6 จุดสกปรกและมีเชื้อโรคมากที่สุด บนเครื่องบิน

ไม่มีวิธีไหนที่จะทดสอบภูมิต้านทานของคุณได้มากไปกว่าการจองตั๋วเครื่องบิน และเดินทาง ยาวๆ ซัก Trip นึง

ด้วยสภาพอากาศแบบปิดมิดชิด ในเครื่องบิน อากาศที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่อีกรอบ และการที่ทุกคนหายใจ จาม ไอ แพร่เชื้อโรคต่างๆ และนั่นเป็นบ่อเกิดของแบคทีเรียที่อาจเรียกได้ว่าแย่ที่สุด อย่างไรก็ดี เคยส่งสัยกันมั้ย ว่าจุดไหนของเครื่องบินหรือตรงไหนของเครื่องบินที่เป็นจุดหลักในการแพร่เชื้อเหล่านี้? วันนี้เรามีบทความจาก CNN Edition มานำเสนอกันกับ 6 จุดสำคัญควรระวัง และมีแบคทีเรีย และเชื้อโรคมากที่สุดบนเครื่องบิน

ข้อมูลนี้ทาง CNN ก็นำมาจาก travalmath.com โดยเค้าส่งนักชีววิทยา ขึ้นไปสำรวจ ทั้งหมด 26 ตัวอย่างบนเครื่องบิน ในสนามบิน และ เที่ยวบิน 4 เที่ยว กับสายการบินหลักๆ สองสายการบิน โดยที่ไม่ได้เปิดเผยชื่อ

และจากผลของ Lab ทำให้รู้ว่า Tray Table หรือถาดวางของที่อยู่ข้างหน้าเรา นั่นแหละที่สกปรก และมีเชื้อโรคมากที่สุด โดยที่มี หน่วยวัดเป็น CFUs หรือที่เค้าเรียกว่า Colony Forming Units คือความหนาแน่นของเชื้อโรคต่อยูนิต ถึง 2,155 CFUS ต่อตารางนิ้วเลยทีเดียว

และที่น่าตกใจก็คือ Bacteria ที่อยู่ตรงนี้ สามารถเข้าสู่ร่างกายเราได้ง่ายๆ เพราะมันเป็นโต๊ะที่อยู่หน้าเราที่ต้องนำมาวางอาหาร ซึ่ง ถาด Tray Table เป็นอันดับหนึ่งและอันดับสองก็คือ ที่กดน้ำอัติโนมัติ (drinking fountain) และตามมาด้วย ช่องลมของเครื่องบิน ที่ปล่อยแอร์เย็นๆนั่นแหละ

และนี่คือ List ทั้งหมด ของ สิ่งที่สกปรก และติดเชื้อมากที่สุดบนเครื่องบินที่ควรระวัง

6 จุดที่อาจจะต้องใช้ Alcohol เช็ดให้สะอาดก่อนจับหรือใช้งาน

Tray Table โต๊ะพับสำหรับวางอาหาร มีเชื้อโรค 2,155 CFU ต่อตารางฟุต

dirtiest-things-on-an-airplane-1

 

ปุ่มกดน้ำอัติโนมัติ Drinking Fountain button 1,240 CFU ต่อตารางฟุต

dirtiest-things-on-an-airplane-6

ช่องแอร์เหนือศีรษะ 285 CFU ต่อตารางฟุต

dirtiest-things-on-an-airplane-5

ปุ่มกดชักโครก 265 CFU ต่อตารางฟุต

dirtiest-things-on-an-airplane-4

หัวเข็มขัดนิรภัย ที่มีทุกที่นั่ง 230 CFU ต่อตารางฟุต

dirtiest-things-on-an-airplane-3

ตัวล็อคห้องน้ำ 70 CFU ต่อตารางฟุต

dirtiest-things-on-an-airplane-2

เรียกได้ว่า ใครอยากทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกาย สามารถจับทุกจุดเหล่านี้ได้ และลองเอาเข้าปากดู แค่คิดก็สยิวมากแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก CNN และ Travelmath.com