เมื่อออนไลน์ปัง! ทำอย่างไรถึงจะระงับใจตัวเองไม่ให้ซื้อของออนไลน์

วิธีเลิกซื้อของออนไลน์
ads

หาวิธีระงับใจของตัวเองไม่ให้โอน ไม่ให้ซื้อ ไม่ให้จ่าย

นึกว่าเป็นตัวเองไปโพสต์! กำลังคิดว่าจะไปตั้งกระทู้ แต่ก็มีคนชิงตัดหน้าไปก่อนแล้ว เป็นเหมือนกันไหมคะ ช่วงนี้ทุกเว็บ เล่นจัดโปรโมชั่นการตลาดออนไลน์ ทั้งหั่นราคา และ Flash Deal ดีนะที่ผู้เขียนยังเลือกซื้อเฉพาะของจำเป็นมาอยู่ ไม่มีชิ้นไหนมาวางทิ้งเอาไว้เฉย ๆ ให้แมลงวันตอมเล่น หลังจากหาจุดหยุดให้กับตัวเองได้ ก็มีกระทู้นี้เด้งแจ้งเตือนมาในกระทู้เด็ดที่ติดตามอยู่พอดี มาดูกันว่า หากคุณเป็นผู้ที่กำลังหลงอยู่ในวังวนซื้อของออนไลน์อย่างสะบัดไม่ออก จะมีคำแนะนำจากเพื่อน ๆ พันทิปว่าอย่างไรบ้าง? มาดูกันค่ะ

ข้อมูลจาก : https://pantip.com/topic/38972313

1 หักดิบบอกตัวเองว่าจะเลิกซื้อ

สิ่งแรกที่ควรจะทำหลังจากที่รู้ตัวว่าใกล้ล้มละลายแล้ว ให้ค่อย ๆ พาตัวเองออกจากสิ่งเร้า ผู้เขียนเคยดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง นางเอกเป็นผู้หญิงที่ชอบซื้อรองเท้ามาก มีรองเท้าส้นสูงสวย ๆ มากจนต้องซื้อบ้านไว้เก็บรองเท้า ซื้อมาแล้วก็ไม่เคยใส่ เอามาวางไว้สวย ๆ จนตอนหลังแต่งงานแล้วก็ต้องประหยัดเงิน เวลาเดินผ่านร้านรองเท้าต้องเดินอ้อม เพื่อที่จะไม่ต้องเห็นโปรโมชั่นกระตุ้นนั้นอีก วิธีการนี้ก็มีคน Pantip นำมาแนะนำให้ใช้กัน ดังนี้

  • ออกจากกลุ่ม FB
  • Unfollow IG
  • ลบ Application
  • ปิดการแจ้งเตือน

หากคุณอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น สินค้ามือสองแม่และเด็ก หรือ เสื้อผ้าแบรนด์เนม ฯลฯ ก็อาจจะถูกกระตุ้นให้ซื้อของถูกของน่าใช้ได้ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้จำเป็นใช้ แต่มีเชื้อความอยากได้อยู่ในตัว หากออกจากกลุ่มได้ก็จะเลิกเห็น เลิกตามไปเอง

2 กดไว้ก่อนแล้วค่อยซื้อ

หากยังหักดิบไม่ลง ใก้แกล้งหลอกตัวเองว่าฉันได้กด ได้ซื้อแล้ว ด้วยการเลือกสินค้าลงตะกร้าไว้ก่อน แล้วยังไม่ต้องจ่ายเงิน ช่วง Flash Sale แรก ๆ หากยังไม่จ่ายเงิน สินค้าจะถูกดึงกลับให้ซื้อไม่ทันตามกลไกตลาดไปเอง คุณก็จะได้ไม่ต้องเสียทรัพย์ แต่หากรอผ่านไปสักสัปดาห์ ถ้ายังอยากได้สินค้านั้นอยู่ และรู้สึกถึงความจำเป็นอยู่ ค่อยมาจ่ายเงินทีหลัง แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะรับรู้ได้เองว่ามันไม่จำเป็นใช้ ไม่จำเป็นต้องซื้อแล้ว

3 ลบแอป ฯ Mobile Banking – ทำให้การจ่ายเงินยากขึ้น

เพียงคุณทำให้การจ่ายเงินนั้นยากขึ้น จากแต่เดิม มีเงินอยู่ในบัญชีเท่าไหร่ก็โอนได้ ส่งสลิปเร็ว ลองเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง ด้วยการไม่โหลด Mobile Banking มาเก็บไว้ หรือ เลิกใช้ระบบการจ่ายเงินผ่านอินเตอร์เน็ตให้หมด.. พูดแล้วมันก็ยากอยู่ดี เพราะบางทีเราต้องโอนเงินให้กับคนในครอบครัว และซอยบ้านก็เปลี่ยวเกินกว่าจะไปกดทำธุรกรรม ATM หรือลองเปลี่ยนรหัส Passcode บ่อย ๆ เก็บรหัสไว้ในที่ยาก ๆ จะได้ไม่เข้าแอปง่าย ๆ

4 ดูความจำเป็นที่ต้องใช้ก่อน

เมื่อเลือกสินค้ามาหลายชิ้นหลังจากรู้ว่าถูกและ Sale แล้วก็อย่าลืมว่าต้องดูความจำเป็นใช้ด้วย ลองมองของที่เคยซื้อมาก่อนว่าได้ใช้หรือเปล่า? ถ้าซื้อมาเก็บก็อย่าซื้อมาเพิ่มเลยค่ะ

5 หากกิจกรรมอย่างอื่นทำ

หากเป็นคนที่อยู่กับโทรศัพท์มือถือมากเกินไป ให้หาวิธีเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง ออกจากหน้าจอ ด้วยการหากิจกรรมอย่างอื่นทำ ดูหนัง ปั่นจักรยาน ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ไปรดน้ำต้นไม้ พูดคุยเดินเล่นกับเพื่อนบ้าน และคอยมีคนเตือนไม่ให้เราอยู่กับแอป ฯ ซื้อของบ่อย ๆ และเลิกเอามือถือเข้าห้องน้ำด้วย ลดความอยากในทุกกรณี

6กำหนดงบซื้อ

ในทุกเดือนมันจะต้องมีของที่ต้องซื้ออยู่แล้ว อย่างเช่น แปรงสีฟัน, แชมพู, สบู่, ข้าวสาร ฯลฯ ให้กำหนดงบสำหรับซื้อของแต่ละเดือน ส่วนของฟุ่มเฟือยอย่าง เครื่องสำอาง, ครีมบำรุงผิว และ เสื้อผ้า จะต้องมีการกำหนดงบไว้แต่ละเดือนว่าจะใช้จ่ายกี่ % ของรายได้

7เก็บเงินในบัญชีฝากประจำ.. จะได้ไม่ต้องถอนออกมาใช้ 

จ่ายเงินด้วยบัญชีออมทรัพย์ที่ผูกกับ Internet / Mobile Banking ทำให้เงินไหลออกง่ายไป ให้เปลี่ยนที่เก็บเงินหลักไปใช้ในบัญชีฝากประจำ เช่น (ผู้เขียนขอแนะนำ) TMB FIX และ ออมสิน เพราะการถอนเงินออกจากบัญชีฝากประจำนั้นจะถอนยากกว่า ข้อดีคือได้ดอกเบี้ยสูงกว่า ก็ต้องชั่งใจเอาระหว่างดอกเบี้ยกับของที่ไม่ค่อยได้ใช้แน่ ๆ

8นับเป็นยอดใช้จ่ายก้อนใหญ่ ๆ แล้วจะรู้ว่ามันสิ้นเปลือง

ชอบความคิดเห็นของสมาชิกท่านนี้มาก หากคุณซื้อของบ่อย ลองรวมยอดแล้วซื้อของใหญ่ได้ 1 ชิ้นเลยทีเดียว เห็นแล้วต้องประหยัดแน่นอน สาว ๆ ลองดู ซื้อเสื้อผ้าเดือนละ 1,000 บาท รวม 12 เดือน 12,000 บาท ซื้อมือถือใหม่ได้ 1 เครื่อง สเป็กแรงเชียวแหละ

9ยกเลิกบัญชี Wallet ที่ผูกกับเลขบัญชีหรือบัตรเครดิต

นอกจากบัตรเดบิตและเลขบัญชีแล้ว อาจจะมี Wallet ที่ผูกกับการจ่ายเงินของหน้าเว็บที่คุณเป็นสมาชิกอยู่มาก หากคุณ Delete ออกก็จะทำให้จ่ายเงินลำบากขึ้น เพิ่มขั้นตอนการจ่ายจะได้รู้ว่าพอจะจ่ายจริง ๆ ก็ไม่อยากซื้อแล้ว

10หาหมอจิตเวช ถ้าคิดว่าอาการหนักจนจะล้มละลายแล้ว 

ไม่ต้องกลัวว่าหมอจะหาว่าบ้า เพราะมีโรค Shopaholic จนต้องรักษามาแล้วจริง ๆ เราไปปรึกษาคุณหมอเพื่อหาวิธีป้องกันก่อนก็ดีกว่าจนถึงขั้นที่ถูกศาลตราให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถเพราะมีพฤติกรรมสุรุ่ยสุร่าย ซึ่งการซื้อของเยอะ ๆ โดยไม่จำเป็นใช้และห้ามตัวเองไม่ได้ ก็เป็นลักษณะอาการอย่างหนึ่งที่มาจากสารสื่อประสาทไม่สมดุลย์จนยับยั้งชั่งใจไม่ได้นั่นเอง บางทีเราอาจไม่รู้ตัว แต่หากคนรอบข้างเตือน ก็ควรจะฟังหน่อยนะคะ

การรักษาหากเป็นเพียงภาวะซื้อของเก่ง เพียงแค่พูดคุย และได้รับการบำบัดให้ดีก่อน ไม่จำเป็นต้องใช้ยา เพราะบางคนซื้อของเพราะความสนุก และเพื่อบำบัดความเครียด นอกจากการซื้อของเยอะเกินไปจนหยุดตัวเองไม่อยู่แล้ว อยากให้ทุกท่านได้เห็น Comment นี้.. หืม.. ซื้อเยอะจนได้แฟนเป็นพนักงานส่งของ Kerry เลยจ้าาาาาาา

การซื้อของมากเกินไปจนเข้าข่ายว่าจะเป็นโรคติดการซื้อ หรือ Shopaholic ก็คือการซื้อของไม่จำเป็นหลาย ๆ ชิ้น ซ้ำ ๆ กันมาไว้เต็มบ้าน และเริ่มโกหกคนในบ้านแล้วว่ามีคนให้มา รวมถึงต้องเอาของที่ซื้อมาไปหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไว้ตามบริเวณต่าง ๆ ของบ้านเพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งเมื่อถูกถามว่า ซื้อมากี่บาท? ซื้อมาอีกแล้วนะ! ..หากรู้ไม่เท่าทันอารมณ์ของตัวเองแล้วตกเป็นโรคทางใจแล้วต้องได้รับยาเหมือนกับอาการโรคซึมเศร้า หรือ โรคเครียด ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น ปรึกษาคนรอบข้าง และ สังเกตตัวเองดี ๆ นะคะ ด้วยความเป็นห่วงจ้า ♥

ที่มา : จากเรื่อง “Shopaholic” โรคทางจิต เสพติดการช้อปปิ้ง ไม่ใช่แค่ผู้หญิง แต่ผู้ชายก็เป็น,
https://med.mahidol.ac.th/ramachannel/home/article/shopaholic-โรคทางจิต-เสพติดการ/ (สืบค้น 18 มิถุนายน 2562)

ดูข่าวสารการเงินเพิ่มเติมได้ที่นี่

ผ่อนมือถือ 40 เดือน 0%

กดเงินสดดอกเบี้ยฟรี 0% 3 รอบบัญชีแรก รับกระเป๋าเดินทาง Premium Trolley Bag 20 นิ้ว และสามารถใช้ผ่อน Smartphone ได้ยาวถึง 40 เดือน แบบ 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ (เช่น AIS)

More Less