ลดความอ้วน IF กี่วันเห็นผล ทางเลือกของคนน้ำหนักเกิน

ลดน้ำหนักด้วย IF คืออะไร กินอะไรได้บ้าง มือใหม่หัดทำ IF ควรรู้

ความอ้วนหรือน้ำหนักเกินเป็นปัญหาสุขภาพที่พบในคนไทยเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน เช่น รับอาหารเกินความพอดีที่ร่างกายต้องการ รับประทานที่ไม่มีประโยชน์/ไม่ถูกหลักโภชนาการ ความเครียด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มสุราและสูบบุหรี่ รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ ส่งผลให้คนไทยมีภาวะอ้วน มีรอบเอวเกินหรืออ้วนลงพุง เป็นโรคอ้วน ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคร้ายตามมา ความอ้วนยังทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับรูปร่างของตนเองอีกด้วย นอกจากนี้ผู้ที่เป็นโรคอ้วนยังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมีอาการรุนแรงเมื่อติดเชื้อโควิดและต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ก่อน

ดังนั้นหลายคนจึงมองหาวิธีลดความอ้วนหลากหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือวิธีลดความอ้วนแบบ IF ซึ่งบทความนี้จะพาไปรู้จักข้อมูลเบื้องต้น ให้มือใหม่หัดทำ IF ได้ทราบ และไขข้อสงสัยว่าช่วยลดความอ้วนได้ผลเร็วกี่วัน

รู้จักร่างกายตัวเองจากการคำนวณค่า BMI

ก่อนที่จะลดน้ำหนัก ควรรู้จักร่างกายของตัวเองว่าอ้วนอยู่ในระดับใด เพื่อที่จะได้วางแผนลดความอ้วนได้เหมาะสม โดยสามารถวัดผลเบื้องต้นได้จากการคำนวณค่า BMI (Body Mass Index) หรือ เกณฑ์ดัชนีมวลกาย เป็นค่าความหนาของร่างกายที่ใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐาน สำหรับประเมินภาวะผอมหรืออ้วนของผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 20 ปี สามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย มีสูตรคำนวณดังนี้

ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร)2

เกณฑ์ดัชนีมวลกาย (BMI) ที่มารูปภาพจากกรมควบคุมโรค

เมื่อได้ค่า BMI ของตนเองที่คำนวณได้แล้ว นำมาเปรียบเกณฑ์มาตรฐานสำหรับคนเอเชีย เพื่อทราบว่าภาวะน้ำหนักตัวอยู่ในระดับใด ดังนี้

  • น้อยกว่า 18.5 คือ น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
  • 5 – 22.9 คือ สมส่วน
  • 0 – 24.9 คือ น้ำหนักเกิน
  • 0 – 29.9 คือ โรคอ้วน
  • มากกว่า 30 คือ โรคอ้วนอันตราย

วิธีลดความอ้วนด้วย IF คืออะไร

IF (Intermittent Fasting) คือ วิธีลดความอ้วนที่ใช้การควบคุมแคลลอรี่และกำหนดเวลาในการรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิต โดยเวลาที่นิยมคือ รับประทานอาหาร 8 ชั่วโมง และ อดอาหาร 16 ชั่วโมง หรือจะเห็นได้บ่อย ๆ คือ IF 16/8

ไขข้อสงสัย ลดน้ำหนัก IF กี่วันได้ผล

สำหรับการลดความอ้วนด้วยวิธีทำ IF จะช่วยให้ลดความอ้วนได้ เนื่องจากเป็นการควบคุมวินัยพฤติกรรมการกินของตนเองใหม่ ส่วนน้ำหนักที่ลดลงจะขึ้นอยู่กับร่างกายและภาวะอ้วนของแต่ละคน ตัวอย่างเช่น หากน้ำหนักเกินไม่มากอาจจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ น้ำหนักจึงลดประมาณ 1-2 กิโลกรัม หรือบางคนที่มีน้ำหนักเกินมากอาจใช้เวลาเป็นเดือน ๆ น้ำหนักจึงจะลดลง โดยคนส่วนใหญ่จะต้องผ่านช่วงเวลาใน 1 เดือนแรกไปให้ก่อน วิธีลดความอ้วนแบบ IF จึงจะเริ่มเห็นผล

แต่ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่อาจทำการลดน้ำหนักด้วย IF ไม่ประสบผลสำเร็จ เช่น การอดอาหารมากเกินไป การรับประทานอาหารมากเกินไป ไม่งดขนมหวานหรือเครื่องดื่มติดหวาน การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การไม่ออกกำลังกาย

การทำ IF กินอะไรได้บ้าง

คำแนะนำในการทำ IF ควรรับประทานอาหารที่มีถูกหลักโภชนาการ มีประโยชน์ อาหารเพื่อสุขภาพ ผักผลไม้ และอื่น ๆ สิ่งสำคัญคือควรนับแคลลอรี่ให้พอดีกับร่างกาย ไม่รับประทานน้อยหรือมากเกินไป รวมทั้งการงดรับประทานอาหารขยะ ของทอด ของมัน ขนมหวาน เครื่องดื่มติดหวาน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรดื่มน้ำเปล่าแทน

การลดความอ้วนแบบ IF ไม่เหมาะกับใครบ้าง

แม้ว่าการลดความอ้วนแบบ IF จะเป็นการกำหนดช่วงเวลาในการรับประทานอาหารและช่วงเวลาอดอาหาร แต่ก็ยังกลุ่มคนที่ไม่ควรใช้วิธีนี้ลดน้ำหนักอยู่ ได้แก่

  • เด็กและวัยรุ่น อายุต่ำกว่า 18 ปี
  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือมีปัญหาน้ำตาลในเลือดสูง
  • ผู้ที่มีประวัติมีพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ เช่น โรคบูลิเมียหรือโรคล้วงคอให้อ้วกหลังรับประทานอาหาร

จะเห็นได้ว่าวิธีลดความอ้วนแบบ IF จะให้ผลน้ำหนักลดลงเร็วหรือไม่ ขึ้นอยู่กับร่างกายและภาวะอ้วนของแต่ละคน แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยปรับพฤติกรรมการกินของเราให้รู้จักควบคุมอาหาร รับประทานแต่สิ่งที่มีประโยชน์ และควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย การพักผ่อนให้เพียงพอ และอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลที่ดี เพราะไม่อย่างนั้นต่อให้ทำ IF นานเท่าไหร่ ก็อาจไม่ประสบผลสำเร็จในการลดความอ้วน

ปากกาลดน้ำหนัก ตัวช่วยใหม่ในการทำ IF

แน่นอนว่าการลดน้ำหนักด้วยวิธีทำ IF จะต้องควบคุมการกินของตัวเองอย่างเคร่งครัด จึงจะเห็นผล แต่หลายคนก็ไม่สามารถทำได้ เพราะยากต่อการหักห้ามใจ ยิ่งรู้สึกหิวยิ่งต้องการกินมากเท่านั้น ไอเทมในการลดน้ำหนักที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง “ปากกาลดน้ำหนัก ปากกอิ่มทิพย์” จึงเป็นตัวช่วยใหม่ที่ทำให้ควบคุมอาหารขณะลดน้ำหนักด้วยวิธี IF ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากปากกาลดน้ำหนักมียาถูกบรรจุอยู่ในแท่งปากกา ใช้ฉีดบริเวณผิวหนังที่มีชั้นไขมัน ออกฤทธ์คล้ายกับฮอร์โมนความอิ่มในร่างกาย GLP-1 ที่เป็นฮอร์โมนหลั่งบริเวณลำไส้ ให้รู้สึกอิ่มหลังรับประทานอาหาร ทำให้ไม่หิวบ่อย จึงทำให้ลดการกินไปด้วย โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่โยโย่

ผู้ที่สนใจใช้งานปากกาลดน้ำหนักหรือปากกาอิ่มทิพย์ ควรใช้บริการคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีแพทย์ให้คำปรึกษา เพื่อปรับโดสยาให้เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน The Skin Clinic เป็นคลินิกเวชกรรมด้านผิวหนังและความงามที่มีประสบการณ์มานานกว่า 12 ปี มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและดูแล ปากกาลดน้ำหนักผ่าน อย. จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย

READ MORE>>>