Home Finance News 10 ข้อดีเมื่อให้ลูกถือบัตรเสริม ตั้งแต่อายุ 15 ปี

10 ข้อดีเมื่อให้ลูกถือบัตรเสริม ตั้งแต่อายุ 15 ปี

ให้เด็กทำบัตรเสริม บัตรเครดิต ดีไหม?

ควรให้ลูกถือบัตรเสริมด้วยดีไหม?

เมื่อก่อน การทำบัตรเครดิตในประเทศไทยเรา สมัครง่ายกว่านี้มาก  แถมยังมีบัตรเสริมพ่วงมาให้ด้วย จะเปิด หรือ ไม่เปิดใช้ ค่อยว่ากันทีหลัง  ยังจำได้ดี เมื่อตอนอายุ 15 ปี ยังเรียนมัธยมอยู่ ก็มีธนาคารค่ายหนึ่งส่งบัตรเครดิตมาถึงบ้าน ส่งบัตรเสริมพ่วงมากับบัตรเครดิตของคุณพ่อ ตอนนั้นต้องเอากรรไกรมาตัดทิ้ง ก่อนโยนลงถังขยะ

ปัจจุบันนี้ธนาคารส่วนใหญ่ให้เด็กมีบัตรเครดิตได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี (บางบัตร 18 ปี)  ซึ่งการมีบัตรเครดิตนี้ บัตรหลักยังเป็นของคุณพ่อคุณแม่อยู่  หรืออาจจะเป็น ญาติ พี่น้อง ก็ได้   ส่วนบัตรเสริมนี้ ทำไว้หลายวัตถุประสงค์ บางคนมองว่า ไหน ๆ ตัวเองก็อาจจะใช้ได้ไม่ถึงวงเงิน ที่จะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม  ส่วนคนอื่น ๆ อาจจะมองว่า บัตรเครดิตอาจจะเป็นภัยร้าย กับลูกหลานมากกว่า

ทุกอย่าง ย่อมมีประโยชน์และโทษของมัน ท่ามกลางความหลากหลายในสังคมปัจจุบันนี้ บางคนมองว่า “บัตรเสริม” นี้ เหมาะจะให้ลูกได้ถือไว้ก่อนได้ออกสู่สนามจริงแล้ว

ข้อมูลจาก Creditcards.com ระบุว่า  อายุเฉลี่ยของคนอเมริกัน  จะถือบัตรเครดิตด้วยตัวเองใบแรก ที่อายุ 22 ปี  และการได้เรียนรู้วิธีการใช้บัตรเสริมมาก่อน  จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้านการเงินมากกว่า เมื่ออายุมากขึ้นจะได้มีประวัติการเงินที่ดี

โดยข้อดีของบัตรเสริม กับ เด็ก นั้นก็มีเหมือนกัน
มาดูกันว่า บัตรเสริมมีผลดีอย่างไรบ้าง

 

1 เข้าใจเรื่องการเงินมากขึ้น

เด็กมีความเข้าใจเรื่อง เงิน ๆ ทอง ๆ อยู่แล้ว แต่การรักษาทรัพย์สิน และการตัดสินใจต่าง ๆ นั้น อาจจะยังไม่มั่นคงเท่าผู้ใหญ่  แต่ตามหลักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น อายุ 15 ปี ถือว่าเข้าใจเรื่องการมีตัวตน และแยกความจริง กับ เสียงในตัวเองได้ออกแล้ว  หลายธนาคารจึงมีกฎหมายว่า เด็กสามารถทำธุรกรรม เช่น การเปิดสมุดบัญชี, ลงทะเบียนใช้แอปฯ โมบายแบงก์กิ้ง มีบัตร ATM ได้ตอนอายุ 15 ปี และการใช้บัตรเสริมก็เช่นเดียวกัน  แต่ส่วนการซื้อขายทั้งหมดจะสมบูรณ์ พ่อแม่ต้องรับรู้ หากเกิดเหตุลูกเอาบัตรไปรูดซื้อของแพงเกินความจำเป็น – ไม่เหมาะกับเด็ก ตามดุลยพินิจของผู้ปกครอง ก็เอาไปคืนร้านได้ / พร้อมจ่ายค่าเสียหายสึกหรอ  ดีกว่าที่พ่อแม่จะต้องทนจ่าย ผ่อน ไปเรื่อย ๆ มูลค่าอาจจะเป็นแสน 

อ่านเพิ่มเติม : 10 ข้อต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมาย โมฆียะ เมื่อขายของแก่เด็ก

 

2 เรียนรู้ “หนี้สิน”

ทุกเดือนจะมีสลิปมาส่งที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ ไม่ต้องกังวลเลยว่าลูกจะเอาไปซื้ออะไรโดยที่คุณไม่รู้หรือเปล่า?  เด็กวัย 15 ปี ขึ้นไปนี้ คุณพ่อคุณแม่ยังพอสามารถ ควบคุม และสั่งสอนได้  ควรเป็นไปในทางที่เข้าใจลูก และให้โอกาสลูกได้คิด  สอบถามเหตุผลว่าทำไมถึงซื้อของชิ้นนี้  และเอาไปรูดซื้ออะไรบ้าง?  เด็กจะค่อย ๆ เข้าใจแยกแยะ สิ่งของที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้เองว่า สิ่งไหนจำเป็น สิ่งไหนฟุ่มเฟือย  โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยบอก  การที่ต้องมานั่งผ่อน 0% ไป 12 – 36 เดือน จะทำให้เด็กเข้าใจว่า หนี้สิน ที่เกิดขึ้น เราต้องชดใช้  ไม่ใช่ของฟรี รูดเอาได้

อ่านเพิ่มเติม : 10 ข้อต้องรู้ เกี่ยวกับบัตรเสริม ของบัตรเครดิต

3 รู้จักความปลอดภัย ของรหัสผ่าน

มีีบัตรเครดิต กับ บัตรเดบิต นั้นคล้ายกัน ก็ต้องใช้รหัสบัตร  ทั้งเลข 16 หลักหน้าบัตร  เลขวันหมดอายุบัตร และรหัสเลข 3 ตัว ด้านหลังของบัตร  ซึ่งกลไกการใช้งานพวกนี้ เด็ก ๆ ก็ต้องตั้งคำถามว่า ทำไมต้องใช้รหัสเหล่านี้  และเมื่อพวกเขาได้มาแล้วก็ต้องรักษาอย่างไร  และเข้าใจเงื่อนไขการทำงานของมัน

อ่านเพิ่มเติม : ไทยพาณิชย์ SCB กดเงิน ATM ไม่ต้องใช้บัตร

4รู้จักปกป้องข้อมูลส่วนตัว

อย่างที่ทราบว่า บัตรเครดิต บัตรเสริม จะใช้งานได้ก็มาพร้อมรหัสผ่านต่าง ๆ ดังนั้นเด็ก ๆ ต้องเรียนรู้ว่าต้องเก็บบัตรไว้ให้ดี  ไม่เพียงแค่บัตรประชาชนเท่านั้นที่ตั้องรักษาไว้ให้ดี บัตรที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทางการเงิน อย่าง “บัตรเครดิต” ก็ต้องรักษาไว้ให้ดีด้วย เพราะว่าเด็กกำลังเรียนรู้ว่า ต้องแยกความสำคัญ ระหว่าง บัตรเสริมบัตรเครดิต  บัตรสมาชิก  บัตรรถไฟฟ้า  แม้กระทั่งไม่วางบัตรไว้ในที่มีความร้อนสูง เพื่อป้องกันความเสียหายของแถบแม่เหล็ก และการไปรูดกับตู้ที่เชื่อถือได้ ป้องกันการ Skimming

อ่านเพิ่มเติม : บัตรประชาชนหาย ทำยังไง? ทำใหม่ได้ที่ไหน?

5 สร้างพื้นฐานประวัติเครดิตที่ดี

แม้กระทั่งประเทศไทยเราเอง ยอดหนี้เสีย จากบัตรเครดิต ของกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือที่เรียกว่า First Jobber นี้ ก็สูงจนหน้าเป็นห่วง จนสถาบันการเงินต้องออกมาปรับลดดอกเบี้ยเหลือเพียง 18 เปอร์เซ็นต์ ไม่อย่างนั้นแล้ว หลายคนมีบัตรหลายใบ และ มีหนี้สูงด้วยวงเงินที่ดูจะไม่มีที่สิ้นสุด  เรื่องการสร้างประวัติการเงินที่ดีนั้น แม้กระทั่งคุณพ่อคุณแม่เอง ก็ยังมองว่ายากเลย และสอนกันแทบจะไม่ได้ ไม่มีการศึกษาใดระบุว่า พ่อแม่ใช้เงินแบบไหน ลูกใช้เงินแบบนั้น   แต่ลูก ๆ สามารถเรียนรู้ได้ว่า การใช้เงินแบบไหนจะทำให้ติดประวัติเครดิตที่ดีได้  และอนาคต จะต้องสร้างครอบครัว  ซื้อบ้าน ซื้อรถ ก็จะอนุมัติได้ง่ายกว่า

อ่านเพิ่มเติม : รหัสสถานะเครดิตบูโร แปลว่าอะไรบ้าง?

6 รู้จักการแก้ปัญหา

ระหว่างทางนั้น เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ว่าหากเกิดเหตุผิดพลาดขึ้นต้องทำอย่างไร อย่างเช่น เมื่อได้บัตรมาแล้วต้องโทรเปิดบัตรอย่างไร หากบัตรหาย ก็ต้องรีบโทรไปอายัติ ให้ธนาคารออกบัตรใหม่  เป็นเลขใหม่  หรือหากตอนรูดซื้อ ทางแคชเชียร์ ใส่ข้อมูลราคาผิด ก็ต้องรู้จักไปติดต่อกับศูนย์บริการลูกค้าเพื่อให้แก้ใบเสร็จ  ซึ่งเรื่องราวการเงินเหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่สอนกันยาก ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง

อ่านเพิ่มเติม : ระบบชำระเงินออนไลน์ อาจทำให้เงินสดหายไปจากโลกจริงหรือ?

7 ปลอดภัยเมื่อซื้อของออนไลน์

ซึ่งปัจจุบันนี้การซื้อของออนไลน์นั้นแพร่หลายมากขึ้น  ไม่เหมือนยุคของเราที่ต้องไปโอนเงินผ่านตู้เท่านั้น  เด็กสามารถทำธุรกรรมได้ทุกที่ ทุกเวลา แม้กระทั่งในห้องนอนของตัวเอง เพราะฉะนั้นแล้ว  หากพวกเขายับยั้งชั่งใจได้ ก็จะเป็นผลดีในอนาคตมากกว่า สมมติวันหนึ่งลูกดันรูดสั่งของแพงมา การตามเอาเงินคืน จากวิธีจ่ายบัตรเครดิตนั้น ง่ายกว่าการโอนเงินมาก เนื่องจากเมื่อคุณพ่อคุณแม่ โทรไประงัับการสั่งซื้อกับธนาคาร  ผู้ขายก็จะยังไม่ได้รับเงิน  ซึ่งตัดปัญหา ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมได้ตั้งแต่เมื่อคุณรู้เรื่องแรกๆ

อ่านเพิ่มเติม : วิธีเอาเงินคืน เมื่อโดนโกงไม่ส่งของ จากคนที่เคยโดนมาก่อน

8 รู้จักข้อผิดพลาดของตัวเอง

แน่นอนว่าเมื่อปล่อยให้ลูกวัย 15 ปี ใช้บัตรเสริมบัตรเครดิต สักวันหนึ่งเด็กก็อาจจะทำข้อผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของไม่มีประโยชน์ สั่งของผิด ทำบัตรหาย ฯลฯ ซึ่งกว่าจะคล่อง อาจจะอายุ 18 แล้วก็ได้ ดังนั้น หากเกิดความผิดขึ้น ก็ใช้โอกาสนี้เรียนรู้และแก้ปัญหาไปพร้อม ๆ กัน และเมื่อคุณพ่อคุณแม่ที่เคยเจอปัญหาเหล่านี้มาก่อน ก็สามารถให้คำปรึกษาได้ แก้ไขและผ่านไปได้ด้วยดี ไม่ใช่อารมณ์

อ่านเพิ่มเติม : เจ็บใจไหม? เรื่องของชาวพันทิปกับเรื่องที่น่าเสียดายเงินมากที่สุด

9  รู้จักบริหารเงิน

เมื่อผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ เด็ก ๆ ก็จะเรียนรู้วิธ๊การแก้ไขปัญหา และการใช้เงินได้คล่องขึ้น  เขาจะรู้ว่าเมื่อใช้จ่ายต่อเดือนแล้วต้องจ่ายคืนอย่างไร  บัตรเครดิต ใช้ทำอะไรได้ และ ไม่ได้บ้าง  วงเงินในอนาคตคืออะไร? และมีการวางแผนการเงินที่ดีขึ้น  ดีกว่าเด็กวัยเดียวกันที่ยังไม่เคยบริการเครดิตของตัวเอง

อ่านเพิ่มเติม : GEN Y เป็นหนี้บัตรเครดิตมาก และเสี่ยงตกงาน

10 ยกเว้นค่าธรรมเนียม

ทุกบัตรเครดิต สามารถรวมค่าใช้จ่ายจากบัตรเสริม มารวมกับบัตรหลักเพื่อเป็นการยกเว้นค่าธรรมเนียมให้กับบัตรหลักได้   คนที่ใช้บัตรเครดิตเป็น  จะรู้ว่า แม้กระทั่งคะแนนสะสม ก็ทำเรื่องโอนรวมกันได้  ซึ่งดูจะเป็นผลดีให้กับผู้ถือบัตรหลักด้วยซ้ำ เมื่อต้องการสะสมคะแนน สะสมไมล์ แลกรับสิทธิพิเศษเหล่านี้

อ่านเพิ่มเติม : ค่าธรรมเนียมรายปี UOB พร้อมขั้นต่ำยกเว้น

เรียบเรียงข้อมูลจากเว็บไซต์ Forbes.com, Creditcards.com

Exit mobile version