบนัส ดังนั้นสิ่งสำคัญมากๆก็คือ ของรางวัลที่แลกได้คุ้มค่ากับ ยอดเงินขั้นต่ำที่กำหนดให้ช้อปหรือไม่ เพราะถ้าหากคุณต้องเสียเงินหลายพันเพื่อรับโบนัสแต้มสะสมที่แลกของหรือมอบส่วนลดได้นิดหน่อย ยอมจ่ายราคาเต็มไปเลยอาจจะถูกกว่า

สรุป 

สิ่งที่นักเดินทางมักทำผิดก็คือการใช้สิทธิพิเศษบริการเสริมที่ธนาคาร สร้างเงื่อนไขเพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานนี้แหละ อย่างบริการโอนคะแนนสะสม, เปลี่ยน Rewards เป็นเงินสด, ขายคะแนน Rewards, โบนัสแรกเข้า ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องแลกมากด้วย คะแนนสะสมที่น้อยลง, ค่าธรรมเนียม, ยอดช้อปขั้นต่ำที่อาจจะแพงกว่าส่วนลด เป็นต้น

ซึ่งเราควรจะเปรียบเทียบความต่างก่อนตัดสินใจออกเดินทางเอาไว้ให้ดี ส่วนพฤติกรรมอื่นๆ ก็จะเป็นเรื่องความใส่ใจของรายละเอียดเงื่อนไขบัตรเล็กน้อยๆ ของบัตรที่คุณถือ อย่าง บัตรเครดิตเดินทางใบนี้ ซื้อสินค้าหมวดไหนได้แต้มสุดสูง, การเลือกบัตรเครดิตที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ตั้งแต่แรก, การเลือกจองบริการผ่านช่องทางต่างๆ เป็นต้น

นักเดินทางท่านไหนที่อยากใช้ให้คุ้มที่สุด อย่าลืมเช็คว่าเราเผลอมีพฤติกรรมเหล่านี้โดยที่ไม่รู้ตัวหรือไม่ รับรองว่าเท่านี้คุณก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายในทริปท่องเที่ยวครั้งหน้าของคุณได้มากกว่าเดิมแล้วหล่ะ

♥ บทความที่เกี่ยวข้อง