ads

กระทรวงสาธารณสุขแนะนำช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า2019

ปัจจุบันปัญหาการแพร่ ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ เชื้อไวรัสโควิด19 (COVID-19)​ ที่มีการแพร่เชื้อและได้มีการลุกลามรวมถึงกระจายและแพร่เชื้อไวรัสอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วง เดือนมกราคม 2020 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในขณะนี้ก็มียอดผู้ติดเชื้อของหลายประเทศโดยส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้ออยู่ในแถบเอเชีย โดยเริ่มต้นกำเนิดของเชื้อไวรัสโคโรนาเกิดขึ้นที่ เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งต่อมาได้มีการกระจายเชื้อ จากการเดินทางออกนอกประเทศของชาวจีนที่ไม่ทราบว่าตัวเองมีเชื้อไวรัสโคโรย่าอยู่ ซึ่งเชื้อไวรัสโคโรน่าสามารถติดต่อได้ ถึงแม้จะยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่าเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นสามารถติดต่อทางอากาศได้หรือไม่ โดยไวรัสโคโรน่าถือเป็นเชื้อไวรัสที่ส่งผลให้ผู้รับเชื้อเกิดอาการปอดอักเสบ มีไข้สูงและอาจถึงขั้นรุนแรงจนเสียชีวิต

ปัจจุบันวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 63 ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงหลายประเทศเริ่มได้มีการสั่งห้ามและตัวบุคคลากร และประชาชนในประเทศ ไม่ให้ออกเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ โดยสถานการณ์ยอดผู้ติดเชื้อในปัจจุบัน จำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดยังคงเป็นประเทศจีนอยู่ที่ 77,150 ราย โดยจากจำนวนผู้ติดเชื้อมีจำนวนผู้ที่หาย แล้ว 24,735 ราย แล้วมีผู้เสียชีวิต 2,592 ราย รองลงมาคือประเทศญี่ปุ่น ที่มีผู้ติดเชื้อ 838 ราย หายแล้ว 39 ราย และเสียชีวิตอีก 1 ราย ประเทศเกาหลีใต้ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาประเทศเกาหลีใต้ถือเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาพุ่งสูงขึ้นมากที่สุดโดยในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อสูงถึง 833 ราย และเสียชีวิตแล้ว 8 ราย

สำหรับในประเทศไทยนั้นจำนวนยอดผู้ติดเชื้อยังอยู่ที่ 35 ราย หายป่วยแล้วกลับบ้านได้ 21 ราย อีก 2 รายมีอาการปกติแล้วแต่รอผลแล็ป เพื่อเช็คว่า ไม่มีการติดเชื้อแล้ว และอีก 1 เคสรุนแรง อีก 1 เคสที่มีอาการป่วยเป็นวัณโรคควบคู่ซึ่งอาการยังคงทรงตัว และต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิด สำหรับการแพร่เชื้อของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยยังถือว่าอยู่ในระยะ ที่ 2 สำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า เนื่องจากระยะที่ 3 จะเป็นระยะที่มีการกระจายเชื้อจากคนในประเทศนั้นๆ หรือมีการติดเชื้อจากคนภายในประเทศนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีประเทศ ในแถบยุโรปที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วอย่างนี้ที่คูเวตบาห์เรนซึ่งสำหรับประเทศอิตาลีนั้นมีรายงานผู้เสียชีวิตเป็น 4 ราย คูเวตพบผู้ติดเชื้อ 3 รายและบาห์เรนพบผู้ติดเชื้อรายแรก และอิหร่านที่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 43 รายและเสียชีวิต 12 รายถือว่าเป็นยอดผู้เสียชีวิตที่มากที่สุดนอกเหนือจากประเทศจีน

ทางด้านนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและคณะได้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ โรคเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ขณะนี้ถึงแม้องค์การอนามัยโลก (WHO)​ แต่ยังไม่มีคำแนะนำหรือการสั่งห้ามการเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ตลอดจนยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานจำเพาะสำหรับผู้ที่เดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งในประเทศไทยเองก็ได้มีการเพิ่มมาตรการ การเฝ้าระวังและการคัดกรองผู้คน ที่เดินทางระหว่างประเทศในทุกช่องทางการเข้าออกประเทศ

“อีกทั้งยังได้มีการขอความร่วมมือกับประชาชนซึ่งขอให้ประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดอย่างต่อเนื่องหรือมีการระบาดภายในประเทศ จากเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่าง ประเทศจีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์และเกาหลีใต้ ขอให้รับผิดชอบสังคมโดยการเฝ้าระวังอาการตนเองอย่างน้อย 14 วัน โดยงดไปที่ชุมชนทุกประเภทงดใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่นหากสงสัยว่ามีอาการหรือสงสัยว่าอาจจะป่วยขอให้สวมหน้ากากอนามัยและควรวัดไข้ทุกวัน อีกครั้งหากมีอาการที่ไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์รวมถึงแจ้งประวัติการเดินทางหรือสามารถโทรสายด่วนเข้าไปได้ที่กรมควบคุมโรค 1422″

และนอกจากนี้ควรดูแลตัวเอง เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย การหมั่นล้างมือหรือการพกเจลล้างมือหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เพื่อไม่เป็นการแพร่ระบาดเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ด้วย อีกทั้งเชื้อไวรัสโคโรน่าจะมีระยะฟักตัวในปัจจุบันอยู่ที่ 14 ถึง 24 วันโดยมีบางเคส ไม่มีการแสดงอาการแต่สามารถแพร่เชื้อให้แก่ผู้อื่นได้อย่างไรก็ตามหากพบอาการผิดปกติของตัวเราเองนั้นแนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ทันท่วงที จะดีที่สุดนะคะ

READ MORE : 

รับมือยังไงดี? โคโรน่าไวรัส มีระยะฟักตัวนาน 24 วัน จากเดิม 14 วัน