เดินทางออกนอกประเทศเสี่ยงติดเชื้อ โควิด-19 แล้วไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ มีโทษทั้งจำทั้งปรับ!

ads

โทษทั้งจำทั้งปรับ! หากผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา แจ้งข้อมูลเท็จกับโรงพยาบาล

จากข่าวที่มีผู้เดินทางเที่ยวบิน XJ 621 เดินทางระหว่าง ซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น – ดอนเมือง ประเทศไทย และกลับมาประเทศไทยแล้วในวันที่ 20 ก.พ. 63 มีอาการป่วยแต่ไม่แจ้งประวัติการเดินทางที่แท้จริงกับทางโรงพยาบาล จนติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ Covid-19 และไม่ได้รับการกักกันโรค ทำให้เป็นที่น่าวิตกกังวลว่าจะเป็นสาเหตุให้การแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาระบาดมากขึ้น หรือที่เรียกว่า Super Spreader ซึ่งเป็นเหตุการณ์คล้ายกับกรณีของหญิงสูงวัย อายุ 61 ปี ชาวเกาหลีใต้ ที่ไม่เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัส หลังจากกลับมาจากประเทศจีน และยังเดินทางพบปะผู้คนเป็นจำนวนมาก ทำให้ยอดผู้ป่วยติดเชื้อในเกาหลีใต้พุ่งสูงกว่า 1,595 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 13 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 27 ก.พ. 63)

สำหรับกรณีคนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 โดยปกปิดข้อมูลการเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงกับโรงพยาบาล เป็นผู้ชายสูงอายุ วัย 65 ปี และ ผู้หญิงสูงอายุ วัย 62 ปี สามีภรรยา ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น แล้วมีอาการป่วย เป็นไข้ ไอ จาม ปอดอักเสบ จึงได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ แต่กลับไม่แจ้งประวัติการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้หลานชาย อายุ 8 ขวบ ที่ไม่ได้เดินทางไปญี่ปุ่น ติดเชื้อไวรัสโคโรนาด้วย และบุคลากรของโรงพยาบาลกว่า 30 คน จะต้องถูกกักกันตรวจโรคเป็นผู้เสี่ยงติดเชื้อ รวมทั้งยังต้องขยายการตรวจคัดกรองโรคไปที่โรงเรียนของหลานชาย ที่ทำงานของลูกสาวลูกเขย ผู้ร่วมเดินทางท่องเที่ยวในทริปเดียวกัน และผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมลุงป้าในเที่ยวบินเดียวกันด้วย


คลิกดู รวม 5 ประกันไวรัสโคโรนา ตรวจพบรับทันที วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท


ปกปิดข้อมูลการเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา Covid-19
โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

จากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาในไทยข้างต้น ซึ่งมีผู้ปกปิดข้อมูลประวัติการเดินทางไปหนึ่งในประเทศกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ อิตาลี และอิหร่าน รวมทั้งยังมีประเทศสหรัฐอเมริกาที่ต้องจับตามองอีกด้วย และในกรณีดังกล่าวทำให้มีผู้เชื้อไวรัสโคโรนาในไทยเพิ่มอีก 3 ราย รวมยอดสะสมผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมด 40 ราย และทำให้ต้องมีผู้เสี่ยงติดเชื้อเป็นจำนวนมาก โดยตอนนี้ยอดสะสมผู้เสี่ยงติดเชื้อในไทยทั้งหมด 1,798 ราย ส่วนขณะนี้ผู้ป่วยติดเชื้อที่เป็นชายวัย 65 ปี หญิงวัย 62 ปี และหลานชายวัย 8 ขวบ ก็ถูกกักกันให้เข้ารับการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องตรวจคัดกรองโรคกับผู้เป็นกลุ่มเสี่ยงอีกจำนวนมาก แต่ถือได้ว่าหยุด Super Spreader หรือผู้ที่สามารถแพร่เชื้อไวรัสได้เป็นจำนวนมาก ได้ทันท่วงที และประเด็นนี้เอง ก็ทำให้ผู้คนในสังคมวิตกกังวลและเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากเกี่ยวกับบทลงโทษของผู้ที่ปกปิดประวัติการเดินทางที่แท้จริง ทำให้ไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลและหยุดการแพร่เชื้อ ซึ่งเมื่อผู้ป่วยติดเชื้อไม่ยอมเข้าสู่ระบบคัดกรองโรคและกักกันรักษาโรค ก็ทำให้คนในครอบครัวและคนในสังคมเสี่ยงติดเชื้อหรือติดเชื้อไปด้วย

ทางกระทรวงสาธารณสุข จึงประกาศให้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ Covid-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย รวมทั้งยังมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ปกปิดข้อมูลประวัติการเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยงกับทางโรงพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่/บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแพร่ระบาดของโรคมากขึ้น โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อแห่งชาติ 2558

ดังนั้นใครที่มีอาการป่วยหรือเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคและเข้ารับการรักษา เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้คนในสังคม ยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ส่วนใครที่กังวล ขอแนะนำให้ทำประกันไวรัสโคโรนา เพราะหากติดเชื้อจริง ๆ ก็ยังได้รับความคุ้มครองจากประกันที่ตนเองทำไว้ด้วย

READ MORE>>>