เงินชดเชยกรณีเกษียณอายุลูกจ้าง เงื่อนไขการจ่ายเงิน

สิทธิพึงได้เมื่อเกษียณอายุของลูกจ้าง

อย่างที่ทราบกันว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยจากสถิติประชากรศาสตร์ของประเทศพบว่าในอีกสิบกว่าปีข้างหน้าคนไทยจะมีอายุเกิน 60 ปีเป็นจำนวนมากถึง 1 ใน 4 ของประชากรในประเทศ ซึ่งหากไม่มีการเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม ภาระจะตกหนักแก่ทางภาครัฐเนื่องจากบุคคลกลุ่มนี้จะขาดรายได้ ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการผลักดันแก้กฎหมาย เพื่อให้นายจ้างจ่ายเงินชดเชยกรณีเกษียณอายุลูกจ้างเอาไว้ โดยลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน

ลูกจ้างสนใจสิทธิประโยชน์ของตนเองมากขึ้น

จะสังเกตเห็นว่าในช่วงปีถึงสองปีที่ผ่านมา หลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานได้ให้ความสนใจศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเงินชดเชยประเภทต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากหลายคนได้รับผลกระทบจากโควิดทำให้ต้องตกงาน ถูกเลิกจ้าง ขณะเดียวกันอีกหลายคนที่ไม่ได้รับผลกระทบก็เริ่มที่จะตระหนักถึงความสำคัญของเงินออมเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน รวมถึงตอนเกษียณอายุจากการทำงานเพิ่มขึ้นด้วย

และจากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและทั่วโลกพบว่าในช่วงวิกฤตโควิดระบาดตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมามีคนหันมาเปิดบัญชีออมเงินในรูปแบบสินทรัพย์ประเภทหุ้น หรือกองทุนต่าง ๆ มากขึ้น และแน่นอนว่าสำหรับคนที่เป็นลูกจ้างที่รายได้ขึ้นอยู่กับการทำงานวันหนึ่งก็ต้องถึงเวลาเกษียณอายุ ซึ่งในส่วนนี้กฎหมายแรงงานก็มีบัญญัติเอาไว้ให้นายจ้างจ่ายเงินชดเชยกรณีเกษียณอายุลูกจ้างเอาไว้เช่นกัน

เงินชดเชยเกษียณอายุ
เงื่อนไขการจ่ายเงินชดเชยเกษียณอายุลูกจ้าง

เงื่อนไขการเกษียณอายุของลูกจ้าง

เมื่อช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยเนื้อหาที่แก้ไขนั้นเกี่ยวกับประเด็นการเกษียณอายุของลูกจ้างที่ให้ความคุ้มครองที่ดีขึ้น โดยกฎหมายกำหนดให้ลูกจ้ามีสิทธิได้รับเงินชดเชยกรณีเกษียณอายุตามอายุงานที่ทำ โดยกำหนดระยะเวลาเกษียณอายุของลูกจ้างให้เป็นไปตามนี้คือ

1. นายจ้างเป็นผู้กำหนด
กล่าวคือนายจ้างจะกำหนด หรือตกลงกับลูกจ้างว่าจะให้เกษียณอายุเมื่อไร
1.1 กรณีกำหนดการเกษียณอายุ “ก่อนครบ 60 ปีบริบูรณ์” ให้ถือว่าการเกษียณอายุไปเป็นตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือสัญญาจ้าง หรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
1.2 กรณีกำหนดการเกษียณอายุ “เกินกว่า 60 ปีบริบูรณ์” ลูกจ้างมีสิทธิขอเกษียณอายุได้เมื่อมีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป

2. กฏหมายกำหนด
ในกรณีไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาอายุเกษียณไว้ กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสิทธิที่จะแจ้งต่อนายจ้างว่าจะขอเกษียณอายุ และเมื่อแจ้งต่อนายจ้างแล้ว จะมีผลเมื่อครบ 30 วันนับตั้งแต่วันที่แจ้ง

ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเกษียณอายุเท่าไหร่

กฎหมายคุ้มครองแรงงาน บัญญัติเกี่ยวกับการเกษียณอายุและการจ่ายค่าชดเชยเรื่องการเกษียณอายุการทำงานเอาไว้คือ “การเกษียณอายุเสมือนหนึ่งการเลิกจ้าง” ดังนั้นค่าชดเชยเกษียณอายุ จะใช้วิธีคิดคำนวณเหมือนกับค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง ได้แก่

1. ลูกจ้างที่ทำงานมาครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปีได้ค่าชดเชย 30 วัน
2. ลูกจ้างหากทำงานครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ค่าชดเชย 90 วัน
3. ลูกจ้างทำงานครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปีจะได้รับเงินชดเชย 180 วัน
4. ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้รับเงินชดเชย 240 วัน
5. ลูกจ้างทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ได้เงินชดเชย 300 วัน
6. ลูกจ้างทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ได้รับเงินชดเชย 400 วัน

โทษสำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตาม

แก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 บัญญัติเอาไว้ว่า นายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนี้ก็จะมีความผิด

1. อัตราโทษจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน
2. ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
3. หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. เสียดอกเบี้ยผิดนัดชำระในการจ่ายค่าชดเชยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และถ้าจงใจผิดนัดโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรจะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 15 ทุกๆ ระยะ 7 วัน

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับท่านใดที่เป็นลูกจ้างบริษัทเชื่อว่าคงจะใจชื้นขึ้นมาบ้างเมื่อได้ทราบว่าตัวคุณเองมีสิทธิได้รับเงินชดเชยกรณีเกษียณอายุตามกฎหมายซึ่งแต่ละคนก็สามารถไปคิดคำนวณเงินก้อนที่จะได้รับ ณ เวลานั้นล่วงหน้าคร่าว ๆ ได้เนื่องจากกฎหมายบอกไว้ชัดเจนว่าอัตราการจ่ายใช้วิธีเดียวกับกรณีถูกเลิกจ้าง และนอกจากนี้คุณก็ยังมีสิทธิได้รับเงินอื่น ๆ ในกรณีเกษียณอายุได้แก่ เงินประกันสังคมกรณีชราภาพ รวมไปถึง เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ อีกด้วย

ที่มา : กระทรวงแรงงาน

อ่านเพิ่มเติม