ปัญหาผมร่วงเกิดจากอะไร พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขอย่างปลอดภัย

ผมร่วงเกิดจากสาเหตุใดบ้าง

ผมร่วง ผมบาง คืออีกหนึ่งปัญหารบกวนจิตใจของใครหลายคน เพราะนอกจากทำให้เสียบุคลิกภาพแล้ว ยังส่งผลต่อความมั่นใจอย่างมากอีกด้วย โดยเฉพาะในการชีวิตประจำวันที่ต้องพบปะผู้คนมากมายทั้งเพื่อนฝูง เจ้านาย ลูกน้อง หุ้นส่วนคู่ค้า ซึ่งอาจทำให้การสนทนาไม่ราบรื่น ขาดสมาธิ เพราะมัวแต่กังวลกับปัญหาดังกล่าวนั่นเอง

คำนิยามของผมร่วงมี 2 ลักษณะดังนี้

ผมร่วงประเภทเซลล์รากผมถูกทำลาย (Scarring)
ผมร่วงลักษณะนี้เป็นโรคที่เกี่ยวกับผิวหนังและเยื่อบุ รวมถึงเชื้อราบนหนังศีรษะซึ่งผมร่วงประเภทนี้จะเป็นการสูญเสียเส้นผมแบบถาวรจนก่อให้เกิดปัญหาผมบาง ศีรษะล้านเป็นหย่อม ๆ ตามมาได้

ผมร่วงประเภทที่เซลล์รากผมยังไม่ถูกทำลาย (Non Scarring)
ลักษณะของอาการผมร่วมประเภทนี้สามารถรักษาให้หายได้เนื่องจากเซลล์รากผมยังดีอยู่และยังไม่ถูกทำลาย แต่ต้องรีบทำการรักษาโดยเร็วเพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจพัฒนาไปเป็นแบบ (Scarring) ได้

ปัญหาผมร่วง
ปัญหาผมร่วงที่เกิดจากพันธุกรรม

สาเหตุของผมร่วง

ผมร่วงสามารถแบ่งสาเหตุหลักใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

1. ผมร่วงตามธรรมชาติ
โดยปกติแล้วต่อให้คุณมีสภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่สมบูรณ์แค่ไหนก็ตามผมคุณจะต้องร่วงราว 100-150 เส้นต่อวันอยู่แล้ว อาจมากหรือน้อยกว่านี้ตามปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น ความเครียด มลภาวะที่เจอในแต่ละวัน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในตัว

2. ผมร่วงเพราะผมเสีย
สาเหตุนี้เกิดจากพฤติกรรมการดูแลเส้นผม เช่น ใช้ยาสระผมที่ไม่เหมาะกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ, ทำสีผมบ่อยเกินไป, ใช้ไดร์เป่าผมเป็นประจำ, โดนแสง UV ทุกวัน เป็นต้น

3. โรคบางโรคและการใช้ยาบางชนิด
อาการผมร่วงยังพบได้จากปัญหาเกี่ยวกับโรคความผิดปกติของไทรอยด์ หรือฮอร์โมน, อาการแพ้ยา, การเข้ารับการฉายรังสี, การติดเชื้อรา ซิฟิลิส เอชไอวี เริม, โรคทางผิวหนัง DLE และโรคทางภูมิคุ้มกัน SLE, ภาวะโลหิตจาง รวมถึงภาวะขาดสารอาหาร เช่น โปรตีน วิตามิน ธาตุเหล็ก เป็นต้น

4. พันธุกรรม
เกิดจากยีนตกทอดจากพ่อแม่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถรักษาได้เพราะเทคโนโลยียังไปไม่ถึงขั้นนั้น การรักษาจึงทำได้เพียงชะลออาการไปเรื่อย ๆ เท่านั้น ส่วนใหญ่มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ในผู้ชายอาการจะเริ่มจากแนวผมด้านหน้าเถิกร่นหรือผมบางซึ่งจะเริ่มบางเมื่อเข้าสู่อายุ 30-35 ปี ส่วนในรายของผู้หญิงผมมักจะร่วงจากบริเวณแสกกลางของศีรษะ

รักษาปัญหาผมร่วง ผมบางได้อย่างไร

ผมร่วงผมบางสามารถรักษาให้หายได้ ยกเว้นอาการที่เกิดขึ้นแบบถาวรและพันธุกรรม โดยวิธีการรักษาแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ 1. การใช้ยารักษา และ 2. การผ่าตัดศัลยกรรม

1. การใช้ยารักษา

การรักษาโดยการใช้ยาเป็นเคสที่เพิ่งเริ่มกล่าวคือผมร่วงทั้งหัวแต่ยังไม่ถึงกับล้านแต่ก็สังเกตได้ว่าบางลงหรืออาจร่วงเพียงหย่อมเดียวเล็ก ๆ ซึ่งในปัจจุบันในทางการแพทย์มีตัวยา 2 ชนิดที่ใช้รักษาอาการผมร่วงและเพิ่มจำนวนเส้นผมซึ่งผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา ได้แก่

ยาไมนอกซิดิล (Minoxidil)
มีทั้งแบบชนิดน้ำและชนิดโฟม ใช้ทาบริเวณหนังศีรษะวันละ 2 ครั้งจะช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตของเส้นผม ชะลอการหลุดร่วง สามารถใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง การรักษาด้วยวิธีใช้ยาตัวนี้จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดเมื่อใช้ยาผ่านไป 16 สัปดาห์ ผมที่ขึ้นมาใหม่แข็งแรงขึ้น หนาขึ้น อาจมีอาการข้างเคียงได้เช่น ผมหงอก อาการระคายเคืองศีรษะ หัวใจเต็นเร็ว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้งาน

ยาฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride)
ยาฟิแนสเทอไรด์นี้ต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์และใช้ได้ในผู้ชายเท่านั้น เป็นยาเม็ดรับประทานตามแพทย์สั่ง สรรพคุณของยานี้จะไปชะลอการหลุดร่วงของเส้นผม สำหรับผลข้างเคียงมีแต่น้อยมาก เช่น สมรรถภาพทางเพศลดลง

อย่างไรก็ตามคนไข้บางรายที่แพ้สาร Minoxidil (ไมนอกซิดิล) หรือ Finasteride (ฟิแนสเทอไรด์) โดยใช้แล้วมีการระคายเคืองหนังศีรษะในส่วนนี้คนไข้อาจหันไปใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่สามารถยับยั้งการหลุดร่วงของเส้นผมได้เช่นกัน โดยผลิตภัณฑ์ทางเลือกดังกล่าวก็มักจะมาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน อาทิ แชมพู เซรั่ม หรือวิตามินบำรุงเส้นผม ซึ่งสามารถใช้ควบคู่กันได้ด้วยนั่นเอง

ซึ่งในปัจจุบันมีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมวางจำหน่ายอยู่มากมาย อย่างไรก็ตามหนึ่งในแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับจากคนไข้ที่มีประสบการณ์ในการใช้แล้วกลับมาซื้อซ้ำเพราะได้ผลลัพธ์ที่ดีก็คือ แบรนด์ DrStory ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ ดังต่อไปนี้คือ 1. แชมพู 2. เซรั่มบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ และ 3. วิตามินบำรุงเส้นผม ทั้งหมดใช้ร่วมกันถือเป็นเซ็ตกู้คืนผมได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้เป็นอย่างมาก

อะไรที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ DrStory ได้รับความไว้วางใจ

ผลิตภัณฑ์ของ DrStory ทั้ง 3 ตัวดังกล่าวใช้ส่วนผสมหลักเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100% อาทิ

  • Biochanin A สารสกัดจากต้นกะเม็ง ซึ่งมีงานวิจัยรองรับว่าเป็นสารสกัดที่ทำหน้าที่คล้ายกับฮอร์โมนที่เข้าไปช่วยยับยั้งการเสื่อมสภาพและชะลอการหลุดร่วงของเส้นผม
  • Capixyl BG สารสกัดจากดอก Red Clover สารสกัดตัวนี้มีงานวิจัยรองรับด้วยว่าทำหน้าที่เกือบเทียบเท่ากับสาร Minoxidil (ไมนอกซิดิล) คือสามารถเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตและเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมได้เป็นอย่างดี
  • Greyverse Palmitoyl Tetrapeptide สารสกัดตัวนี้จะทำหน้าที่เลียนแบบฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการผลิตเม็ดสีในเส้นผม เพิ่มเม็ดสีและต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้สีผมเป็นสีธรรมชาติได้ยาวนาน ผมหงอกช้า
  • สารสกัดจากดอก Mountain Arnica ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตบนหนังศีรษะและช่วยลดการเกิดรังแค

ซึ่งผลิตภัณฑ์ทางเลือกดังกล่าวทั้งหมดที่ว่ามาคนไข้ที่ใช้สามารถมั่นใจได้เพราะมีคุณหมอดูแลใกล้ชิด มีความเป็นมืออาชีพ เป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดขึ้นจากประสบการณ์ตัวเอง รู้ปัญหาแท้จริง และเหมาะกับคนเอเชีย

2. การศัลยกรรม

การรักษาด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมเป็นเคสที่ผมล้านมาแล้วซึ่งอาจเกิดจากพันธุกรรม หรือรากผมถูกทำลาย ผมร่วงหย่อมเดียวหรือหลาย ๆ หย่อมรวมกันเป็นระยะเวลานานจนเห็นหนังศีรษะชัดเจน ซึ่งเป็นปัญหาผมร่วงแบบถาวรที่เกิดขึ้นในชายและหญิง ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดทำศัลยกรรมปลูกผม

ผมร่วงเกิดจากอะไร
ปัญหาผมร่วงเกิดจากพันธุกรรมทั้งชายและหญิง ภาพจาก : siamrath.co.th

โดยก่อนการศัลยกรรมแพทย์อาจให้คนไข้รับประทานยาลดการหลุดร่วงของเส้นผมก่อนเพื่อให้การผ่าตัดได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยวิธีนี้มีข้อเสียคือราคาแพง เกิดความเจ็บปวดกับคนไข้ รวมถึงมีความเสี่ยงเกิดการติดเชื้อ และรอยแผลเป็นได้

นอกจาก 2 วิธีดังกล่าวข้างต้น ยังมีวิธีป้องกันผมหลุดร่วงและผมบางได้อีกหลายวิธีดังนี้
-รับประทานอาหารที่มีโปรตีนและธาตุเหล็กในปริมาณที่เพียงพอ
-หลีกเลี่ยงการทำสีผม ดัดผม ม้วนผม
-ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน
-การรับประทานยาบางชนิดอาจทำให้ผมร่วงได้ จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์หากต้องการหยุดใช้

ผมร่วงผมบางสามารถป้องกันและรักษาให้หายได้หากหมั่นสังเกตตัวเองและรีบพบปรึกษาแพทย์ทันที ส่วนในรายที่เกิดจากกรรมพันธุ์ตกทอดมาจากพ่อแม่สามารถใช้ยาเพื่อชะลอการหลุดร่วงให้ช้าลงได้ หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอเข้ารับการผ่าตัดปลูกผมก็ได้เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม