Home บทความ 5 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ Power Factor Saver – จะหาซื้อต้องเข้าใจก่อน

5 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ Power Factor Saver – จะหาซื้อต้องเข้าใจก่อน

ยังไม่ต้องถามว่าซื้อที่ไหน อ่านให้เข้าใจก่อน

ค่าไฟพุ่งสูงปรี๊ด ในหลายๆบ้านที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศ แอร์ พัดลม หรือแม้กระทั่งบ้านที่ใช้เตารีด รีดผ้าพร้อมกับการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบอื่นๆเป็นประจำ ซึ่งในปัจจุบัน การหาวิธีประหยัดพลังงาน จะมีแม้กระทั่งการหาแผง Solar Cell มาติดไว้ที่บ้าน ครั้นจะทำอย่างนั้น ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูง ดังนั้น หลายคนเริ่มให้ความสนใจของเล่นตัวหนึ่งที่เรียกว่า Power Factor Saver และถ้าเป็นภาษาบ้านๆก็จะเรียกว่า “กล่องประหยัดไฟฟ้า” หรือ Electric Saving Box ซึ่งการใช้งานของมันนั้น ก็แค่เอามาเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน ซึ่งผู้ผลิตหลายๆรายในต่างประเทศมีการเคลมว่า ประหยัดได้มาก จะจริงหรือไม่? เราไปหาข้อมูลมาให้อ่านกัน

1มารู้จัก หลักการทำงาน ของกล่องประหยัดไฟฟ้า (ที่ผู้ผลิตโฆษณา)

ข้อมูลจากร้านค้าขาย power saver box ใน Lazada ที่บอกให้ลูกค้ารู้ว่า ตัวกล่องนี้จะสามารถช่วยประหยัดกระแสไฟฟ้าได้มากถึง 30% ซึ่งจริงหรือไม่ อันนี้ต้องพิสูจน์กันต่อไป https://www.lazada.co.th/products/power-factor-saver-3-pin-stabilizer-5-i225347001-s344352217.html

มันเป็นกล่องที่ใช้งานง่ายๆ เพียงแค่ เสียบปลั๊กเข้ากับผนังเท่านั้น หมายความว่า ก็แค่เสียบปลั๊กก็ใช้งานได้แล้ว ซึ่งหลายๆแห่งมีการเคลมว่า ประหยัดไฟได้มากถึง 30%

ซึ่งจริงๆแล้ว ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า กระแสไฟฟ้าที่วิ่งเข้ามาในบ้านเรือนของเรานั้น ไม่เสถียร ซึ่งอาจจะมีกระแสไฟที่สูงเกินปกติ หรือต่ำกว่าปกติ ก็เป็นไปได้ ซึ่งความไม่เสถียรของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในบ้านเรือนนั้นจะไม่สามารถใช้ได้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด และการที่มีกระแสไฟฟ้าไม่เสถียรนั้นจะทำให้มีการเปลืองค่าไฟฟ้ามากกว่าปกติ รวมถึงทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างคอมพิวเตอร์ ตู้เย็น ตู้น้ำเย็น แอร์ เสียเร็วกว่าเดิมด้วย

before and after power saver applied in household
ภาพก่อนและหลังการติดตั้งตัว power saver ในบ้านเรือน ภาพจาก electrical-engineering-portal.com

ทีนี้เป็นเรื่องของจุดขายของกล่องประหยัดไฟฟ้า ที่หลายคนรู้จักกันในชื่อว่า Power Factor Saver แล้ว โดยการนำเอา Capacitors (ตัวเก็บประจุไฟฟ้า) มาเพื่อควบคุมกระแสไฟฟ้าภายในบ้านให้ราบเรียบขึ้นกว่าเดิม จนเป็นปกติ

ตัวอย่าง power saver ที่ใช้ในบ้านเรือน

ดังนั้น เจ้าตัวกล่องประหยัดไฟที่พูดถึงกัน มันทำงานอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ช่วยทำให้กระแสไฟในบ้านมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น และกระแสไฟกระชาก หรือกระตุกนั้น มันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยไม่สามารถคาดเดาได้เลย ซึ่งหากจะอธิบายได้ง่ายๆ ให้เข้าใจง่ายๆ กล่องประหยัดไฟ จะทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวกรองไม่ให้กระแสไฟกระชาก โดยการกักเก็บกระแสไฟที่กระชากเกินความจำเป็นไว้ และ ปล่อยออกมาใช้งานเมื่อมีกระแสไฟตก

มากไปกว่านั้น กล่องประหยัดไฟฟ้า ที่ผลิตมาอย่างถูกต้องจะช่วยสลายคาร์บอนที่อยู่ในระบบไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้การไหลเวียนของกระแสไฟฟ้าดีขึ้น และข้อดีของมันอีกอย่างหนึ่งก็คือ มันจะช่วยเก็บไฟฟ้าไว้ใช้ ในสถานการณ์ที่มีไฟตกเกิดขึ้น (แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในวงเดียวกันด้วย

2

จริงๆแล้ว Power Factor Saver มันเป็นเรื่องหลอกลวงหรือไม่?

หลายๆบริษัทผู้ผลิต Power Factor Saver มีการโฆษณากันอย่างแพร่หลายว่า มันช่วยประหยัดไฟได้ ซึ่งเค้าโฆษณาว่า มันช่วย ปรับปรุงเรื่องของพลังงานแบบ Active Power Factor Correction แต่จริงๆแล้ว คอนเซปนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจและดีมาก ถ้าทำได้จริง แต่เพราะในทางปฎิบัติแล้วอาจไม่สามารถทำได้ และนี่คือคำตอบ

มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ศัพท์ทางด้านไฟฟ้ากันก่อน

  • Real Power – มันคือพลังงานที่เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ต้องการในการทำงาน และเป็นค่าไฟที่การไฟฟ้าเก็บจากบ้านเรือน
  • Apparent Power – พลังงานรวมทั้งหมดที่อาจหายไปในสายไฟ หรือ พลังงานที่ถูกส่งไปที่ เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ (โดยที่อาจจไม่ได้ใช้จริงทั้งหมด)
  • Voltage (V) – พลังงานไฟฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาจากปลั๊กไฟบ้าน
  • Current (I) – กระแสไฟฟ้า ที่ถูกปล่อยออกมาทันทีที่เสียบปลั๊กเข้ากับปลั๊กไฟบ้าน
  • Power Factor (PF) – เป็นตัวคูณ พลังงานรวมทั้งหมด (Apparent Power) ที่จะได้พลังงานที่แท้จริง

และนี่คือสูตรการคำนวณ

  • Apparent Power = V X I หรือ Voltage คูณด้วย Current
  • Real Power = Apparent Power X PF = V X I X PF
  • I = Real Power / V X PF
  • PF = Real Power / V X I นั่นก็คือ Real Power หารด้วย Apparent Power

3

การไฟฟ้าเก็บเงินเรา จากการคำนวณ Real Power

แน่นอนว่า ไม่ว่าค่าไฟจะหน่วยละกี่บาทก็ตาม การไฟฟ้าเค้าจะเก็บจากมาตรวัดไฟหน้าบ้าน หรือพลังงานที่ถูกใช้จริง นั่นก็คือ Real Power โดยที่สูตรของมันก็คือ V X I X PF หรือการเอา Voltage มาคูณกับ Current และ คูณกับ Power Factor โดยที่มิเตอร์วัดไฟมันจะสามารถวัดตัว Voltage กระแสไฟ และ Power Factor ได้ด้วย เพื่อที่จะได้พลังงานที่ใช้จริงๆ

4

แต่เวลาที่ผู้ผลิต Power Factor Saver (กล่องประหยัดไฟ) ทดสอบกล่อง เค้าทดสอบอย่างไร ถึงทำให้คนเชื่อว่ามันประหยัดไฟได้จริงๆ?

ทุกๆครั้งที่เค้าจะพยายามให้ลูกค้าซื้อกล่องประหยัดไฟไปใช้งาน เค้าจะเอาเครื่องใช้ไฟฟ้ามาตัวนึง เช่นพัดลม และเอาตัว Multimeter หรือตัววัดปริมาณไฟฟ้า ที่สามารถใช้ได้กับกระแสตรงและกระแสสลับ โดยการใช้ที่วัดไฟแบบขณะที่ใช้ Power Factor Box หรือกล่องประหยัดไฟมาช่วย เรามาดูกันว่าเค้าทดสอบอย่างไร?

ภาพด้านบนมาจาก electronicsbeliever.com ซึ่งแสดงให้เห็นถึง 2 สถานการณ์ ก็คือ

  1. ภาพแรก เมื่อไม่ได้มีการเสียบตัว power saver เข้าไป กระแสไฟแสดงผลว่าสูง
  2. ภาพสอง เมื่อมีการเสียบ power saver เข้าไป กระแสไฟแสดงผลว่าต่ำ

ซึ่งจริงๆแล้ว เป็นการทดลองที่ไม่ถูกต้องแต่อย่างใด เพราะ กระแสไฟที่แสดงออกมา ไม่ใช่กระแสไฟที่ถูกใช้งานจริงๆ เพราะการที่จะได้ไฟที่ใช้งานจริงๆ อย่างที่บอกไปด้านบน มันต้องใช้ V X I X PF และไม่ได้ใช้ กระแสไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว!! หรือหากจะเขียนให้ชัดๆเลยก็คือ บริษัทที่เค้าจะขายเครื่อง Power Factor Saver เค้าโชว์แค่ กระแสไฟฟ้า แต่ไม่ได้โชว์การคำนวณ Voltage คูณ กระแสไฟฟ้า คูณ power factor แต่อย่างใด (ตรงนี้เป็นจุดที่ ผู้ผลิตบอกไม่หมด)

ซึ่งถ้าจะเอาจริงๆ มีคนมาพยายามขายโดยใช้วิธีนี้ให้ดู บอกเค้าไปได้เลยว่า ถ้าเอาชัวร์ๆ ขอดู Voltage และ Power Factor ด้วยได้มั้ย? ถ้าโชว์ให้ดูไม่ได้ ก็ไม่ต้องซื้อเลย

5

กระแสไฟฟ้า จะต่ำหรือจะสูง ค่าไฟฟ้าก็เท่าเดิม ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นชัดๆได้เลยว่า กล่อง Power Factor Saver หรือ กล่องประหยัดไฟ เป็นเรื่องหลอกลวงทั้งเพ!!!

กล้า ท้า ให้ลองเช็คดูได้ ช่องสีเหลืองด้านบน จะบอกถึง Voltage ช่องสีฟ้าบอกถึง กระแสไฟ ถัดมาคือ Power Factor และ สุดท้ายคือ พลังงานที่ใช้จริงๆ ซึ่งจะเห็นได้เลยว่า ไม่ว่า ตัวกระแสไฟฟ้าจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน การใช้พลังงานก็ยังเท่าเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลง นั่นแปลว่า เครื่องที่มาช่วยให้กระแสไฟฟ้าเสถียร ไม่ได้ทำให้ประหยัดไฟฟ้าได้จริง

โดยสรุปแล้ว…ไม่ต้องซื้อ เปลืองเงิน

ไม่ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าจะออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานแค่ไหน พลังงานไฟฟ้าที่ใช้จริง ก็จะไปอยู่ที่บิลค่าไฟในแต่ละเดือน และค่าไฟในแต่ละเดือนมันเป็นผลมาจาก กระแสไฟฟ้าที่ออกมาจากปลั๊กไฟ กระแสไฟฟ้า และ กำลังไฟที่แท้จริง ซึ่ง กล่องประหยัดไฟฟ้า โฆษณาให้เห็นแค่ กระแสไฟฟ้า และ พลังงานที่ออกมาจากปลั๊กไฟเท่านั้น โดยที่ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงพลังไฟฟ้าที่แท้จริงนั่นเอง

จำเอาไว้เลยว่า เมื่อกระแสไฟฟ้าสูง พลังงานไฟฟ้าจะต่ำ ซึ่งมันจะทำให้เกิดการใช้พลังงานเท่าเดิม หรือไม่ต่างจากเดิมมาก และในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน

โดยสรุปแล้ว การใช้ Power Factor Saver ไม่ได้ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าแต่อย่างใด และไม่ได้ทำให้ประหยัดเงินเลยแม้แต่บาทเดียว ใน ขณะที่ คนผลิตกล่องประหยัดไฟก็รวยขึ้นๆ อย่าหลงเชื่อสินค้าประเภทนี้ ว่าสามารถประหยัดไฟฟ้าได้ 30% 40% หรือ 50% เพราะมันไม่ใช่เรื่องจริง 


 

https://promotions.co.th/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b9%8d%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99.html

https://promotions.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f.html

https://promotions.co.th/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b4.html