กำหนดให้ไวรัส Covid-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย! ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

ไวรัสโคโรนา Covid-19 ยังคงแพร่กระจายความร้ายแรงอย่างต่อเนื่อง โดยนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ต่างต้องเผชิญกับปัญหาโรคระบาดของไวรัส Covid-19 ที่ยากเกินควบคุม และยังไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลงแม้แต่น้อย! ซึ่งนอกจากประเทศต้นเหตุของ Covid-19 อย่างจีนจะประสบปัญหาหนักอย่างต่อเนื่องแล้ว เกาหลีใต้ก็อ่วมไม่แพ้กัน โดยยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูง อยู่ในภาวะที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด!

และจากสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรงถึงชีวิต ล่าสุดคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติเอกฉันท์ให้ โควิด-19  (Covid-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายโรคที่ 14 เพื่อจะได้ควบคุมการระบาด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ประเทศไทยยังไม่ได้เข้าสู่การระบาดในระยะที่ 3

หยุดการระบาด Super Spreader 

จากเหตุการณ์ในประเทศเกาหลีที่ประสบปัญหาไวรัสโคโรนา Covid-19 ระบาดหนัก เนื่องจากเกิดการแพร่เชื้อของ Super Spreader ที่จาก 1 กลายเป็นติดเชื้อร้อยกว่าคน! จึงทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้มีมติให้ Covid-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 เพื่อจะได้ทำการกักตัวผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อภายใน 14 วัน 

สถานการณ์ Covid-19 ในไทยยังควบคุมได้

ถึวแม้ทางการไทยจะกาศให้ Covid-19 เป็นโรคติดต่อต่ออันตรายลำดับที่ 14 แต่สถานการณ์ในประเทศอยู่ในระยะที่ 2 โดยไม่พบการระบาดสามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อสถานการณ์ Covid-19 ในต่างประเทศเข้าขั้นวิกฤต จึงอาจส่งผลกระทบต่อการระบาดในประเทสไทยได้ ดังนั้น การประกาศให้เป็นโรคร้ายแรงถือเป็นการป้องกันความปลอดภัยของประชาชนเอาไว้แต่เนิ่นๆ 

ทำไมต้องยกระดับ Covid-19 ให้เป็นโรคตดิดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ? 

  • เพื่อสามารถป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้
  • เพื่อสามารถควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคม
  • เพื่อจะได้ค้นหาผู่ป่วย สอบสวน และควบคุมโรคได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ทั้งนั้น หากพบผู้ที่เข้าข่ายมีความเสี่ยวติดเชื้อไวรัสโคโรนา Covid-19 ต้องแจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ภายใน 3 ชั่วโมง โดยเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจะมีอำนาจในการดำเนินการ หรือออกคำสั่ง ให้ผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อต้องเข้ารับการตรวจชันสูตร แยกกัก กักกัน และะคุมไว้สังเกต รวมถึงถ้ามีความเสี่ยงเกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด/กทม. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. มีอำนาจสั่งปิดตลาด สถานที่ประกอบการ โรงงาน สถานที่ชุมนุมชน โรงมหรสพ และสถานศึกษา เป็นการชั่วคราว รวมถึงสามารถสั่งให้ผู้ที่เป็น หรือเสี่ยงติดเชื้อหยุดประกอบอาชีพเป็นการชั่วคราวได้เช่นกัน

ผู้ใดฝ่าฟื้นมีโทษทั้งจำทั้งปรับ!

หากผู้ติดเชื้อ หรือมีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา Covid-19 ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ จะมีบทลงโทษตามมาตรา 52 โดยได้ระบุเอาไว่า ถ้าผู้ใดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ!

เมื่อไหร่สถานการ์ไวรัสโคโรนา Covid-19 จะดีขึ้น และสามารถหยุดการแพร่ระบาดได้ ? เชื่อว่าหลายคนต่างมีความคิดนี้วนอยู่ในหัวตลอดเวลา เพราะถือเป็นเชื้อไวรัสร้ายแรง ที่ยังไม่มียารักษาหายขาด และพร้อมคร่าชีวิตผู้ติดเชื้อได้ทุกเมื่อ! และเมื่อเห็นตัวเลขของผู้ติดเชื้อ รวมถึงผู้เสียชีวิตแล้ว ก็ทำเอาหลายคนต่่งหวั่นวิตกไม่ใช้น้อย บางคนใช้ชีวิตอยู่กด้วยความหวาดกลัว! และอย่างที่ทราบกันดีว่าไวรัสโคโรนา Covid-19 เป็นโรคระบาดร้ายแรง ที่นอกจากเป็นอันตายถึงชีวิตแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกไม่ใช่น้อย! อีกทั้งใครที่มีแพลนไปเที่ยวต่างประเทศ ต้องหยุดชะงัก และพักการท่องเที่ยวแบบไม่มีกำหนด โดยสายการบินไทยได้ออกมายกเลิกเที่ยวบินในประเทศที่มีการระบาดของ Covid-19 เป็นที่เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในไทย 

และเมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางไวรัสโคโรนา Covid-19 อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อีกทั้งยังมีปัญหาฝุ่น PM2.5 ในไทยที่เกิดขึ้นแบบไม่รู้จบ สิ่งที่ไม่ควรละเลยเป็นอันขาดคือ การดูแลสุขภาะตัวเอง รักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง หรือมีผุ้คนหนาแน่น ที่สำคัญคือควรสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก และพกเจลล้างมือเพื่อเช็ดทำความสะอาดป้องกันเชื่อโรค รวมถึงติดตามสถานการณ์ไวรัสโคโรนา Covid-19 อย่างสม่ำเสมอ

ขอบคุณข้อมูลจาก : thairath, กระทรวงสาธารณสุข

บทความน่าสนใจ