เช็คลิสต์ 5 พฤติกรรม ที่ไม่ควรปฏิบัติก่อนวิ่ง

สิ่งแย่ ๆ ที่ไม่ควรทำก่อนวิ่ง หากอยากให้การวิ่งของคุณผ่านไปอย่างราบรื่น

ก่อนเริ่มต้นวิ่งออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งบนลู่ หรือวิ่ง Outdoor สิ่งที่นักวิ่งทุกคนล้วนต้องเตรียม เพื่อให้พร้อมสำหรับการลงสนาม แต่รู้หรือไม่ ? มีพฤติกรรมบางอย่างที่นักวิ่งทั้งหน้าใหม่ และหน้าเก่า ไม่ควรทำก่อนวิ่ง หากอยากจะวิ่งอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

1. การวอร์มอัพหรือการยืดเส้น แบบอยู่กับที่

ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายต่างรู้ดีว่า ทุกครั้งก่อนออกกำลังต้องมีการอบอุ่นร่างกาย หรือวอร์มอัพเพื่อให้เครื่องร้อนเสียก่อน ซึ่งก่อน “วิ่ง” บรรดานักวิ่งจำต้องวอร์มร่างกาย ด้วยการยืดเส้นยืดสาย หรือการเหยียดกล้ามเนื้อแบบค้างไว้อยู่กับที่ แล้วนับเวลาเช่นกัน แต่รู้หรือไม่ว่า การวอร์มอัพหรือการยืดเส้น แบบอยู่กับที่เช่นที่ว่านั้น ควรทำหลังจากที่คุณวิ่งเสร็จ เพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว มีผลให้ไม่เกิดอาการบาดเจ็บที่ขา หรือมีอาการปวดขา

สำหรับนักวิ่ง ควรวอร์มอัพ อบอุ่นร่างกาย หรือยืดเส้นยืดสายด้วยการเคลื่อนไหวแบบง่าย ๆ อย่างการวิ่งวอร์มซักประมาณ 5-7 นาที เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดและออกซิเจนให้กับตนเอง ที่สำคัญ การวิ่งวอร์มการลงสนามจริง จะช่วยให้สามารถเคลื่อนไหวได้มากยิ่งขึ้น

2. การฝืนร่างกายของตนเอง

ก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง นักวิ่งควรสำรวจตัวเองก่อนว่า สุขภาพของตนเป็นแบบไหน มีความพร้อมพอสำหรับการวิ่งหรือไม่ เพราะเรื่องสุขภาพกับเรื่องการเอาชนะใจตัวเองนั้น มันเป็นคนละเรื่องกัน

หากรู้ว่า ร่างกายไม่พร้อม นักวิ่งควรเรียนรู้ที่จะฟังเสียงเตือนจากร่างกายของตนด้วยว่า เมื่อไหร่ควรหยุดเมื่อไหร่ควรพอ เพื่อไม่ให้ร่างกายของคุณต้องรับภาระหนักจนเกินไป ไม่งั้นร่างกายอาจพังเกินแก้ไขได้ ฉะนั้น ท่องให้จำขึ้นใจเลยว่า “ไม่ไหว อย่าฝืน”

3. การดื่มน้ำมาก หรือน้อยจนเกินไป

อย่างที่รู้กันดีว่า “อะไรที่มากไป หรือน้อยไป ก็ย่อมมีข้อเสีย” ดังนั้น การดื่มน้ำมากไป หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอก่อนจะวิ่ง ก็เป็นเรื่องที่แย่ไม่แพ้กันเลย เพราะหากดื่มน้ำน้อยไปก่อนจะวิ่ง ก็เสี่ยงเกิดอาการขาดน้ำได้ ขณะเดียวกัน การดื่มน้ำจนหมดขวด ก่อนออกไปวิ่ง เพราะเกรงว่าจะขาดน้ำนั้น อาจถูกอาการจุกเล่นงานทันที จนทำให้วิ่งต่อไปลำบาก ฉะนั้น ไม่ต้องดื่มน้ำตุนเอาไว้ แค่แวะจิบน้ำเป็นระยะ ระหว่างวิ่งตามจุดคูลดาวน์ ก็เพียงพอแล้ว หรือจะพกขวดน้ำไว้จิบระหว่างวิ่งก็ไม่ผิดกติกา

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากเกินไปก็จะไปขัดขวางระดับน้ำตาลในเลือดอีก

4. ไม่เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย

ไม่ว่า จะเป็นการวิ่งหรือการใช้ชีวิตประจำวันต่าง ๆ คุณควรฝึกนิสัยในการขับถ่ายในเวลาเช้าในทุก ๆ วัน หากจู่ ๆ เกิดปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำระหว่างที่วิ่งอยู่นั้น อาจจะลำบากได้ เพราะไม่อาจรู้ได้ว่า บริเวณที่เราวิ่งผ่านนั้น มีห้องน้ำให้เราใช้บริการหรือไม่ ?

และเพื่อป้องกันไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว ก่อนจะออกวิ่งประมาณ 30 นาที ห้ามดื่มน้ำเด็ดขาด ทั้งควรรีบไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ตั้งแต่ก่อนจะออกมาวิ่ง อย่ามัวกลัวจะไปวิ่งไม่ทัน เพราะต้องรอคิวนานเด็ดขาด เท่านี้ ก็ไม่ต้องไปคอยมองหาห้องน้ำตามเส้นทางวิ่งแล้ว

5. การรับประทานอาหารมากจนเกินไป

แน่นอนว่า พลังงานนั้นเป็นสิ่งสำคัญของร่างกาย แต่หากเราจะต้องวิ่งในตอนเช้า การรับประทานอาหารจนมากเกินไป แน่นอนทำให้เกิดอาการจุกเสียดได้ แต่ถ้าหากเราจำเป็นต้องรับประทานจริง ๆ ก็ควรรับประทานพอดี ไม่มากจนเกินไป ควรเลี่ยงหลีกอาหารย่อยยาก

แน่นอนว่าพลังงานนั้นเป็นสิ่งสำคัญของร่างกาย ที่ควรต้องเตรียมให้เต็มเอาไว้ก่อนจะวิ่ง อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรจะกินจนเยอะเกินไป แต่ถ้าหากเราจำเป็นต้องรับประทานจริงๆ ก็ควรรับประทานพอดี ไม่มากจนเกินไป และควรเลี่ยงหลีกอาหารย่อยยาก อย่างน้อยประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนวิ่ง

แต่ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องทานอาหารจริง ๆ ควรเลือกทานอาหารที่ให้พลังงานเยอะ ๆ และมีประโยชน์ อาทิ “กล้วยหอม” ถือว่า เป็นแหล่งพลังงานชั้นดี สำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะ นอกจากให้พลังงานเยอะ ยังมีโพแทสเซียม ผู้ช่วยสำคัญที่ช่วยป้องกันการเกิดตะคริว ขณะวิ่งอยู่ ถ้าต้องวิ่งระยะไกล อาจเปลี่ยนจากกล้วยหอม มาเป็น “กล้วยตาก” ที่เห็นวางขายอยู่ตามร้านสะดวกซื้อก็ได้เช่นกัน นอกจากให้พลังงานแล้ว ยังง่ายต่อการพกติดกระเป๋าอีกด้วย

รู้แล้ว … ก็ลองเช็คดูว่าที่ผ่านมา คุณทำสิ่งที่ไม่ควรทำบ้างหรือเปล่า ถ้าเคยก็เลิกเสีย ถ้าไม่เคยก็ยินดีด้วย เพราะทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ก็เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง