7 สถิติ เกี่ยวกับการใช้รหัสส่วนลด ในการตลาด (Global)

ads

ข้อมูลนี้สำหรับร้านค้า และ ลูกค้า

ถึงแม้ว่าราคาสินค้าจะลดมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ แต่ลูกค้าก็ยังคงต้องการอะไรที่พิเศษๆ ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่าคุ้มค่าที่สุด ดังนั้น ทุกๆคนก็เลยชอบคูปองในเวลาสั่งซื้อสินค้าต่างๆ ตามห้างฯ ตามร้านค้าทั่วไป ซึ่งมันจะทำให้ดูเหมือนว่า (จริงๆก็เป็นเช่นนั้น) ได้จ่ายราคาที่ไม่เต็ม หรือจ่ายน้อยลงกว่าเดิมนั่นเอง แต่นั่นคือการใช้คูปองแบบ Offline ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงการใช้ คูปองแบบออนไลน์กันบ้าง โดยในช่องทางออนไลน์ คูปองต่างๆ จะมีชื่อเรียกดังนี้ ซึ่งในหลายๆชื่อก็จะคุ้นหน้าคุ้นตากับลูกค้าส่วนใหญ่

  1. รหัสส่วนลด

  2. โค้ดส่วนลด

  3. E-coupon

  4. Promo Code

  5. รหัสโปรโมชั่น

  6. Vanity Code

โดยใน 5 คำนี้ คำที่ร้านค้าส่วนใหญ่ ใช้กันก็เห็นจะเป็น รหัสส่วนลด นั่นเอง และลูกค้าก็จะหารหัสเหล่านี้ ผ่านช่องทางออนไลน์กันซะส่วนใหญ่ ก่อนที่เราจะไปดูสถิติการใช้คูปองกัน เราเคยสงสัยไหมว่า ทำไมร้านค้าดังๆ ใหญ่ๆ เค้ายังต้องออกคูปองให้ลูกค้ากันด้วยนะ? เค้าขายได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? บางคนบอกว่า เอ้า..ก็จะได้ดึงดูดลูกค้าไง ซึ่งเหตุผลแบบนี้ก็คือใช่แต่ไม่ใช่ 100% เรามาหาคำตอบกันว่าทำไม ร้านค้าที่ขายดีอยู่แล้ว ยังคงต้องออกรหัสส่วนลดอีกนะ?

ในเคสนี้เราจะยกตัวอย่าง ร้านค้าดังๆ อย่าง Central Online และ Lazada Thailand เพราะดู Scale แล้ว น่าจะใหญ่สุดในประเทศไทยแล้วหล่ะ บางคนบอกว่า Central Online ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้นนะ มีห้างเยอะ แต่ออนไลน์เค้าไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่จริงๆแล้ว Central Online นี่ รวมถึง Powerbuy, Zalora (ถูกซื้อโดย Central), Top Shop Online, Centara Deal, และอีกเยอะมาก คือเค้าใหญ่พอที่จะครอบคลุม ธุรกิจเกือบทั้งหมดได้ ส่วนของลาซาด้านั้น เรารู้กันอยู่แล้วว่าใหญ่จริง ณ ปัจจุบัน

อะไรทำให้ร้านค้ายังคงออกคูปองกันนะ?

การที่ร้านค้าใช้คูปองส่วนลด โดยการมอบให้กับลูกค้า จากสถิติแล้ว ลูกค้าจะรู้สึกว่าตัวเองใช้เงินไม่ได้เยอะพอตามคาด หรือเหลือเงินที่ถูกลดราคาไป ซึ่งนั่นก็ Happy นะ ไม่ใช่ไม่ Happy และคนที่ใช้คูปองส่วนใหญ่ ก็จะซื้อสินค้ามากชิ้นขึ้น ซึ่งในหลายๆครั้ง ทำให้ยอดซื้อมากกว่าเดิมมาก

ตัวอย่าง:

นาย A ซื้อของที่ร้านออนไลน์แห่งหนึ่ง ยอดสั่งซื้อทั้งหมด 10,000 บาท แต่ใช้คูปองลด 10% เลยจ่ายแค่ 9,000 บาท จึงรู้สึกว่า เอ๊ะๆ เราประหยัดไปได้ตั้ง 1,000 บาท จะเอาเงินนี้ไปซื้ออะไรดีนะ? ก็เลย เช็คสินค้าไปเรื่อยๆ ไปเจอที่ถูกใจ เลยทำการสั่งซื้ออีกชิ้นด้วยราคา 2,500 บาท แต่จะได้ลด 10% อัติโนมัติจากการใช้คูปองครั้งแรกจะเหลือ 2,250 บาท ดังนั้น 9,000 + 2,250 = 11,250 บาท และนี่ ทำให้ยอดขายของร้านค้าแห่งนี้เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องไปบังคับให้ซื้อ 2 แถม 1 อะไรพวกนี้เลย

ดังนั้นการช้อปออนไลน์ทุกครั้ง ก็ต้องหาคูปองโดยการเข้า Google ก่อนการช้อปกันซะก่อน โดยการพิมพ์ ชื่อสินค้านั้นๆ หรือ ชื่อร้านค้านั้นๆ และต่อด้วยคำว่า คูปอง หรือ รหัสส่วนลด ซึ่งก็มี เว็บไซด์รวมคูปอง กันอยู่แล้ว เยอะแยะมากมาย (ใน Promotions.co.th/coupon มีคูปองมากกว่า 10,000 รหัสจากมากกว่า 200 ร้านค้าออนไลน์ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวเลยสำหรับการหาครั้งต่อไป) แต่ก็มีบางบริการที่ ออกมาแนว Cashback ที่ไม่ใช่บัตรเครดิต ที่ให้คูปอง และมอบเงินคืนให้ลูกค้า ซึ่งต้องระวังเว็บพวกนี้ไว้ให้ดี เพราะมันอาจเกี่ยวกับเรื่องภาษี และ การเอาเปรียบผู้บริโภคด้วย

หากจะกลับมาที่ การใช้ รหัสส่วนลด ออนไลน์ การใช้การตลาดวิธีนี้ถือว่า Effective มาก เพราะลูกค้าจะไม่ซื้อเพียงแค่ 1 ชิ้น แต่ก็จะซื้อมากกว่านั้นตามตัวอย่างที่ให้ไว้ เรามาดูกันกับ สถิติการใช้คูปอง 7 ข้อมูล ที่น่าสนใจที่สุด

7 ข้อเท็จจริงจาการใช้คูปองในโลกออนไลน์ (อ้างอิงจาก สถิติ)

  • 83% ของลูกค้าใช้คูปอง (ข้อมูลจาก TSYS)

คูปองเป็นพันล้านรหัสได้ถูกออกมาทุกๆปี แต่ที่ถูกใช้จริงๆ แค่เพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือว่า 83% ของลูกค้าทั้งหมดต้องการใช้คูปอง นั่นหมายถึงว่า ไม่ว่าร้านค้าจะออกโปรโมชั่นอะไรออกมาก็ตาม ควรจะติดสอยห้อยตามคูปองออกมาด้วย เพราะ ไม่ว่าลูกค้าจะช้อปเยอะขนาดไหน เค้าก็ใช้คูปอง หรือแม้แต่ลูกค้าที่ช้อปครั้งเดียวใน 1 ปี ก็ใช้คูปองเช่นเดียวกัน

  • 85% ของลูกค้า หาคูปองก่อนเข้าไปช้อปที่ร้านนั้นๆ (ข้อมูลจาก Retailmenot)

เพราะเดี๋ยวนี้มันง่ายต่อการหารหัสส่วนลดมาก เพราะเป็นการหาใน Google ทั้งนั้น และจากข้อมูลจากเว็บดัง 85% ของลูกค้าใช้เวลาหารหัสส่วนลดก่อนทำการสั่งซื้อทุกครั้ง คือไม่สนใจว่าอันนั้นจะเป็นคูปองหรือเป็น Voucher อะไรก็ตาม ตราบใดที่มันเป็นอะไรที่พิเศษๆ สำหรับลูกค้า

  • คูปองจำนวน 30 ล้านล้าน รหัสถูกออกโดยร้านค้า แต่ ใช้จริงๆแค่ 2.8 ล้านล้าน ซึ่งถูกใช้จริงๆแค่ 9-10% เท่านั้น

แต่ตัวเลขที่น่าสนใจคือ 2.8 ล้าน ล้าน ลองคิดดูว่า รหัสเหล่านี้ ถูกใช้ไปในจำนวนเยอะขนาดนี้ ยอดขายจะเป็นขนาดไหน ซึ่งนับได้ว่าเป็นเครื่องมือการตลาดที่ได้ผลดีกว่าการโฆษณาผ่านทีวีซะอีก

  • ลูกค้ามากกว่าครึ่งใช้คูปอง อย่างน้อยๆ ครึ่งหนึ่งในการสั่งซื้อออนไลน์ 4 ครั้ง

นั่นหมายถึง 25% ของการสั่งซื้อของลูกค้าทั่วไปจะมีการใช้คูปองส่วนลด และลองคิดดูว่าหากมีการสั่งซื้อ 1 ล้านครั้ง 250,000 ครั้ง จะเป็นครั้งที่ลูกค้าใช้รหัสส่วนลดนั่นเอง

  • ลูกค้า 35.9% จะอ่านคูปอง (แบบ Printable) หรือเอกสารก่อนการค้นหาดีลสินค้า

แม้ว่าการหารหัสส่วนลดออนไลน์ จะเป็นที่นิยม แต่การ Print คูปอง ออกมาใช้ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสั่งซื้อสินค้าในห้าง มากกว่า 35% ของลูกค้ายังคงหา คูปองที่เป็นแบบ Printing อยู่

  • นักช้อปอายุ 18 ถึง 25 ปี ยังคงใช้คูปองกระดาษเป็นสองเท่าของวิธีอื่นๆ

การใช้คูปองกระดาษ หรือ Printed Coupon บางคนอาจจะคิดว่าเป็นของคนมีอายุเท่านั้น แต่จริงๆแล้ววัยรุ่นก็ใช้นะ ซึ่งจริงๆแล้วเราต้องมาดูข้อมูลนี้กันอีกทีเมื่อตลาด Smartphone โตขึ้นกว่านี้

  • ลูกค้ามากกว่า 82% บอกว่า รหัสส่วนลดออนไลน์ สะดวกกว่าการใช้ คูปองกระดาษ มาก

หากมาพูดถึงสิ่งที่ทุกคนชอบ การใช้คูปองแบบออนไลน์ ลูกค้าเกือบ 100% ก็ยังบอกว่าการใช้รหัสสวนลดออนไลน์ สะดวกกว่า (แน่นอน เพราะไม่ต้องใช้แรงไปเดินหาไง) เพราะไม่ต้องเดินถือไปถือมาด้วย

ข้อมูลนี้มาจาก AccessDevelopment.com  

ข้อมูลจาก Promotions.co.th

นอกจากข้อมูลจากเมืองนอก เราก็มีข้อมูลจากในไทยเช่นเดียวกัน อัตราการใช้คูปองเติบโตขึ้นมาก ซึ่งหากดูจาก กราฟ จะมีดังนี้

%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%87-promotions-thailand
อัตราการหาคูปองส่วนลดออนไลน์ตั้งแต่ปี 2013 จนถึง 2016 สูงถึง 80,000 ครั้งต่อเดือน

จากภาพจะเห็นได้ว่า ในแต่ละปีตั้งแต่ปี 2013 -2016 การหารหัสส่วนลดออนไลน์ นั้นสูงขึ้นเป็นแบบ X2 ในทุกๆ ปี ที่น่าสนใจก็คือ เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น การหารหัสส่วนลดเพิ่มขึ้นมาเป็น 300% ซึ่งเป็นเวลาเพียงไม่นานนัก โดยมากแล้ว คนจะชอบหาหน้าเว็บที่ รวมรหัสส่วนลดออนไลน์ เพราะหาง่ายและไม่ยุ่งยาก มากกว่าที่จะไปหาในเว็บไซด์ของร้านค้านั้นๆเอง นอกจากนี้ เรายังมีสถิติ การหาคูปองออนไลน์ ของร้านค้าต่างๆ โดยจัดอันดับ 3 อันดับแรก

รหัสส่วนลด จากร้านค้าไหนคนหาเยอะที่สุด?

เราได้จัดอันดับ การหารหัสส่วนลดออนไลน์ของร้านค้าชื่อดัง ดังต่อไปนี้

รหัสส่วนลด Lazada และ Zalora มาเป็นอันดับ 1

รหัสส่วนลด Grab และ Traveloka มาเป็นอันดับ 2

และนอกนั้นเป็นการหารหัสส่วนลด Orami และ Weloveshopping เบียดๆมากันเลยทีเดียว

ทาง Promotions.co.th ไม่ขอรับผิดชอบต่อข้อมูลที่ปรากฎในสาธารณะ เนื่องจากข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงแบบ Real-Time และไม่อนุญาตให้นำภาพข้อมูลไปใช้ โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต