รู้ทันโควิดกลายพันธุ์ล่าสุด สายพันธุ์ BA.2.75 พร้อมรับมือได้ทันท่วงที

โควิดกลายพันธุ์ในไทยอันตรายแค่ไหน?

ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี้เรียกได้ว่าเป็นปีที่พิสูจน์สายเลือดพระเจ้าตากในตัวคนไทยอย่างหนักหน่วง เพราะโควิดไม่มีทีท่าจะยอมแพ้สู้มาสู้กลับไม่โกงจนเหนื่อยกันทุกฝ่าย ล่าสุดโควิดสายพันธุ์โอมิครอนอัปเกรดตัวเองอีกขั้นเข้าสู่สายพันธุ์ BA.4 – BA.5 และ BA.2.75 ที่เรียกได้ว่าทำหลายคนอกสั่นขวัญแขวนกลัวซีซันนี้จะไม่รอด เราเลยพามาอัปเดตสถานการณ์โควิดสายพันธุ์ใหม่ในไทยกัน

รู้จักโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาด

คนใส่หน้ากากอนามัยนั่งบนรถไฟฟ้า
โควิดมีการกลายพันธุ์แทบจะตลอดเวลา ทำให้คนติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

โควิดที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้มีทั้งหมด 2 สายพันธุ์หลัก ๆ และอีก 1 สายพันธุ์ที่กำลังจับตามองถึงโอกาสที่จะเข้ามายังประเทศไทย ได้แก่

สายพันธุ์ BA.4 – BA.5

โควิดสายพันธุ์ที่กำลังระบาดในไทยและมีอัตราส่วนผู้ป่วยในโรงพยาบาลมากขึ้น คือ โควิดสายพันธุ์ BA.4 และสายพันธุ์ BA.5 สาเหตุที่เรียกรวมกันเพราะมีการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งเดียวกันจากโอมิครอน จากผลการวิเคราะห์ของกระทรวงสาธารณสุขได้ข้อสรุปของการระบาดของสายพันธุ์ BA.4 – BA.5 ดังนี้

  • ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์ผู้ป่วยในวันที่ 25 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2565
  • อาการของโควิดสายพันธุ์ 4 – BA.5 ไม่ได้ร้ายแรงกว่าสายพันธุ์ BA.1 และ BA.2 ที่ระบาดมาก่อนหน้านี้
  • จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิดในปัจจุบันเป็นผู้ป่วยสายพันธุ์โอมิครอนทั้งหมด แต่สายพันธุ์ย่อยยังคงปะปนกันระหว่าง 1 BA.2 BA.4 และ BA.5
  • 4 – BA.5 เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในไทยอีกไม่นาน
  • ข้อมูลผู้ป่วยยังคงมีน้อย จะสามารถสรุปได้แม่นยำขึ้นเมื่อมีการส่งผลการตรวจผู้ป่วยหนักจากโอมิครอนเข้าส่วนกลางมากขึ้น

สายพันธุ์ BA.2.75

เชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนอย่างสายพันธุ์ BA2.75 กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั่วโลก เพราะมีแนวโน้มว่าจะกลายป็นไวรัสสายพันธุ์หลักที่แพร่เชื้อต่อไป

  • ข้อมูลผู้ติดเชื้อยังคงมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้วิเคราะห์ความรุนแรงไม่ได้ชัดเจน
  • กลายพันธุ์มาจาก 2 อีกต่อหนึ่ง โดยกลายพันธุ์เพิ่มถึง 9 จุด หนึ่งในนั้นเป็นจุดที่ทำให้หลบหลีกแอนติบอดีได้ดีขึ้นอีกด้วย
  • พบการแพร่ระบาดในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และอินเดีย ยังคงมีจำนวนผู้ป่วยน้อยเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น
  • WHO ยังคงไม่ประกาศให้เป็นสายพันธุ์เฝ้าระวัง แต่ไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  • ข้อมูลปัจจุบันในวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ยังไม่พบผู้ป่วยสายพันธุ์ 2.75 ในไทย

ไวรัสโควิด-19 เป็นโรคระบาดที่กินเวลานานและมีการกลายพันธุ์ของหนามโปรตีนในตัวไวรัสแทบจะตลอดเวลา ทำให้การแพร่ระบาดกินเวลายาวนานออกไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีการสร้างแอนติบอดีสำหรับป้องกันไวรัสชนิดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกการกลายพันธุ์

สถานการณ์การระบาดโควิดสายพันธุ์ BA.2.75 ทั่วโลก

ทำงานใส่หน้ากากอนามัย
การระบาดของโควิดสร้าง New Normal ในการใช้ชีวิต

การระบาดของสายพันธุ์ BA.2.75 ยังคงพบการระบาดที่ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอินเดียเท่านั้น แต่จากตำแหน่งการกลายพันธุ์ที่มีการแปรกลับไปเป็นไวรัสที่รูปร่างคล้ายเดลตา ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่าเดลตาในเวอร์ชันหนีภูมิคุ้มกันได้หรือเปล่า? สาเหตุหลัก ๆ ที่ควรเฝ้าระวังโควิดสายพันธุ์ BA.2.75 มีดังนี้

  • มีลักษณะบางอย่างคล้ายเดลตา ซึ่งส่งผลให้อาการรุนแรง
  • อินเดียเป็นต้นกำเนิดสายพันธุ์เดลตา ซึ่งสายพันธุ์ 2.75 ก็ระบาดหนักในอินเดียขณะนี้
  • มีคุณสมบัติหนีแอนติบอดีได้มากขึ้น วัคซีนอาจมีประสิทธิภาพน้อยลง

ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ BA.2.75 แต่มีการเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิดและมีมาตรการในการคัดกรองคนเข้าประเทศเพื่อป้องกันไวรัสสายพันธุ์นี้

เชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา การระวังตัวเองจึงยังคงจำเป็น ทั้งล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ และฉีดวัคซีนให้ครบทุกเข็ม หากวัคซีนเข็มสุดท้ายมีระยะเวลามากกว่า 4 เดือนแล้วควรฉีดเข็มกระตุ้นหรือบูสเตอร์โดสเป็นวัคซีน mRNA ซึ่งสถานีกลางบางซื่อยังคงมีให้บริการอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก PPTV | กรุงเทพธุรกิจ

อ่านเพิ่มเติม: