รู้จักวิธีปลูกฝีสมัยก่อน ช่วยป้องกันโรคฝีดาษลิงได้จริงไหม

รู้ไว้ใช่ว่า คนสมัยก่อนปลูกฝีป้องกันโรคไข้ทรพิษอย่างไร

ปัจจุบันทั่วโลกยังไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ ซึ่งผู้คนต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง แต่กลับมีอีกหนึ่งโรคน่าเฝ้าระวัง คือ โรคฝีดาษลิง โดยองค์การอนามัยโลกได้แถลงเตือนระวังการระบาดแล้ว เนื่องจากขณะนี้มีกว่า 17 ประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาที่เริ่มมีการระบาดของโรคฝีดาษลิง ทางด้านประเทศไทยจึงต้องคอยติดตามสถานการณ์เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดในไทย ทั้งนี้มีข้อสงสัยถึงการป้องกันด้วยการปลูกฝีที่ยกเลิกเมื่อนานมาแล้วว่าป้องกันได้ไหม ดังนั้นบทความนี้จึงขอเปิดข้อมูลเกี่ยวกับวิธีปลูกฝีในสมัยก่อนว่าทำอย่างไร มีต้นกำเนิดมาจากไหน เพื่อเป็นความรู้ในการป้องกัน

อ้างอิงจาก www.pptvhd36.com

ประวัติศาสตร์การปลูกฝีป้องกันฝีดาษในไทยตั้งแต่สมัยก่อน

ในประวัติศาสตรของไทยตั้งแต่สมัยก่อน โรคฝีดาษหรือโรคไข้ทรพิษ (Smallpox) หรือชาวไทยยุคโบราณเรียกกันว่าเป็นโรคห่า เนื่องจากเป็นโรคติดต่อระบาดหนักที่คร่าชีวิตของผู้คนมากมาย โดยในสมัยอยุธยามีหลักฐานถึงความน่ากลัวของโรคไข้ทรพิษไว้หลายครั้ง ว่ามีพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ประชวรและสวรรคตจนถึงประชาชนที่เสียชีวิตจำนวนมาก ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ยังคงมีโรคไข้ทรพิษระบาดหนักทุกปี แต่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 ได้มีมิชชันนารีชาวอเมริกัน ‘หมอบรัดเล’ (Dr. Dan Beach Bradley) เดินทางมาที่สยามและพยายามทดลองปลูกฝีเพื่อป้องกันโรคฝีดาษ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมถึงบุคคลสำคัญในสมัยนั้น หมอบรัดเลจึงสามารถปลูกฝีให้กับประชาชนได้สำเร็จ

และในเวลาต่อมาสมัยรัชกาลที่ 4 ได้มีหมอและมิชชันนารีทำการปลูกฝีโดยใช้หนองฝีที่นำเข้าจากต่างประเทศให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและตามหัวเมือง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการจัดตั้งสถานผลิตหนองฝี ทำให้ประชาชนได้รับการปลูกฝีเป็นจำนวนมาก จนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ได้มีประกาศพระราชบัญญัติจัดการป้องกันไข้ทรพิษ เพื่อให้ประชาชนทุกคนต้องปลูกฝี จึงทำให้มีผู้คนปลูกฝีเพิ่มขึ้นหลายแสนคน ถือเป็นความสำเร็จที่สามารถหยุดยั้งการระบาดของโรคฝีดาษในไทย

การปลูกฝีในไทยสมัยก่อนยังคงมีข้อกำหนดให้ชาวไทยตั้งแต่แรกเกิดได้รับการปลูกฝีเพื่อป้องกันโรคไข้ทรพิษ จึงทำให้สามารถควบคุมการระบาอของโรคไข้ทรพิษได้ ส่งผลให้ในเวลาต่อมาประมาณปี 2517 มีการยกเลิกปลูกฝีในประเทศไทย รวมถึงในปี 2523 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศว่าโรคไข้ทรพิษหรือฝีดาษได้หมดไปแล้ว จึงทำให้ทั่วโลกยกเลิกปลูกฝีให้ผู้คนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดังนั้นชาวไทยที่เกิดหลังปี 2523 จึงจะไม่ได้รับการปลูกฝีหรือได้รับวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษ

อ้างอิงจาก www.finearts.go.th

วิธีปลูกฝีสมัยก่อนในไทยทำอย่างไร

การปลูกฝีถือเป็นการให้วัคซีนครั้งแรกในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากการที่หมอบรัดเลนำการปลูกฝีมาเผยแพร่เพื่อป้องกันโรคไข้ทรพิษ ซึ่งเป็นโรคระบาดหนักในไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยใช้หนองฝีวัวที่นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกามาปลูกฝี แต่เกิดปัญหาด้านการขนส่งหมอบรัดเลจึงได้ใช้หนองฝีจากผู้ที่เคยปลูกแล้วมาใช้ต่อ รวมถึงได้ทดลองผลิตหนองฝีในวัวขึ้นจนประสบความสำเร็จและได้ปลูกฝีให้กับประชาชนทั่วประเทศ หลังจากนั้นไทยได้เพาะพันธุ์หนองฝีเพื่อปลูกฝีขึ้นเอง จึงทำให้ประชาชนเข้าถึงการปลูกฝีมากขึ้น

อ้างอิงจาก www.hfocus.org

การปลูกฝีช่วยป้องกันโรคฝีดาษลิงได้จริงไหม

ฉีดวัคซีน
การปลูกฝีช่วยป้องกันโรคฝีดาษลิง

หลังจากมีข่าวเกี่ยวกับการระบาดของโรคฝีดาษลิงในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนวิตกกังวลและข้อสงสัยว่าการปลูกฝีสามารถป้องกันได้ไหม เนื่องจากปัจจุบันนี้การปลูกฝีได้ยกเลิกไปแล้ว โดยกรมควบคุมโลกได้ออกมาแจ้งข้อมูลว่าโรคฝีดาษลิงยังไม่มียารักษา แต่สามารถป้องกันเบื้องต้นได้ด้วยการฉีดวัคซีน Smallpox หรือวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ ซึ่งในขณะนี้เนื่องจากโรคฝีดาษได้ยับยั้งระบาดไปหมดแล้วทำให้แทบไม่มีวัคซีน มีเพียงบางประเทศที่ยังมีวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษไว้ ส่วนในประเทศไทยนั้นไม่มี จึงได้ดำเนินการประสานงานให้ค้นหาประเทศที่เก็บไว้ ซึ่งเดิมมี 2 ประเทศที่เก็บวัคซีนไว้ คือ สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย แต่อาจจำเป็นต้องผลิตขึ้นมาใหม่โดยต้องค้นหาว่าบริษัทใดสามารถผลิตได้บ้าง

สรุปได้ว่าการปลูกฝีเป็นวิธีการได้รับวัคซีนอย่างหนึ่งที่ช่วยป้องกันโรคไข้ทรพิษหรือโรคฝีดาษได้ อย่างไรก็ตามเมื่อในปัจจุบันที่มีโรคฝีดาษลิงกลับไม่มีวัคซีนเนื่องจากโรคฝีดาษเคยถูกประกาศว่าเป็นโรคที่หมดไปแล้ว ดังนั้นจึงควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถผลิตวัคซีนได้อีกครั้งหรือมีประเทศใดบ้างยังมีวัคซีน

READ MORE>>>