บัตรเครดิต Cash Back ดียังไง? – Trend ใหม่ในการสมัครในปี 2019

เพราะบัตรประเภทเงินคืน หรือ Cash Back อาจทำให้รายได้ ของมนุษย์เงินเดือนเพิ่มขึ้นได้

ในบัตรเครดิตทั้งหมดในตลาดตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารไหนๆก็ตาม เช่นพวก Reward Cards หรือบัตรที่สะสมไมล์ บัตรสะสมคะแนนต่างๆ บัตรเครดิตประเภท “เงินคืน” หรือบัตร Cash Back ที่เรารู้จักกันดีนั้น เรียกได้ว่าเป็นบัตรที่น่าสนใจที่สุดในชั่วโมงนี้ การหาข้อมูลของบัตรประเภทแคชแบ็คในปี 2018 พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ อาจเป็นเพราะว่าหลายธนาคารหันมาออกผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตประเภทนี้กันเยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น Citibank Cash Back และ KTC Cash Back ซึ่งเป็นบัตรที่น่าจะให้ผลประโยชน์ต่อผู้ถือบัตรดีที่สุดและมากที่สุด

สำหรับจากสถิติในต่างประเทศ ผู้คนมากกว่า 75% ของผู้ถือบัตรเครดิตทั้งหมดที่มีบัตรเครดิตประเภทรีวอร์ด ไม่ว่าจะตัวไหนก็ตาม พบว่า มีผู้สนใจใช้ โปรโมชั่น Rebate หรือ เครดิตเงินคืน มากที่สุด และที่น่าสนใจไปกว่านั้น โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีเงินลงทุนมากกว่า 3,000,000 บาท ขึ้นไป จะมีบัตรเครดิตรูปแบบ Cash Back Card

เพราะรูปแบบของบัตรประเภทแคชแบคนั้น มันเป็นอีกมุมหนึ่งของสิทธิประโยชน์ คือแทนที่จะสะสมไมล์ หรือเก็บแต้มไว้แลกของรางวัล เช่นตั๋วเครื่องบิน โรงแรมต่างๆ บัตรแคชแบคนั้น เป็นอะไรที่ เถรตรง คือ ให้เงินคืนไปเลย โดยคิดเป็น Percent (%) ของยอดใช้ จะเป็นแบบ Flat Rate หรือแบบขั้นบันไดก็ตาม

และบทความนี้ จะบอกให้ผู้ที่อยากรู้เกี่ยวกับ บัตรเครดิตประเภทแคชแบคมากยิ่งขึ้น ในเชิงลึก และ เป็นการเพิ่มรายได้ ให้กับครอบครัวในการใช้บัตรเครดิตประเภทเงินคืนรูปแบบนี้ไปอีกทางด้วย

บัตรเครดิต “Cash Back” มี Mechanic ในการทำงานอย่างไร?

การใช้บัตรเครดิตแคชแบค นั้น ธนาคารเจ้าของบัตรฯ เค้าจะคืนเงินเป็น % ให้กับ ผู้ถือบัตร โดยมีพื้นฐานในการคืนจากจำนวนเงินที่ถูกใช้ไปภายในบัตรใบนั้นๆ ขึ้นอยู่กับธนาคารเจ้าของบัตร ในเรื่องของ เปอร์เซ็นต์ในการคืน ซึ่งอาจจะเป็น 1% หรือ 2% (ในปัจจุบัน มีบัตรเครดิตอยู่แบรนด์หนึ่ง ที่สามารถนำเงินคืนเข้าบัญชีได้มากถึง 3% ซึ่งเป็นเงินคืนสูงสุดแล้ว นั่นก็คือ บัตรเครดิต Citi Premier ที่พึ่งเปิดตัวในปี 2018 นั่นเอง)

ซึ่งการได้รับเงินคืนจากบัตรประเภทนี้ อาจมีการรับคืนแบบไม่จำกัด ในหมวดหมู่ ที่สามารถใช้บัตรใบนั้นๆได้  ซึ่งจริงๆแล้ว บัตรแคชแบ็คไม่จำเป็นต้องเป็นการคืนเงินเข้าบัญชีบัตรเครดิตเสมอไป เพราะในบางครั้ง บางธนาคารจะคืนเงินให้ในรูปแบบของการส่งเช็คเงินสด โดยจะต้องมีเงินคืนถึงระดับหนึ่งก่อนเช่น 1,000 บาท 2,000 บาท ฯลฯ และ บางบัตรแคชแบค จะมี โปรโมชั่นสมัครบัตรเครดิต เช่นมีการให้เงินสดคืนไปก่อนเลย 4-5,000 บาท ในตอนสมัคร  แต่จะคืนหลังจากที่ได้มีการใช้บัตรในจำนวนเงินหนึ่งๆแล้ว

และรูปแบบนี้ ทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า บัตรเครดิต Cash Back นั้น ทำให้เกิดรายได้ในครอบครัว และแม้แต่บริษัทที่ถือบัตรเครดิตเป็นแบบ Corporate ก็สามารถทำให้รายได้บริษัทเพิ่มได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่าง หากบัตรเครดิตเงินคืน มีเงินคืนให้ แค่ 1%

  • ปกติใช้บัตรเครดิตอยู่แล้ว 100,000 บาท ต่อเดือน เงินคืน 1% จะเท่ากับ 1,000 บาท
  • ใช้จ่ายแบบเงินคืน 3% ในหมวดหมู่สินค้าบางประเภท ซักประมาณ 5,000 บาท ก็ได้รับเงินคืน 150 บาท ฟรีๆ

ง่ายๆสั้นๆ คือ ยิ่งใช้บัตร Cash Back มากเท่าไหร่ในชีวิตประจำวัน ยิ่งได้กำไร กลับมาเป็นเงินสดนั่นเอง 

บริษัทขนาดเล็กในต่างประเทศ ใช้บัตร Cash Back เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท

เมืองนอก การคิดต้นทุนการบริหารธุรกิจก็เช่นเดียวกันกับคนไทยนั่นแหละ เพียงแต่ว่า เค้ามีการสมัครบัตรเครดิต Cash Back สำหรับ องค์กร ซึ่งการเปิดธุรกิจแต่ละครั้งเค้าจะคิดอย่างถี่ถ้วนมากๆ มีการวางแผนอย่างดี และการสมัครบัตรเครดิตแบบ แคชแบค ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกัน

ยกตัวอย่างบริษัทหนึ่งใน อเมริกา เค้าเริ่มต้นธุรกิจด้วยการสมัครบัตรเครดิต Cash Back และใช้บัตรนั้นในการซื้อสินค้าและบริการ เพื่อ stock สินค้าในการขายต่อ และธุรกิจ นี้สามารถรับเงินคืนจากบัตรเครดิตเพียงใบเดียว ได้มากถึง $6,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 200,000 บาท นับว่าเป็นเงินที่ไม่น้อยเลยทีเดียว

เริ่มอยากรู้ซะแล้วสิว่า เค้าใช้บัตร แคชแบค กับอะไรบ้าง? เค้าใช้ ซื้อสินค้ามาตุนเพื่อขาย ประมาณ $600,000 หรือประมาณ 20 ล้านบาท และใช้ อีก 1.5 ล้านบาท ในการทำโฆษณา ซึ่งสิ่งที่ได้กับมาคือ 200,000 บาท เงินฟรีๆ ที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดธุรกิจได้

หากถามว่าคุ้มหรือไม่? 20 ล้านบาท บวกกับ 1.5 ล้านบาท เป็น 21.5 ล้านบาท ได้เงินคืน 200,000 บาท จะได้เงินคืนประมาณ 1% ซึ่งเป็นเงินที่ไม่ต้องแสวงหาเพิ่มเติมเลยทีเดียว

บัตรแคชแบคกดเงินสดได้หรือเปล่านะ?

หากไม่พูดถึงบัตรกดเงินสด บัตรเครดิตทั่วๆไป สามารถใช้กดเงินสดได้ ไม่เว้นแม้แต่ บัตรเครดิต Cash Back ยกตัวอย่าง บัตรเครดิต Citibank Cash Back จะสามารถกดเงินสดได้สูงถึง 100% โดยมีดอกเบี้ย และสามารถถอนได้จากตู้ ATM ที่มีเครื่องหมาย VISA หรือ PLUS และ MasterCard หรือ Cirrus

บัตรเคชแบค ที่ดีที่สุดในไทย?

หากจะพูดถึงบัตรที่ดีที่สุดในไทย คงหนีไม่พ้น บัตร สองธนาคารยักษ์ ของ KTC และ Citibank และสำหรับ ของ KTC เค้าใช้ชื่อว่า KTC Cash Back Platinum ซึ่งมีเงินคืน สูงสุดที่ 0.8% ซึ่งจะมีการรวมการกดเงินสดไปใช้ได้ด้วย และถ้าพูดถึง Citibank มันจะมีสองบัตรที่ต้องชั่งใจนิดนึง เพราะ หลังจากที่ Citibank มีออก premier ออกมา และมีเครดิตเงินคืนสูงถึง 5% นับว่าสูงที่สุดแล้ว แต่จะใช้ได้เฉพาะ พวก Supermarket ซึ่งถ้าเป็น Citibank Cash Back เต็มๆ ก็จะคืน 1% ทุกยอดใช้จ่าย ยกเว้นที่ BTS ให้เงินคืน 3%

หากถามว่า การใช้แบบนี้จริงๆมันคุ้มเหรอ? รับเป็น คะแนน Rewards ไม่ดีกว่าหรือไง? หากลองคำนวณดีๆ จะพบว่า บัตรเครดิตที่ทุกคนใช้อยู่ทุกวันนี้ หากใช้จ่ายและรับเป็นคะแนน เมื่อเปรียบเทียบกับ Cash Back แล้ว บัตร Rewards จะได้รับเท่ากับ 0.8% เท่านั้น ในขณะที่ บัตร Cash Back ให้คืน 1% นั่นเอง (ลองไปคำนวณกันเอาดู)

Read More :

ads
แจกคะแนน 2,500 คะแนน

รับคะแนนสะสม Citi Rewards 5 เท่า เมื่อสมัครบัตร Citi Rewards Card เมื่อช้อปที่ LAZADA หรือ SHOPEE และรับคะแนนสะสมเพิ่ม 7 เท่าในเดือนเกิด แจกคะแนน 2,500 คะแนน เมื่อใช้บัตรครบ 5,000 บาท ขึ้นไป ภายใน 30 วันหลังจากบัตรได้รับการอนุมัติ 

More Less