สมัครบัตรเครดิต แต่ส่งผิดบ้าน ทำอย่างไรดี?

ads

5 สิ่งที่ต้องทำ เมื่อยังไม่ได้รับบัตรเครดิต หลังจากได้รับอนุมัติแล้ว

นึกว่าไม่ผ่านอนุมัติ แต่ว่าได้ sms จากธนาคารว่า “คุณได้รับอนุมัติบัตร.. จากธนาคาร..” แต่รอมา 2 เดือนแล้ว ยังไม่ได้รับบัตรสักที ปรากฎว่าผ่านหรือไม่ผ่านกันแน่? มีอยู่หนึ่งเหตุผลที่ทำให้คุณยังไม่ได้รับบัตรเครดิตจากธนาคาร อาจเป็นเพราะไปรษณีย์ตีกลับ ทำให้คุณต้องพลาดโปรโมชั่นดี ๆ ไป และเสี่ยงถูกคนอื่นเอาไปรูดอีกด้วย วันนี้ผู้เขียนแนะนำ 5 วิธีที่ต้องทำ เมื่อเกิดสมัครบัตรผ่านแล้วเกิดส่งไปผิดบ้านขึ้นมา..

1 โทรเช็คกับธนาคาร ว่าได้รับอนุมัติหรือไม่ จัดส่งเมื่อไหร่

ทุกธนาคารจัดส่งด้วยวิธีส่งพัสดุลงทะเบียน หรือ EMS เพื่อการติดตามที่แน่ชัดว่าจัดส่งถึงมือแน่นอน หากไม่มีคนเซ็นรับก็จะถูกตีกลับทุกกรณี ไม่มีวางทิ้งไว้หน้าบ้านใครแน่ ๆ แต่จะเกิดเหตุกรอกที่อยู่ผิดบ้านเลขที่ ผิดตำบล แล้วไปโผล่อีกบ้านหนึ่ง ทำให้เจ้าบ้านที่รับของ ก็งง ๆ ไม่รู้ว่าคืออะไร เซ็นรับมาก็มี มักจะเกิดความผิดพลาดหากอาคารนั้น มีระบบรับเอกสาร ที่ไม่ตรวจสอบให้ดี จึงทำให้บัตรมีโอกาสถูกนำไปใช้รูดซื้อได้ หรือ ตกค้าง ไม่ถึงมือผู้รับ

วิธีการที่คุณจะทราบได้ว่าเอกสารเคยมาส่งถึงบ้านของคุณหรือยัง โทรไปสอบถามได้ที่ Call Center ธนาคาร ฝ่ายสินเชื่อบัตรเครดิตได้ทุกธนาคาร >> ตรวจสอบสถานะบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อ จาก 20 สถาบันการเงิน

 

2 ตรวจสอบวันหมดโปรโมชั่นหลังจากได้รับบัตร

เงื่อนไขต่อมาหาตรวจสอบเจอแล้วว่าบัตรตกหล่นไปอยู่ที่ใด หากโชคดีถูกตีกลับไปยังธนาคารอย่างปลอดภัย ก็อย่าลืมโทรถามฝ่ายโปรโมชั่นสินเชื่อ เพราะมีหลายท่านที่เลือกสมัครบัตรเพื่อรับกระเป๋าเดินทาง หรือรับคะแนนพิเศษ แต่มารู้ตัวอีกทีว่าอนุมัติบัตรผ่านก็ 6 เดือนไปแล้ว แต่บางเงื่อนไขของโปรโมชั่นบอกว่าจะได้รับกระเป๋าเมื่อมียอดใช้จ่ายภายใน 90 วัน ก็จะทำให้คุณหมดโอกาสได้รับโปรโมชั่นนั้นไป

แต่หากได้บัตรเครดิตมายังอยู่ในระยะเวลาที่ทัน เช่นโทรไปถาม Call Center แล้วเหลืออีก 15 วัน ก็รีบ ลิสต์รายการสินค้าที่จำเป็นต้องซื้อ หรือ ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายประจำ อาทิ ค่าประกันชีวิต, สินค้าอุปโภค บริโภค เพื่อสะสมยอดรูดซื้อรับคะแนนทันโปรโมชั่นนี้เอง

3 กรณีพบว่าบัตรถูกนำไปใช้ ให้แจ้งความ และอายัดบัตร

หากโทรไปถาม Call Center  ปรากฎว่าบัตรอนุมัติแล้วเกิดพบว่าบัตรส่งไปผิดบ้าน + เกิดการรูดใช้ไปแล้วไม่ได้จ่าย ให้รีบอายัดบัตร แจ้งความ ติดต่อธนาคาร เพื่อปฏิเสธยอดใช้จ่ายนั้น ให้เกิดการฟ้องร้องตามจับกันต่อไป แม้ว่าบัตรใบนั้นถูกเอาไปรูดซื้อสินค้าแล้ว ก็ยังมีความหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะจับได้ บัตรเครดิตบางใบไม่จำเป็นต้องโทรเปิดบัตรก็เอาไปรูดซื้อของออนไลน์ได้เลย (ตัวอย่างวิธีการอายัดบัตรกสิกร คลิกที่นี่)

กรณีเช่นเดียวกันหากทำบัตรเครดิตหล่นหาย ก็มีโอกาสที่จะถูกเอาไปกรอกเลขหน้าบัตร และเลข CVV เพื่อเอาไปรูดซื้อสินค้าในอินเตอร์เน็ตได้เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ระบบจะป้องกัน 2 ชั้น ด้วยการส่งเลข OTP ไปยังโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนไว้ จึงหมดกังวลได้ในระดับหนึ่งว่า มิจฉาชีพอาจจะรู้ไม่เท่าทัน เอาไปซื้อของออนไลน์ไม่ได้ แต่หากรูดซื้อหน้าร้าน ก็มีโอกาสเสียทรัพย์ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้วให้รีบอายัดบัตรให้เร็วที่สุด หลังจากที่รู้ว่าบัตรหาย หรือถูกขโมย

4 ขอตรวจสอบที่อยู่กับธนาคารใหม่

พอแจ้งกับเจ้าหน้าที่ Call Center ธนาคารเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมขอตรวจสอบที่อยู่กับทางธนาคารว่าเราแจ้งที่อยู่ไปชัดเจนหรือเปล่า? ทางเอกสารที่กรอกด้วยลายมือ อาจจะจดไปผิดพลาด หากเจ้าหน้าที่ทวนที่อยู่แล้วผิดไปจากบ้านเลขที่ก็ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ให้แก้ข้อมูลใหม่

เมื่อก่อนเจ้าหน้าที่จะให้ส่งสำเนาบัตรประชาชน ไปยังอีเมลที่ทำเรื่องขอเปลี่ยนที่อยู่แต่ปัจจุบันมีหลายธนาคารที่ยอมรับการใช้วิธียืนยันตัวต้นผ่านคำถามพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งเอกสาร ด้วยการตอบคำถามเพียง 2 – 3 ข้อเท่านั้น เพื่อป้องกันมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางเปลี่ยนแปลงที่อยู่จากบัตร

5 ขอเปลี่ยนบัตรใบใหม่

ในกรณีที่คุณรู้สึกว่าหลังจากบัตรใบเก่าถูกส่งผิดบ้านแล้วอาจจะมีรอยแกะไปเรียบร้อยแล้ว ก็แจ้งกับทางธนาคารได้ว่าต้องการเปลี่ยนบัตรใหม่ เพราะมีความเสี่ยงที่ผู้อื่นจะทราบเลขหน้าบัตรไปแล้ว การขอบัตรใหม่เพราะกรณีความผิดพลาดทางการจัดส่งนี้ ยังคงเสียค่าธรรมเนียมรายปีเหมือนเดิม แต่ค่าเปิดบัตรใหม่อาจจะต้องเสียอยู่ มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น 100 บาท

ทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำที่ผู้เขียนแนะนำให้คุณต้องรีบทำด่วน เมื่อรู้สึกได้ว่าบัตรเราสมัครไปนานแล้วควรจะมาส่งสักทีสิ! ..โทรหา Call Center เลยค่ะ ไม่ต้องรอนาน ไม่ต้องเดินทางไปยังธนาคารด้วย เสียค่าเดินทางฟรี ๆ โทรเอาก็ได้จ้า ..

สมัครบัตรเครดิตทุกธนาคารได้ที่นี่