รู้ก่อนซื้อ! TV แบบไหนเหมาะกับบ้านเรา ใช้งานคุ้มที่สุด

ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง Smart TV มีหลายรุ่นหลายแบรนด์ให้เลือกใช้งาน อีกทั้งยังมีราคาถูกลงมากหากเทียบกับเมื่อก่อน ทำให้เราสามารถหาทีวีคุณภาพดีได้ในราคาที่ประหยัด ดังนั้นคุณอาจคิดว่าการเลือกซื้อทีวีเครื่องใหม่สักเครื่องเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้วหากคุณต้องการใช้งานทีวีอย่างคุ้มค่าที่สุด หยุดคิดสักนิดคุณอาจได้เรียนรู้เทคโนโลยีของทีวีสมัยใหม่มากมาย

การพัฒนาที่ก้าวกระโดดในเรื่องของเทคโนโลยีทีวี ในเรื่องของความละเอียดและคมชัดของภาพ ไม่ว่าจะเป็น Smart TV หรือ LED LCD หรือ OLED หรือ 4K โดยแต่ละประเภทมีการใช้งานที่ต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นควรเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด ขอแนะนำ 10 วิธีเลือกซื้อทีวี 2022

รู้ทัน! วิธีเลือกซื้อทีวี 2022

ทริคง่าย ๆ วิธีเลือกซื้อ TV เพื่อการใช้งานคุ้มค่า


1. ขนาดจอ TV

ขนาดของจอทีวีเป็นสิ่งที่สำคัญที่คุณต้องพิจารณาในการซื้อทีวีเครื่องใหม่ โดยที่คุณจะต้องเช็คให้ดีก่อนว่าในขณะที่คุณนั่งดูทีวีมีระยะความห่างมากน้อยแค่ไหน แนะนำควรนั่งห่างจากทีวีเป็นระยะมากกว่าสามเท่าของความสูงของจอทีวี เช่น ทีวี 32 นิ้ว มีความสูงประมาณ 40 ซม. ควรมีระยะห่างทีวีประมาณ 120 ซม. ส่วนใหญ่ทีวีขนาดยอดนิยมในปัจจุบันได้แก่ ขนาด 32 43 และ 55 นิ้ว

2. ความละเอียดทีวี

ความละเอียดของจอทีวีมีส่วนสำคัญอย่างมาก เมื่อจำนวนของพิกเซลบนหน้าจอที่ใช้แสดงสีสันให้เราได้เห็น ยิ่งจอภาพมีพิกเซลมากกว่า ความละเอียดและความคมชัดจะสูงกว่า อย่างเช่น Full HD ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล เป็นความละเอียดมาตรฐานของทีวีส่วนใหญ่ทั่วโลก ต่อมาเทคโนโลยีที่มีความละเอียดสูงกว่านั้นที่เรียกว่า Ultra HD หรือ 4K มีความหนาแน่นของพิกเซลมากกว่า Full HD ถึง 4 เท่า ด้วยความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล ปัจจุบันความละเอียด 8K เพิ่มเข้ามาในทีวีรุ่นใหม่ ๆ บางรุ่น โดยมีความละเอียดมากกว่า 4K ถึง 4 เท่า ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน

3. เทคโนโลยี HDR 

หากคุณต้องการสีสันหน้าจอที่มากกว่าทีวี 4K ทั่วไป แนะนำเลือกรุ่นที่รองรับฟีเจอร์ HDR (high dynamic range) มาพร้อมชื่ออย่าง HDR10 หรือ 4K Premium และ Dolby Vision เนื่องจากทีวีเหล่านี้จะแสดงเฉดสีได้ในช่วงที่กว้างกว่าทีวี 4K ทั่วไป รวมถึงส่วนที่สว่างและมืดของภาพ

4. ค่า Refresh Rate 

Refresh Rate ค่าที่บ่งบอกอัตราความถี่ในการแสดงผลบนหน้าจอ โดยมีการระบุไว้เป็นหน่วย Hertz (Hz) จอที่มีค่า Refresh Rate อยู่ที่ 60 Hz แปลว่าภาพบนหน้าจอนั้นจะถูกปรับเปลี่ยน 60 ครั้งต่อ 1 วินาที สามารถแสดงผลสูงสุด 60 เฟรมต่อวินาที (fps) นั่นหมายความว่ายิ่งภาพถูกปรับเปลี่ยนมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้การเคลื่อนไหวของภาพที่ได้นุ่มนวลและเรียบเนียนมากขึ้น แนะนำให้คุณลงทุนซื้อรุ่นที่มี Refresh Rate มากกว่า 120 Hz ขึ้นไป

5. การใช้งานง่ายและสะดวก

ทีวีส่วนใหญ่ที่วางขายในปัจจุบันมักเป็น Smart TV ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi และใช้บริการสตรีมมิ่งต่าง ๆ อาทิ Netflix หรือ YouTube รวมถึงเล่น Facebook หรือ Twitter นอกจากนี้ทีวีราคาถูกบางรุ่นสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้จริง แต่การใช้งานแอปต่าง ๆ ยุ่งยากและไม่ลื่นไหล ดังนั้นก่อนเลือกซื้อคุณควรเช็คดูว่ายี่ห้อที่คุณต้องการสามารถดูรายการผ่านแอปที่คุณต้องการได้หรือไม่

6. Contrast Ratio ระบบการแสดงผล

Contrast Ratio อัตราส่วนคอนทราสต์ เป็นคุณสมบัติของระบบการแสดงผล กำหนดเป็นอัตราส่วนของความสว่างของเฉดสีที่สว่างที่สุดกับเฉดสีที่มืดที่สุดที่ระบบสามารถผลิตได้ ซึ่งตามหลักการแล้วยิ่งค่านี้มากเท่าไหร่ ทีวีเครื่องนั้นก็จะสามารถแสดงเฉดสีและรายละเอียดได้ดีขึ้นเท่านั้น เราจึงไม่ควรนำตัวเลขมาเทียบกันเพื่อการตัดสินใจ

7. ระบบเสียง

การเลือกซื้อ TV ควรพิจารณาลำโพงที่มาพร้อมกับทีวีเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ในการเพิ่มอรรถรสของเสียงให้ดียิ่งขึ้น โดยอาศัยการพิจารณาจากระดับความดังของเสียง ความชัดเจนทั้งเสียงพูด เสียงเบส รวมไปถึงเสียง Sound Effect ต่าง ๆ

8. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต – เทคโนโลยี DLNA

TV หลายรุ่นมีความแตกต่างกันในเรื่องของคุณสมบัติการใช้งาน บางรุ่นอาจใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสาย LAN, บางรุ่นใช้ Wi-Fi Adapter USB  หรือเชื่อมต่อ Wi-Fi แบบ Built-in โดยจะมีมาใน Smart TV บางรุ่นเท่านั้น ส่วนเทคโนโลยี DLNA (Digital Living Network Alliance) มีเฉพาะ Smart TV บางรุ่นเช่นกัน สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

9. ราคา TV 

ราคาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อทีวีของหลายคน ยกตัวอย่าง สำหรับสมาร์ททีวีขนาด 55 นิ้วจะอยู่ที่ราว 13,000-20,000 บาท (สำหรับจอ LCD) และจะสูงหรือต่ำกว่านี้ตามขนาดจอ แนะนำให้คุณรอช่วงที่มีการจัดโปรโมชั่นลดราคา เพราะทีวีนั้นเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโปรโมชั่นบ่อยมาก ๆ

10. บริการหลังการขาย

การจะซื้อ Smart TV อย่าลืม! บริการหลังการขายของแต่ละแบรนด์นับมีความสำคัญ ทั้งการให้คำแนะนำการใช้งานที่ถูกต้อง ที่สำคัญควรมีการติดต่อให้คำปรึกษา แก้ปัญหาได้ง่ายและรวดเร็ว รวมไปถึงศูนย์บริการหรือศูนย์ซ่อมที่สามารถหาได้ง่าย


อย่างที่ทราบกันว่าทีวีในสมัยนี้ส่วนใหญ่ต่างเป็นสมาร์ททีวีอยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่ามันสามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเพื่อให้ได้ทีวีที่ใช้งานอย่างคุ้มค่าที่สุด ควรพิจารณาจากคุณสมบัติต่าง ๆ รวมถึงการนำไปใช้งานของคุณ

หากคุณกำลังมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์คุณภาพ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้อย่างลงตัวที่สุด แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน LG คุณภาพดี

แนะนำ : LG OLED TV ทันสมัยที่สุดและดีที่สุดด้วยภาพคอนทราสต์ สีสันบนหน้าจอ มอบประสบการณ์ที่น่าหลงใหล ทั้งภาพและเสี่ยง นำพาคุณเข้าไปอีกมิติอันสมจริง พร้อมเปิดประสบการณ์การดูรายการทีวี ภาพยนตร์ สารคดี และการถ่ายทอดสดกีฬา แบบจัดเต็มในมุมมองที่กว้างและสมจริงมากยิ่งขึ้น ให้คุณไม่พลาดโอกาสดี ๆ ในการรับชม

แนะนำ :  LG Sound Bar ลำโพงคุณภาพเสียงทรงพลัง เติมเต็มอรรถรสทุกความบันเทิงได้ราวกับรับชมอยู่ในโรงภาพยนตร์ สามารถเชื่อมต่อไร้สาย สะดวกสบายต่อการใช้งาน และดีไซน์สวยงามทันสมัยเข้ากับทุกสไตล์การตกแต่งบ้าน

LG Sound Bar


>> คลิกเพื่อดูโปรโมชั่น LG ทั้งหมดที่นี่ <<

อ่านเพิ่มเติม