ads

จะเดินทางไปกรมขนส่งฯ ทำไมในเมื่อบิ๊กซีใกล้บ้านก็ทำได้

ภาษีรถยนต์ต่อที่ไหนได้บ้าง ? คำถามโลกแตกสำหรับคนมีรถยนต์ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะรู้อยู่แล้วสามารถต่อที่กรมขนส่งฯได้ แต่ก็ไม่อยากไปเสียเวลาที่ ๆ คนเยอะ แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้ราชการเขาพัฒนาแล้ว อย่างงานทะเบียนราษฏร์ก็มีไปเปิดตามห้างใหญ่ ๆ ให้ประชาชนอย่างเรา ๆ ไปทำเอกสารราชการได้แล้ว หรือการทำพาสปอร์ตก็มีสาขามากมายตามห้างใหญ่ ๆ ที่ยกตัวอย่างมาขนาดนี้ก็เพื่อจะบอกว่าเราสามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ที่ตามห้างใหญ่ ๆ แล้วนะ

ตอนนี้กรมขนส่งฯ เขาจัดโครงการ “ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี” เรียกได้ว่าราชการมารอเก็บเงินเราถึงที่เลยทีเดียว เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าว่ากรมขนส่งฯ จัดโครงการไว้ที่ห้างไหนบ้าง

  1. บิ๊กซี 14 สาขา เช่น ลาดพร้าว รามอินทรา บางปะกอก สุขาภิบาล 3 สุวินทวงศ์ สำโรง รัชดาภิเษก เพชรเกษม อ่อนนุช ศรีนครินทร์ บางนา บางบอน บางใหญ่
  2. ห้างพาราไดซ์ พาร์ค
  3. ห้างเซ็นทรัล รามอินทรา
  4. ห้างเซ็นทรัลเวิลด์

ต่อภาษีรถยนต์ ที่บิ๊กซี มีสาขาไหนจ่ายได้บ้างนะ?

พอรู้ที่หมายปลายทางแล้ว อย่าพึ่งรีบร้อน ตรวจเอกสารให้เรียบร้อยก่อนคอยออกเดินทาง เอกสารที่เราจะต้องเอาไปนะต้องมี

  1. ใบคู่มือจดทะเบียน
  2. หลักฐานการจัดให้มีประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ที่ยังไม่หมดอายุ
  3. หนังสือรับรองสภาพรถจาก (ตรอ.) สำหรับรถยนต์ที่มีอายุจดทะเบียนตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
  4. หนังสือรับรองการตรวจและทดสอบสำหรับรถที่ใช้ก๊าซ

เมื่อเราได้เอกสารพร้อมแล้วก็อย่าพึ่งใจร้อนด่วนเดินทาง เรามาดูวิธีคำนวนภาษีกันก่อนดีกว่าว่าเราจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่ จะได้เตรียมเงินไปถูก

1.หลักการของมันมีง่าย ๆ คือถ้าเป็นรถยนต์ป้ายทะเบียนข้ามตัวหนังสือดำ นั่งได้ไม่เกิน 7 ที่นั่ง จะคำนวณภาษีกับขนาดเครื่องยนต์ของรถ (CC) ถ้ารถอายุเกิน 6 ปีขึ้นไปจะมีส่วนลดให้ด้วย โดยการคิดภาษีจะมีอัตราดังนี้

1 – 600 CC ละ 0.50 สตางค์

601 – 1800 CC ละ 1.50 สตางค์

1801 ขึ้นไป CC ละ 4 บาท

สมมุติว่าเราขับ Nissan March เครื่อง 1,200 CC จะคำนวณดังนี้

1 – 600 CCแรก จะคิดอัตรา 1 CC ละ 0.50 ก็จะเป็น 600 x 05 = 300 บาท

ต่อมาเราต้องเอา 1,200 CC ไปลบกับ 600 CC แรกที่เราคำนวณภาษาไปแล้ว 1,200 – 600 = 600

ให้เอา 600 CC ที่เหลือมาคำนวณในอัตรา 1 CC ละ 1.50 สตางค์ ก็จะเป็น 600 x 1.5 = 900 บาท

และ 900+300 = 1,200 บาท นี้เป็นจำนวนภาษีที่เราต้องจ่ายทั้งหมด สำหรับใครที่มีรถยนต์เก่า 6 ปีขึ้นไป จดได้ส่วนลด 10% และจะลดลงไปเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งานรถ จนรถยนต์อายุถึง 10 ส่วนลดจะคงที่ที่ 50% เท่านั้น

2.รถป้ายทะเบียนพื้นขาวตัวหนังสือเขียว สำหรับรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่เกิน 7 ที่นั่งจะให้เสียภาษีอัตราตามน้ำหนักของรถ ดังนี้

น้ำหนักไม่เกิน 150 คิด 150 บาท

น้ำหนัก 501 – 750 คิด 300 บาท

น้ำหนัก 751 – 1,000 คิด 450 บาท

น้ำหนัก 1,001 – 1,250 คิด 800 บาท

น้ำหนัก 1,251 – 1,500 คิด 1,000 บาท

3.แบบสุดท้ายรถป้ายทะเบียนพื้นขาวตัวหนังสือสีฟ้า สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง คิดอัตราเดียวกันกับรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล คือให้เสียภาษีตามน้ำหนักรถยนต์ ตามอัตราที่กำหนดไว้

สุดท้ายนี้ บอกใบ้ให้นิดนึงว่าถามใครคิดจะไปต่อภาษีรถยนต์ที่ห้างล่ะก็แนะนำว่าให้ไปก่อน 16.00 น. ไม่งั้นเตรียมได้กินแห้วแน่  และโดยเฉพาะพวกที่ไปต่อช้า บอกเลยว่าจะต้องเสียค่าปรับ 1% ต่อเดือนของค่าต่อทะเบียน แต่ถ้าใครไม่อยากเสียค่าปรับและกลัวมีปัญหาตามมา เราก็สามารถไปจ่ายภาษีได้ล่วงหน้าก่อนถึง 3 เดือน

เอาล่ะ เมื่อพร้อมแล้วก็เตรียมตัวไปต่อภาษีรถยนต์กันได้เลย เตรียมเอกสาร เตรียมเงินให้พร้อม ไปต่อภาษีรถยนต์ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย เพราะถ้าเราไปต่อช้า หรือขาดการต่อเกิน 3 ปี เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากแทน ไปเถอะทำหน้าที่พลเมืองไทยกันดีกว่า ถึงแม้ว่าภาษีของเราจะถูกใช้สุรุ่ยสุร่ายไปหน่อยก็ตาม …

Read more..

• รู้หรือยัง? ทำประกันรถยนต์ เป็นค่าใช้จ่ายที่หักภาษีได้
• ประกันรถยนต์บริษัทไหนดี – รวม 10 บริษัทที่คนทำเยอะที่สุด
• อายุเท่าไหร่ ขับรถยนต์ได้ แบบไม่ผิดกฎหมายไทย
• ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 สินมั่นคงประกันภัย 6,999 บาท ผ่อน 0% 10 เดือน
• ประกันรถยนต์ “ผี” อีกแล้ว ผู้เสียหายสูญเงินเกิน 50 ล้านบาท