ads

ธนาคารหลายธนาคารในไทย เริ่มที่จะเปลี่ยนบัตรเครดิตและบัตรเดบิตที่ใช้ชิพแบบ EMV มาใช้ และในต่างประเทศเริ่มต้นกันตั้งแต่ปี 2015 ที่ผ่านมา ส่วนบ้านเรา ก็เริ่มต้นใช้กันจริงๆจังๆ เมื่อปี 2016 และในปี 2017 นี้ เราได้เห็นบัตรที่ใช้ชิบ EMV กันค่อนข้างมากเพราะ มันป้องกันการ “Copy” บัตร และเค้าคาดกันว่าจะทำให้อัตราการโดนมิจฉาชีพคัดลอกบัตรและนำไปใช้ (Card Skimmer) นั้นอาจน้อยลงได้ ซึ่งจะทำให้การโดนโกงบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตนั้นน้อยลง แต่ประเด็นนี้จะจริงหรือไม่??

จากภาพ นั่นคือหน้าตาของ EMV Chip ที่ใช้ในบัตรเครดิต เพื่อป้องกันการขโมยข้อมูล

การเริ่มต้นเปลี่ยนจากบัตรแถบแม่เหล็กมาใช้เป็น EMV Chip นั้นเค้าเริ่มต้นทำกันอย่างแพร่หลาย เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา และหลายธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตเปลี่ยน บัตรเครดิตเป็นแบบ EMV Chip ทั้งหมด และเราจะเห็นได้ว่า บัตร ATM รุ่นใหม่ๆ ก็เป็น EMV ทั้งหมดแล้ว

อัตรากการโดนโกงบัตรเครดิต บัตรเดบิต ลดลงอย่างเห็นได้ชัด (ข้อมูลจา Aite Group) คือลดการที่บัตรถูก Copy ขโมย นั่นแปลว่า EMV Chip Card นั้นใช้ได้ผลอย่างชัดเจน แต่สำหรับกับ การนำบัตรไปรูดผ่านการซื้อสินค้า ที่หน้าร้านค้าเท่านั้น แต่วิธีการใช้บัตรแบบ Card-Not-Present หรือการใช้แบบออนไลน์ มีอัตราการโกงที่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจมากเลยทีเดียว

นั่นแปลว่า แม้ EMV Chip บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ที่ ถูกออกแบบมาป้องกัน Card Skimmer ได้ผลดี แต่หากว่าถูกขโมยไปแล้ว มิจฉาชีพจะใช้บัตรนั้น ในการซื้อของออนไลน์ หรือ วิธีการที่ไม่ต้องแสดงบัตรในการซื้อสินค้านั่นเอง 

ข้อมูลจาก creditcard.com

บัตรเดบิต และ บัตรเครดิต แบบ ใช้ ชิปการ์ด ทำให้เกิดการจารกรรมรูปแบบใหม่

การโจรกรรมข้อมูลในบัตรแถบแม่เหล็กลดลง

กราฟเส้นสีน้ำเงิน คือ มูลค่าความเสียหายของ การที่ผู้บริโภคโดน Copy บัตรเครดิตไปใช้งาน และเมื่อมีการแนะนำ EMV Card (แถบสีเทา) จะเห็นได้ชัดว่า ความเสียหายหรืออัตราการโดนโกงของผู้ใช้บัตรเครดิต และ เดบิต ลดลงแบบดิ่งลงเลยทีเดียว

แต่การโจรกรรมข้อมูลในบัตรแบบมีชิป emv สูงมากขึ้น (แล้วจะเปลี่ยนไปเพื่อ?)

ในขณะเดียวกัน หากดูกราฟเส้นสีแดง จะเป็นการโกงบัตรแบบ ไม่ได้ใช้รูดในร้านค้า (Card-Not-Present) คือการซื้อของออนไลน์ โดยการใช้บัตรเครดิต จะเห็นได้ว่า ถีบตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปี 2016 ในอัตราที่น่ากลัว และก่อความเสียหายเยอะขึ้นมากขึ้นทุกวัน 

โดยสรุปแล้ว…

ทุกคนตอนนี้ ยังคงสามารถตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพอยู่ดี ไม่ว่าจะมี บัตรแบบ EMV Chip หรือ บัตรแถบแม่เหล็ก เพราะมิจฉาชีพก็จะทันทุกท่วงท่า และ หาวิธีมาขโมยจนได้ ซึ่งหลายคนก็บอกว่า อ้าวว ทำไมไม่เปลี่ยนไปใช้ การจ่ายเงินแบบ Contactless หรือ การจ่ายเงินแบบแตะจ่ายหล่ะ? ถึงแม้ว่าเราจะเปลี่ยนการชำระเงินเป็นแบบ contactless ก็ตาม แต่ภัยมืดและมิจฉาชีพก็ยังคงสามารถ ดึงข้อมูลจากระบบชำระเงินของเราได้อยู่ดี อ่านต่อ ภัยใหม่กำลังมา Bluesnarfing ขโมยข้อมูลบัตรเครดิต ระยะไกล