ads

เวลาฝนตกหนักก็น้ำท่วม แต่เวลาที่ไม่ตกเลยก็แล้ง และนี่คือความจริงประเทศไทยซึ่งไม่ว่าปีไหนๆ ก็ไม่เห็นแสงสว่างในการแก้ปัญหาเรื่องนี้กันซักที และในปี 2563 นี้ ความแล้งจะมาเยือนและคาดว่าน่าจะรุนแรงมากที่สุด เนื่องจาก ทางกรมชลประทานแจ้งว่าภัยแล้งจะกระทบมากถึง 70 จังหวัดทั่วประเทศไทย ไม่เว้นแม้แต่กรุงเทพมหานคร และจะมีเพียงแค่บางจังหวัดในภาคใต้เท่านั้นที่อาจไม่เจอกับวิกฤติในครั้งนี้ ซึ่งการเตรียมตัวรับมือสำหรับคนทั่วไป น่าจะต้องมีการบริหารเรื่อง Disaster Management โดยการกักตุนน้ำ หรือ เก็บน้ำไว้ใช้ ตามการคาดการณ์ของระยะเวลาของภัยแล้ง เช่น 2 อาทิตย์ 4 อาทิตย์ หรือแม้กระทั่ง 3-4 เดือน

สัญญาณต้นปี “น้ำประปาเค็ม” เพราะน้ำไม่พอ

ในหน้านี้มีอะไรบ้าง?

ข้อมูลจากกรมชลประทาน วันที่ 16 มกราคม 2563

หากใครดูข่าวตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และ หลายคนก็คงประสบมาด้วยตัวเอง กรณี น้ำประปาเค็ม ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เป็นสัญญาณบอกให้ได้รู้แบบกลายๆว่า ปริมาณน้ำจืดที่จะมาดันน้ำเค็มลงทะเลนั้นน้อยกว่าทุกปี หรือ แม้แต่ประสิทธิภาพของเครื่องมือ การดันน้ำเค็มนั้นด้อยลง ทำให้หลายๆคนต้องหาซื้อเครื่องกรองน้ำแบบ Reverse Osmosis เพื่อมากรองน้ำดื่มใช้กันในบ้านกันอย่างจ้าละหวั่นเลยทีเดียว

แต่ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาน้ำประปาเค็มแล้ว แต่เป็นเรื่องของน้ำที่อาจไม่เพียงพอต่อการใช้ของทุกบ้าน 70 จังหวัดทั่วประเทศไทย

เตรียมตัวเก็บน้ำสำรอง น้ำดื่ม ไว้ใช้ ก่อนแล้ง

เหตุผลที่จะต้องเตรียมน้ำไว้ ทุกคนรู้อยู่แล้ว เพราะมนุษย์ต้องการน้ำดื่มประมาณ 2 ลิตร ต่อคนต่อวัน และนี่ยังไม่ได้รวมการใช้ซักล้าง การใช้ทำความสะอาด รดน้ำต้นไม้ ฯลฯ แต่สำหรับเหตุผลหลักๆที่หลายๆบ้านในต่างประเทศมีการเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ก็เช่น

  1. ประเทศที่มีภัยพิบัติเยอะ บ่อย ก็มักจะเก็บน้ำไว้เป็น Emergency Water Supply
  2. คนเราจะอยู่ได้โดยไม่มีอาหารเลยหลายสัปดาห์ แต่ถ้าขาดน้ำจะอยู่ได้ไม่กี่วันเท่านั้น
  3. ในช่วงที่เป็นหน้าแล้ง น้ำที่มาจากประปา อาจมีสารเจือปน หรือ สกปรก หรือเค็ม จากน้ำทะเลหนุนได้
  4. การเตรียมตัวรับมือก่อนภัยแล้ง เป็นสิ่งที่ควรทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่มีเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ

ต้องเตรียมน้ำปริมาณเท่าไหร่หล่ะ?

  • สำหรับปริมาณที่แนะนำในต่างประเทศ ควรเตรียมน้ำประมาณ 1-1.5 แกลลอน หรือประมาณ 5-6 ลิตรต่อคนต่อวัน ยกตัวอย่างเช่น หากจะสู้ภัยแล้ง สำหรับบ้านที่มี 2 คน เป็นเวลา 1 เดือน อาจต้องมี 2 คน X 6 ลิตร X 30 วัน หรือประมาณ 360 ลิตร 
  • ครึ่งหนึ่งของ 6 ลิตร จะไว้ใช้ดื่ม และอีกครึ่งหนึ่งไว้สำหรับอาบน้ำ หรือชำระล้าง
  • ความต้องการน้ำของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่น คนป่วย เด็กเล็ก แม่ให้นมลูก สัตว์เลี้ยง
  • การเตรียมน้ำ ควรเตรียมสำรองฉุกเฉินไว้ให้เพียงพอ ขั้นต่ำที่สุดคือ 3 วัน แต่ถ้ามีพื้นที่ ก็ควรเก็บให้มากถึง 2 สัปดาห์

วิธีการเก็บน้ำไว้ใช้ระยะยาว เผื่อฉุกเฉินไม่มีน้ำใช้

วิธีการเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องไปเหมาน้ำดื่มจาก โลตัส แมคโครเท่านั้น แต่มันมีวิธีจัดเก็บได้หลายรูปแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ น้ำควรถูกเก็บไว้ที่ภาชนะที่เป็นแบบ Food Grade หรือพลาสติก หรือ แสตนเลส ที่สามารถกักน้ำเก็บไว้ได้ ที่ออกแบบมาเฉพาะน้ำดื่มเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังคงมีภาชนะอื่นๆเช่น แก้ว ที่สามารถเก็บน้ำได้โดยไม่มีวัตถุเจือปน (แต่ใครจะมีแก้วใหญ่ขนาดนั้น) โดยเราขอสรุปให้ดังนี้

  1. ควรใช้ขวด ถัง ที่เป็นแบบ Food Grade เท่านั้น เช่นขวดพลาสติกใส่น้ำ
  2. หากไม่มีให้ใช้แก้ว
  3. สำหรับแสตนเลส ก็สามารถเก็บได้ แต่ จะไม่สามารถใส่คลอรีนลงไปได้ หากต้องฆ่าเชื้อ เพราะแสตนเลสจะถูกกัดกร่อน
  4. ภาชนะที่จัดเก็บจะต้องสามารถปิดได้สนิท หรือ ซีล ได้ เท่านั้น กันสัตว์ และ แมลง

วิธีการเก็บน้ำไว้ใช้ 2 สัปดาห์ – ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 

ในบ้านมี 2 คน ต้องใช้คนละ 6 ลิตรต่อวัน เป็นเวลา 14 วัน ต้องใช้ทั้งหมดประมาณ 168 ลิตร

การเก็บน้ำไว้ใช้สองสัปดาห์ ควรเป็นขวดพลาสติก ขนาดเล็กใหญ่ – เพราะมันง่ายที่สุดในระยะสั้น แต่มีราคาแพงกว่า โดยการไปเหมาน้ำดื่มจากห้างสรรพสินค้า หรือ makro, Lotus, BigC, หรือ ร้านขายส่งน้ำขวดต่างๆ และแม้แต่การไปซื้อน้ำดื่มเป็นขวดยกพาเลท หน้าโรงงานผลิตน้ำขวดเลยก็ได้

น้ำดื่มที่เป็นขวด 1.25 ลิตร ราคา 14 บาท ต่อขวด
168 ลิตร / 1.25  X 14 บาท = ใช้เงินประมาณ 1,881 หรือ 2,000 บาท

เอาขวดเก่ามาใช้ – ถ้าที่บ้านมีขวดเก่า ก็สามารถเอามารองน้ำประปาไว้ก่อนได้ แต่จะต้องมีการทำความสะอาด (Sanitize) ขวดซะก่อน ดังนี้

  1. ล้างด้วยน้ำยาปกติ
  2. ใช้น้ำยาฟอกขาว 1 ช้อนชา ต่อ 1 ขวด ล้างข้างนอกและข้างในขวด
  3. เติมน้ำเปล่า และ หยด น้ำยาฟอกขาว 2 หยด
  4. ล้างอีกรอบและตากให้แห้ง
ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าน้ำประปา และ ขวดก็สามารถนำมาจากการ Recycle ได้

ซื้อถังแกลลอนขนาด 10 ลิตร – 20 ลิตร มาตุนไว้ – แนะนำว่าหากบ้านไหนมีแต่ผู้หญิงให้ซื้อถังแกลลอน 10 ลิตรมาจะดีกว่า เพราะหากเป็น 20 ลิตร เวลาใช้งานอาจต้องใช้แรงยกมากกว่า เพราะมีน้ำหนักมากกว่า ข้อดีก็คือ มันคือการซื้อถังมาเก็บน้ำสบายๆ ไม่ต้องไปหาขวดมาใช้งานใหม่ และ ถังแกลลอนพวกนี้ สามารถหาซื้อได้ราคาไม่แพงต่อถัง

168 / 10 ลิตร = ประมาณ 17 ถัง 
ราคาถังละ 89 บาท = 1,513 บาท

การเก็บน้ำฉุกเฉินไว้ใช้ 1 เดือน หรือมากกว่า

การเก็บน้ำไว้ใช้มากกว่า 1 เดือนเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนกันค่อนข้างมาก เพราะจะต้องหาที่วางขวดน้ำจำนวนมาก หรือแม้แต่ถังน้ำขนาดใหญ่ รวมถึงการดูแลไม่ให้สัตว์มากินน้ำ ป้องกันแมลง รวมถึงฝุ่น และ เชื้อโรคด้วย และเรามีวิธีจากต่างประเทศมาแชร์ให้ดูกัน

ใช้อ่างอาบน้ำที่บ้าน – สำหรับอ่างอาบน้ำที่บ้าน สำหรับบ้านที่มีเท่านั้น จะเป็นตัวเก็บน้ำได้เป็นอย่างดี โดยที่จะสามารถจุน้ำได้มากถึง 378 ลิตร หรือจะสามารถอยู่กันได้ 2 คน เป็นระยะเวลา 1 เดือน สบายๆ แต่ข้อเสียคือ อ่างอาบน้ำจะไม่มีฝาปิด ทำให้เสี่ยงต่อการปนเปื้อนได้ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาให้ดีหากจะใช้วิธีนี้

อ่างอาบน้ำไม่ได้มีทุกบ้าน แต่ถ้ามีก็จ่ายแค่ค่าน้ำเท่านั้น
ถังน้ำ 1000 ลิตร ราคา 2,800 บาท จาก bulk1000

ถังแกลลอนขนาดใหญ่ – มีไซส์ตั้งแต่ 77 ลิตร ไปจนถึง 1,000 ลิตร ซึ่งหากเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ จะแนะนำ ถังแกลลอนขนาด 1,000 ลิตร เพราะสะดวกกว่าในการใช้งาน เพราะมักจะมีก๊อกมาให้ด้วย สำหรับการใช้งานได้ในทันทีไม่ต้องยกเปิดฝาถัง

**สำหรับถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ ควรมีอุปกรณ์เพิ่มเช่น สายยางสำหรับการดูดน้ำมาใช้ และ ควรมี พาเลท หรือ ขาตั้ง รองถังไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นถังติดกับพื้นปูน คอนกรีต หรือ พื้นดิน ที่อาจเสี่ยงถังแตก หรือ รั่วได้ 

ถังแกลลอน 1,000 ลิตร ราคา 2,000-5,000 บาท
ถังน้ำมีฝา 113 ลิตร ราคา 265 บาท
ถัง 77 ลิตร มีฝา ราคา 190 บาท
ถัง 200 ลิตรมีฝา 1,150 บาท
ถังเก็บน้ำ 200 ลิตร 1,500+ บาท
ราคา ณ เดือน มกราคม 2020
ถังเก็บน้ำฝน DIY ภาพจาก https://www.banidea.com/how-to-make-a-rain-barrel/

ถังเก็บน้ำฝน – จริงๆแล้ว ถังประเภทนี้ไม่ได้มีขายตามท้องตลาด และมักเป็นแบบ DIY มากกว่า โดยการเอาฝาถังมาเจาะเพื่อรองรับน้ำฝนจากท่อรางน้ำฝน และ เจาะด้านล่างเพื่อทำก๊อกน้ำ รวมถึง มีสายยาง drain น้ำเกิน ได้

คำถามที่เจอบ่อยๆ สำหรับการเก็บน้ำ เตรียมตัวภัยแล้ง

เก็บน้ำได้นานเท่าไหร่ควรปล่อยทิ้ง?

หากเก็บน้ำไว้ในถัง หรือ บ่อ และไม่ได้ใช้ ควรปล่อยทิ้ง เปลี่ยนน้ำใหม่ทุกๆ 1 ปี ซึ่งแน่นอนว่า น้ำเปล่าไม่ได้มีการเสีย เหมือนอาหาร แต่ หากไม่แน่ใจว่า มีการปนเปื้อนของฝุ่น หรือมีอากาศเข้าไปได้หรือเปล่า ก็ควรเปลี่ยนทุกๆปี ปลอดภัยไว้ก่อน

ต้องใส่คลอรีนทุกครั้งหลังจากเก็บหรือเปล่า?

การใส่คลอรีนลงไปนั้น มักจะทำกันเฉพาะกับน้ำที่ได้มาจากแหล่งธรรมชาติ ที่ยังไม่ได้รับการบำบัด แต่สำหรับน้ำประปาที่เอามาเก็บ จริงๆแล้ว ไม่ต้องใส่คลอรีน ยกเว้นมีสารปนเปื้อน หรือ มีเชื้อโรค

น้ำที่เก็บไว้ มีรสชาติแปลกๆ กินได้เหรอ?

การที่น้ำที่เก็บไว้นาน มีรสชาติแปลก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า น้ำไม่ได้เจอกับ ออกซิเจน ไม่นับรวมกลิ่นที่มากับถังน้ำ มีคนแนะนำว่า ก่อนดื่มให้คนๆน้ำก่อน เพื่อให้น้ำได้โดน oxygen บ้าง รสชาติ และ กลิ่น อาจดีขึ้นได้

ควรวางถังน้ำไว้ตรงไหนดี? พื้นโรงรถได้มั้ย?

เนื่องจากถังน้ำส่วนใหญ่มักเป็นพลาสติก และ อาจมีปฎิกิริยากับ พื้นซีเมนต์ อาจทำให้เกิดสารปนเปื้อนได้

บ้านมีสระว่ายน้ำ เอาไว้เก็บน้ำได้มั้ย?

ถ้าจะใช้สระว่ายน้ำเก็บน้ำ อาจเก็บได้มากถึง 80,000 ลิตร เลยทีเดียว แต่จะต้องมีวิธีเก็บให้ดี ให้พ้นฝุ่น แมลง สัตว์ และเชื้อโรค ซึ่งต้องวางแผนกันอย่างยาว และ รอบคอบมาก เพราะหากพลาดเพียงนิดเดียว ก็อาจทำให้ป่วยกันทั้งบ้านได้

ขอบคุณข้อมูลจาก https://edis.ifas.ufl.edu/ss439 และ https://www.artofmanliness.com/articles/hydration-for-the-apocalypse-how-to-store-water-for-long-term-emergencies/