European Super League พลิกโฉมวงการลูกหนัง สร้างสรรค์หรือทำลาย

ads

โลกลูกหนังร้อนเป็นไฟ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ใครได้ ใครเสีย

เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมามีข่าวช็อควงการฟุตบอลยุโรปเกิดขึ้น เมื่อได้มีการประกาศจัดตั้ง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก อย่างเป็นทางการขึ้นมา โดยมีสมาชิกเป็นสโมสรชั้นนำของแต่ละประเทศเข้าร่วมจัดตั้งมากถึง 12 สโมสร และกำลังจะเพิ่มเป็น 15 สโมสร ร้อนถึงยูฟ่าที่ออกมาประกาศกร้าวจะสั่งแบนสโมสรและนักเตะที่เข้าร่วมแข่งขันในรายการนี้ รวมถึงบรรดาสโมสรเล็ก ๆ แฟนบอลและผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการก่อตั้งยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกอย่างมากมาย

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกคืออะไร

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกคือการแข่งขันฟุตบอลลีกรายการใหม่ ซึ่งจะมีสมาชิกที่เข้าร่วมจัดตั้งลีกลงแข่งขัน โดยจะแข่งกันในช่วงเดือนสิงหาคม ถึง เดือนพฤษภาคม การแข่งขันจะใช้ช่วงกลางสัปดาห์จัดโปรแกรมดังกล่าวขึ้น รูปแบบจะแบ่งเป็น 2 สาย สายละ 10 ทีม เตะแบบพบกันหมดเหย้าเยือนเพื่อหา 3 ทีมที่ผลงานดีที่สุดของแต่ละสาย และเอาทีมอันดับ 4 และ 5 ของแต่ละสายมาเตะเพลย์ออฟหาอีก 2 ทีมสุดท้ายเพื่อเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนัลต่อไป

12 สโมสรที่เข้าร่วมจัดตั้ง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก มีใครบ้าง

อังกฤษ = แมนฯยู, ลิเวอร์พูล, แมนฯซิตี้, เชลซี, สเปอร์ส และอาร์เซน่อล
สเปน = เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า และแอตฯมาดริด
อิตาลี = ยูเวนตุส, เอซี มิลาน และอินเตอร์ มิลาน
*บาเยิร์น มิวนิค, RB ไลป์ซิก และเอฟซี ปอร์โต้ (อยู่ระหว่างตัดสินใจ)

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก
European Super League

ดูจากรายชื่อทีมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมยูฟ่าถึงได้เดือดดาล และออกมาขู่ว่าจะแบนสโมสรและนักเตะทุกคนที่ร่วมเล่นในรายการนี้ เพราะทั้งหมดล้วนเป็นทีมมหาอำนาจที่สร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาลให้กับยูฟ่ามาโดยตลอดทั้งเรื่องของตั๋วเข้าชม การถ่ายทอดสด การโฆษณา และอีกมากมาย ซึ่งหากยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกจัดตั้งได้จริงก็ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงที่จะเข้ามาแบ่งเค้กกับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่จัดโดยยูฟ่านั่นเอง

ทำไม European Super League จึงเกิดขึ้น

ตอบได้เต็มปากเลยก็คือเรื่องของผลประโยชน์ล้วน ๆ มีการคาดกันว่าหากจัดตั้งลีกได้จริงในแต่ละปีการแข่งขันในยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกจะทำเงินสูงถึง 10,000 ล้านยูโร หรือราว (370,000 ล้านบาท) ซึ่งเม็ดเงินจำนวนดังกล่าวจะถูกแบ่งให้กับสโมสรที่เป็นสมาชิก 32% และส่วนแบ่งจากแมตช์การแข่งขันหากเข้ารอบลึก ๆ หรือเป็นแชมป์อีก 32% รวมแล้ว 64%

เอามามัดรวมกันแล้วในแต่ละทีมจะได้ผลประโยชน์เป็นเงินอย่างต่ำ ๆ ทีมละ 250-300 ล้านยูโร ซึ่งมากกว่าที่ได้จากยูฟ่าถึง 2 เท่า (สูงสุดที่ได้จากยูฟ่า 110 ล้านยูโร) เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเงินสนับสนุนก้อนใหญ่อีก 3,500 ล้านยูโรให้แต่ละทีมแบ่งกันเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของสโมสรและชดเชยผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19

European Super League
florentino pérez

ด้านนายฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด และกำลังจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกคนแรก ได้ออกมากล่าวว่า นี่คือย่างก้าวสำคัญที่จะพัฒนารูปแบบการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปให้ดียิ่งขึ้น และแน่นอนว่าแต่ละสโมสรก็จะได้ผลประโยชน์ที่มากขึ้น

กล่าวโดยสรุปก็คือยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกจะเข้ามาเป็นคู่แข่งทางด้านผลประโยชน์กับยูฟ่าโดยตรง และจะทำให้ยูฟ่าสูญเสียเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากบรรดาทีมชั้นนำที่ลาออกจากการเป็นสมาชิก ขณะเดียวกันสโมสรผู้ร่วมก่อตั้ง European Super League ทุกทีมจะได้ส่วนแบ่งผลประโยนช์ที่มากขึ้นกว่าเดิมมาก ซึ่งสโมสรทั้งหมดล้วนแต่ไม่พอใจการบริหารงานของยูฟ่าเรื่องการจัดสรรเงินรางวัลมานานแล้วนั่นเอง บทสรุปของเรื่องอื้อฉาวในวงการลูกหนังนี้จะจบเช่นไร จะมีการพูดคุยหาทางออกร่วมกันได้หรือไม่ต้องติดตามกันต่อ

Photo Credit : realmadrid.com / skysports.com

คลิกดูส่วนลด “SuperSports” ได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม