8 อย่างที่ Online Shopping จะเปลี่ยนไปในอีก 10 ปี ข้างหน้า

ด้วยกำลังของเทคโนโลยี และความรวดเร็วในการพัฒนาของธุรกิจในด้าน E-commerce ในปัจจุบัน จะทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแตกต่างออกไปจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เรายังไม่ได้นั่งกันอยู่ที่บ้านและสั่งของผ่าน Smartphone หรือ เครื่องคอมกันเลยซักคน (อาจมีบ้างสำหรับคนสั่งของต่างประเทศ) ซึ่งลองมานั่งคิดดูว่า หาก 10 ปีที่แล้วมาถึงปัจจุบันยังสามารถพัฒนาไปได้มากขนาดนี้ อีกสิบปีข้างหน้าจะขนาดไหนกัน? วันนี้เรามีบทความจาก INC.com ที่เค้าเขียนไว้ดีมาแชร์กัน

นักช้อปจะสามารถซื้อสินค้าออนไลน์ ได้โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิตหรือการยืนยันตัวตน

ทุกวันนี้ โมเดลของ e-commerce เหมือนเป็นการผลักภาระให้กับลูกค้าทุกคน โดยต้องไปนั่งหาบัตรเครดิต หรือ การ์ดเติมเงิน หรือแม้กระทั่งการไปโอนเงินที่ธนาคาร ในการชำระค่าสินค้า แต่ในอนาคตอาจมีการใช้ ลายนิ้วมือ ที่จะทำให้ร้านค้านั้นๆรู้ว่า คนๆนี้เป็นคนสั่งของ ซึ่งการใช้ลายนิ้วมือในการยืนยันตัวตน ซึ่งอาจมีโยงไปถึงการใช้ลายนิ้วมือในการชำระค่าสินค้าในห้างฯ หรือ ร้านสะดวกซื้ออีกด้วย

การซื้อผ่านหน้าร้านค้า และ การซื้อออนไลน์ จะค่อยๆขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น

ทุกวันนี้แต่ละร้านค้าก็จะอยากได้ลูกค้าผ่าน Mobile Site หรือ Application ซึ่งแน่นอนว่าสำคัญมาก แต่หลังจากนี้อีก 10 ปี ทุกอย่างจะกลมกลืนกันหมด ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อผ่าน mobile หรือ จะซื้อสินค้าจากเมืองนอก ผ่านคอม หรือ ผ่าน อะไรก็แล้วแต่ จุดประสงค์อย่างเดียวก็คือการเพิ่มยอดขาย หรือการให้มียอดสั่งซื้อสูงสุด

ระบบป้องกันการโกง จะเป็นแบบอัติโนมัติทั้งหมด

ปัจจุบันหลายบริษัทบัตรเครดิต จะต้องใช้วิธีการสุ่มดู ว่าการสั่งซื้อประเภทไหนดูแล้วน่าจะเป็นการสั่งซื้อแบบ Fraud หรือแบบ โกง ผิดปกติ แต่ในอนาคตระบบคอมพิวเตอร์จะเข้ามาแทนที่ วิเคราะห์ความผิดปกติของการสั่งซื้อในช่องทางนั้นๆ

ผู้ค้าปลีกจะไม่ต้องกลัวเรื่อง การโกงการซื้อขายอีกต่อไป

ทุกวันนี้ ผู้ค้าปลีกรายย่อยต่างต้องมานั่งดู Transaction ในแต่ละวัน แทนที่จะเอา resource ของตัวเองไปพัฒนายอดขาย เพราะทุกวันนี้ระบบยังไม่ฉลาดพอที่จะมานั่งดูว่า การสั่งซื้อไหนสมบูรณ์ การสั่งซื้อไหนผิดปกติ เพราะอีกหน่อยคอมพิวเตอร์ และระบบการเรียนรู้ถึงขั้น Artificial Intelligence จะเข้ามาแทนที่ทั้งหมด

การจ่ายเงินทุกอย่าง ลูกค้าเป็นคนเลือกเอง

ก็ต้องกลับมาที่บัตรเครดิต หรือ เงินสด หรือการโอนเงินอีกนั่นแหละ แต่ในอนาคต ลูกค้าจะเป็นพระเจ้ามากยิ่งขึ้น เพราะจะสามารถเลือกวิธีการจ่ายเงินได้เอง สามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายเมื่อไหร่ ตอนไหน และจ่ายผ่านอะไร เพราะฉะนั้น ร้านค้าใหญ่ๆ เตรียมตัวเอาไว้ให้ดี

ระบบการจ่ายเงินจะถูก ปรับให้เข้ากันกับลูกค้าแต่ละคน และไม่เหมือนกัน

ไม่ใช่ว่าทุกวันนี้จะไม่มี แต่ในอนาคต การปรับให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินได้ในช่องทางที่ลูกค้าต้องการโดยที่ไม่ต้องบอกนั้นจะเกิดขึ้น เช่น ซื้อสินค้าและจ่ายหน้าบ้าน จะปรากฏขึ้นมาหากว่าลูกค้ายังเป็นนักเรียน นักศึกษา อยู่ (คือให้เข้ากันกับตัวลูกค้าเอง) นอกเหนือจากนั้น โปรโมชั่น หรือ ส่วนลด ต่างๆ จะถูกปรับให้เข้ากันกับบุคคลนั้นๆอีกด้วย

ส่งของภายในวันเดียว จะมีทุกร้าน

ฟีเจอร์นี้มันถูกเริ่มต้นในร้านค้าออนไลน์ ในสหรัฐอเมริกา ที่เรารู้จักกันดีก็คือ Amazon เพราะเค้าเป็นคนริเริ่มการส่งของภายใน 2 วัน และหลายๆบริษัท กำลังทดสอบระบบการสั่งของ ที่ส่งในวันเดียวกัน ที่เรียกว่า Same Day Delivery (เช่น BigC.co.th และ Tesco Lotus Online) ซึ่งอาจจะมีในหลายๆ ร้านในอนาคตอันใกล้นี้ ด้วยตัวช่วยเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสาร และ ระบบ Stock Prediction

เจ้าของร้านค้าต้องมีระบบป้องกันความปลอดภัยส่วนตัวทุกเจ้า

ทุกวันนี้ ระบบต่างๆ เช่นระบบสั่งซื้อ ตรวจสอบสินค้า เช็คเงินโอน ฯลฯ ยังต้องถูกตรวจสอบโดยพนักงาน ทั้งนั้น  และอีกหน่อยการทำงานด้วยคนจะหมดไปเพราะทุกการสั่งซื้อ และระบบทั้งหมด (ที่เค้าใช้คำว่า Legacy) จะถูกตรวจสอบโดยคอมพิวเตอร์ล้วนๆ