ads

อีกหนึ่งช่องทางในการแบ่งเบาภาระค่าใช่จ่าย!

 

สำหรับการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ของคนที่กำลังประสบกับปัญหาหนี้ภาระบัตรเครดิตก้อนโต ที่ทำเอาใครหลายคนไมเกรนแทบขึ้น! ไม่ว่าจะเป็น ค่าผ่อนบ้าน, ผ่อนรถ, รวมถึง ค่าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นจำนวนเงินมหาศาล ที่แสนสาหัสเสียเหลือเกิน! ครั้นจะไปกู้เงินนอกระบบ ก็เกรงว่าจะเจอดอกเบี้ยแสนโหด ทำเอาพาเครียดหนัก! จิตตกมากกว่าเดิมเสียอีก โอ้ย! โปรส่งใครมาช่วยฉันที Stop! อย่าเพิ่งเครียดจนถึงขั้นกินไม่ได้ นอนไม่หลับ กรุณาทำใจให้สบาย เพราะปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ โดย ณ ปัจจุบัน มีหลายธนาคารรับรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต โดยมีโปรโมชั่นสินเชื้อที่น่าสนใจมากมาย

 

 

โดยมาพร้อมกับการที่ช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมทั้ง ช่วยแบ่งเบาทุกภาระทางการเงินของคุณได้อย่างมืออาชีพสุดๆ ซึ่งแต่ละทีต่างมีจุดเด่น รวมถึง อัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจสมัครสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ควรตรวจเช็คข้อมูล รวมถึง ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดรอบครอบให้ดีเสียก่อน เพื่อตัวคุณเอง

 

♦ รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตคืออะไร ?

บางคนอาจยังสบสันกับคำว่า “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” ว่าคำจัดกัดความคืออะไรกันแน่ อธิบายอย่างง่าย คือ เป็นการกู้ยืมสินเชื่อใหม่ เพื่อนำไปผ่อนชำระสินเชื่อเดิมที่มีอยู่ โดยแต่ละธนาคารมักมาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษของการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตไม่ว่าจะเป็น การลดอัตราดอกเบี้ย, การยืดระยะเวลาการผ่อนชำระให้ยาวนานขึ้น หรือ การแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ขอสินเชื่อ

 

♦ วางแผนอย่างรอบครอบ

สำหรับผู้ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่าย หรือ ชำระหนี้สินที่ค้างอยู่ ควรวางแผนทางการเงินอย่างรอบครอบ โดยควรคำนึงถึง รายรับ หรือ เงินเดือนที่ได้ในแต่ละเดือน ว่าแตกต่างจากรายจ่ายที่ใช้ในการผ่อนชำระหนี้สินมากน้อยเพียงใด ซึ่งถ้าหากคิดว่ายังไหวกับค่าใช้จ่ายหนี้บัตรเครดิต ก็ควรหลีกเลี่ยงการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต เพราะวิธีนี้อาจทำให้เกิดหนี้ก้อนโต้เพิ่มขึ้น อีกทั้ง เป็นภาระที่หนักหนามากกว่าเดิม แต่หากคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตเป็นทางออกที่ดีที่สุด ก็ควรเตรียมข้อมูลในการขอสินเชื่อให้ครบถ้วน เพื่อให้ผ่านไปได้ด้วยดีไม่มีความยุ่งยากให้รำคาญใจ

 

♦ เอกสารสำคัญในการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

สำหรับเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อม สำหรับการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ในเบื้องต้นมีเอกสารสำคัญ ดังต่อไปนี้

  • สำหรับพนักงานประจำ ข้าราชการ และ พนักงานรัฐวิสาหกิจ
  1. สำเนาบัตรประชาชน  สำเนาบัตรข้าราชการ และ สำเนาทะเบียนบ้าน
  2. สลิปเงินเดือนที่เป็นต้นฉบับเท่านั้น หรือ หนังสือรับรองเงินเดือน โดยต้องมีอายุไม่เกิน 2 เดือน
  3. สำเนาสมุดเงินฝากหน้าแรกที่ระบุชื่อผู้สมัคร เพื่อทำการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชี
  4. เอกสารแสดงภาระหนี้ของธาคารอื่นๆ
  • สำหรับเจ้าของธุรกิจส่วนตัว หรือ ประกอบกิจการต่าง ๆ
  1. สำเนาบัตรประชาชน
  2. สำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียน หรือ สำเนาทะเบียนการค้า และ สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (กรณีนิติบุคคล)
  3. สำเนาบัญชีธนาคารที่ใช้หมุนเวียนในธุรกิจย้อนหลัง 6 เดือน หรือ สำเนาภาษีเงินได้ (ภ.พ.30) หรือ สำเนางบการเงินปัจจุบัน
  4. สำเนาสมุดเงินฝากหน้าแรกที่ระบุชื่อผู้สมัคร เพื่อทำการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชี
  5. เอกสารแสดงภาระหนี้ของสถาบันการเงินอื่น ๆ

สำหรับผู้ที่เตรียมเอกสารพร้อมแล้ว ให้ติดต่อการทางธนาคารที่สนใจโดยตรง โดยทางธนาคารจะทำการนัดวันเซ็นสัญญาต่างๆ โดยใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 2-3 วัน ในกาารพิจารณาวงเงิน ถ้าหากผ่านการอนุมัติ ทางธนาคารจะทำการโอนเงินเช้าบัญชีของผู้ที่ขอสินเชื่อทันที ซึ่งขั้นตอน และ ระยะเวลาต่างๆ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร โดยอาจมีความแตกต่างกัน   

 

♦ ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

  • ทำให้มีเงินก้อนสำหรับการชำระหนี้บัครเครดิต
  • ทำไมมีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ในกรณีที่ต้องใช้เงินอย่างกระทันหัน

 

♦ ข้อเสียของการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

  • หากขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี หรือ ใช้จ่ายเงินเกินตัว อาจทำให้เกิดหนี้ก้อนโตได้
  • เนื่องจากสินเชื่อนี้เป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้มีเงินใช้ในอนาคตลดลง

 

สำหรับการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตถือเป็นการแบ่งเบาภาระหนี้สินที่ดี ถ้าหากคุณมีวิธีการจัดการ แลัะ วางแผนอย่ารัดกุม โดยที่ไม่ก่อหนี้เพื่มขึ้น ซึ่งในกรณีที่ผู้ใช้บัตรมีภาระหนี้สินในจำนวนที่มากกว่าเงินเดือน ควรทำการปรึกษากับทางธนาคาร รวมถึง แหล่งเงินทุนที่ทำการขอรีไฟแนนซ์อย่างรวดเร็ว เพื่อทำการแก้ไข้ปัญหา ไม่ให้มีหนี้เพิ่มขึ้น โดยอาจสามารถทำการต่อลองในเรื่องของ การยืดอายุการชำระหนี้, การลดจำนวนเงินที่ผ่อนชำระต่อเดือน หรือ การชำระเงินต้นโดยปราศจากดอกเบี้ยให้ระยะเวลาหนึ่ง และเพื่อเครดิตทางการเงินที่ดี ไม่มีติดขัด ผู้ใช้บัตรไม่ควรหนีหนี้ หรือ ค้างชำระใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากหากมีข้อมูลเครดิตที่ไม่ดี โอกาสที่จะกู้เงินจากธนาคารในวงเงินที่มากกว่าวงเงินสินเชื่อของบัตรเครดิตในอนาคต อาจเป็นเรื่องที่ยากลำบาก