เมื่อผู้คนต้องการใช้เงินสด สิ่งหนึ่งที่นึกถึงก็คือการหยิบยืมคนรู้จัก แต่เมื่อยืมไม่ได้ ก็ต้องหาทางเลือกอื่นๆ เช่นการกู้นอกระบบ หรือ การกู้ในระบบ เช่นการใช้สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสด หรือแม้แต่การกดเงินสดจากบัตรเครดิต ซึ่งในเมื่อ ธปท มีมาตรการคุมหนี้มากขึ้น การอนุมัติ สินเชื่อและบัตรต่างๆ นั้นทำได้ยากขึ้นเช่นเดียวกัน และสำหรับผู้ที่มีบัตรเครดิตอยู่แล้ว จึงต้องไปกดเงินสดออกจากบัตรเพื่อนำมาใช้สอย ซึ่งการกดเงินออกมานั้น เพียงแค่เสียบบัตรเข้าไป และเงินสดไหลออกมา ดอกเบี้ยเป็น 10%+ เริ่มนับทันที ซึ่งในจุดนี้ ก็มีพ่อค้าหัวใส ที่แนะนำบริการใหม่ นั่นก็คือ “บริการรับรูดบัตรเครดิต” และหลายคนยัง งงๆ กันว่า บริการนี้มันคืออะไร และมันดียังไง ทำไมหลายคนหาใช้ บริการนี้กัน?

บริการรับรูดบัตรเครดิตมีขั้นตอนอย่างไร?

ร้านค้าร้านหนึ่ง ที่จดทะเบียนพาณิชย์ อาจมีธุรกิจอยู่แล้ว และมีเครื่องรูดบัตรเครดิต ก็คิดว่า การใช้เครื่องรับรูดบัตรให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง โดยที่ประกาศบอกเลยว่า เค้ารับรูดบัตรเครดิต โดยที่รูดแล้วเค้าจะให้เงินสดเจ้าของบัตรกลับมา พร้อมกับ การหักค่ารูดไป หรือ % ในการรูด

ยกตัวอย่างเช่นนาย A ไป รูดบัตรเครดิตที่ร้านรูดบัตรเครดิตแห่งหนึ่ง โดยบอกว่าขอรูด 20,000 บาท ทางร้านนั้น เค้าก็จะขอค่ารูด หรือเปอร์เซ็นต์ อาจจะแค่ 500-1,000 บาท สำหรับค่ารูด และ ที่เหลือเจ้าของบัตรก็จะได้รับเงินสดจากร้านค้านั้นไป

อีกด้านหนึ่ง เมื่อนาย A รูดบัตรไปแล้ว 20,000 บาท เงินจะเข้าบัญชีของเจ้าของเครื่องรูด หรือร้านค้านั้นๆ และร้านเจ้าของเครื่องรูดบัตรก็จะโดนหัก % จาก การรูดนั้นด้วย

ธนาคาร vs บริการรูดบัตร vs เจ้าของบัตร มุมมองที่แตกต่าง

  • ในมุมของร้านค้าเจ้าของเครื่องรูด ปลอดภัยเพราะมันคือการดูดเงินจากบัตรของนาย A เข้าบัญชีตัวเอง
  • ในมุมของนาย A นาย A ได้เงินสดออกไป โดยที่ไม่ต้องเอาบัตรเครดิตไปกดที่ตู้
  • ในมุมของธนาคารก็คือ มีผู้ใช้บริการร้านค้านั้นๆ แต่ไม่ทราบว่าเป็นสินค้าหรือบริการประเภทใด และไม่ทราบว่า เป็นบริการรับรูดบัตรเครดิต

จุดเริ่มต้นมันอยู่ที่ เจ้าของบัตรเครดิตนั่นเอง ซึ่งพยายามหลีกเลี่ยงการ ใช้บัตรเครดิตไปกดที่ตู้ และเจอกับดอกเบี้ยสูง ในทางกลับกันหากมาใช้บริการรับรูดบัตรเครดิตนั้น นอกจากจะไม่เสียดอกเบี้ยด้วยแล้ว ยังมีระยะเวลาในการชำระเงินได้อีกด้วย นั่นก็คือเหมือนกันกับการใช้บัตรเครดิตรูดซื้อของตามปกติ แต่รูดและได้เป็นเงินสดออกมา ทำให้ไม่เสียค่าใช้วงเงิน และดอกเบี้ย หากชำระเต็มวงเงินเมื่อบิลบัตรเครดิตมาถึง

บริการแบบนี้ถูกกฎหมายหรือไม่?

บริการรับรูดบัตรเครดิตนั้น มีมาตั้งแต่ปี 2552 หรือประมาณ 10+ ปี ที่แล้ว (ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ) และเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากเพราะเป็นการสมยอมกันทั้งสองฝ่าย ก็คือ ผู้รับรูดก็เต็มใจให้รูด และเจ้าของบัตร ก็รับทราบเรื่องข้อตกลงและยอมให้รูด แต่สำหรับเรื่องกฎหมายนั้น ยังไม่มีการบอกมาชัดเจนว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งหากจะบอกว่าผิดกฎ ก็คงผิดวัตถุประสงค์ของการรูดบัตรโดยการใช้เครื่องรูดบัตรเครดิตของธนาคาร และกฎหมายที่อาจจะครอบคลุมได้จริงๆ ก็คงเป็นกฎหมายเรื่องการฟอกเงิน และนี่คือประเด็นสำคัญในเรื่องของการรับรูดบัตรเครดิตของร้านค้าต่างๆ

  • สินค้าหรือบริการนั้นไม่ได้มีการซื้อขายกันจริงๆ
  • อาศัยช่องว่างทางกฎหมายในการปล่อยเงินนอกระบบ
  • เปลี่ยนเงินดำให้เป็นเงินขาว โดยการฟอกเงินผ่านบริการรับรูดบัตร
  • ไม่สามารถหาที่มาของเงินสดได้

ร้านรับรูดบัตรก็ต้องระวัง เจ้าของบัตรแจ้งบัตรถูกขโมย

ใครจะไปรู้ ว่าความเสี่ยงมันมี บางคนอาจเคยโดนขโมยเลขบัตรเครดิต และเมื่อเห็นรายการแจ้งเตือนไปแล้ว ก็รีบโทรแจ้งธนาคารทันทีว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้ทำรายการนั้นๆ เช่นเดียวกันกับร้านค้าที่รับรูดบัตรเครดิต ก็มีความเสี่ยงที่จะโดนแบบนี้เช่นเดียวกัน เช่นนาย A คนเดิม เข้าไปร้านรับรูดบัตรเครดิต และทำการรูดบัตร รับเงินสดและเดินออกจากร้าน หลังจากนั้นโทรแจ้งบริษัทบัตรเครดิตว่า มีรายการที่ตัวเองไม่ได้ทำ และขอระงับการทำรายการ เพียงเท่านี้ ร้านรับรูดบัตรก็จะโดนระงับ และมีสิทธิ์ในการพูดแก้ตัวได้น้อยมาก เพราะมีการใช้เครื่องรูดบัตรผิดวัตถุประสงค์นั่นเอง


หากมองให้ดีแล้ว งานนี้ เจ้าของบัตรเครดิตดูเหมือนจะเป็นผู้รับผลกระทบน้อยที่สุด ได้เงินสดเร็วด้วย ไม่เสียดอกเบี้ยด้วย ใน ขณะที่ธนาคารขาดรายได้จากดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และร้านรับรูดบัตรมีความเสี่ยงต่อเรื่องการผิดกฎข้อบังคับของเครื่องรูดบัตรธนาคาร และเสี่ยงโดนเรื่องอายัดเงินด้วย ซึ่งในอนาคตนี้ เราอาจได้เห็นบริการใหม่ โดยการใช้ระบบชำระเงินต่างๆ แทนบัตรเครดิตก็เป็นได้