เคล็ดไม่ลับ ปรับแต่งบ้านอย่างไรให้เหมาะกับผู้สูงวัย

ads

อุปกรณ์ตกแตกบ้าน เพื่อผู้สูงอายุ ที่ควรติดตั้งเพิ่มเติมในบ้าน

เมื่อเวลาผ่านไปอะไร ๆ ก็เปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งที่อยู่อาศัยที่เราเรียกว่า “บ้าน” พอนานวันเข้าบางสิ่งบางอย่างที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าดีและเหมาะสมอาจไม่ใช่อีกต่อไป หลายคนพอเรียนจบได้ทำงานมีโอกาสสร้างครอบครัวเป็นของตัวเองอาจต้องทำการรีโนเวทบ้านหลังเดิมให้เหมาะกับผู้อยู่อาศัยมากขึ้น หรือย้ายไปอยู่ที่ใหม่ให้เหมาะสมกับขนาดครอบครัว หรือหลายคนมีความจำเป็นต้องจากบ้านเกิดมาทำมาหากินในกรุงเทพก็อาจต้องขายบ้านหลังเก่าเพื่อมาปลูกหลังใหม่ในเมืองหลวง เป็นต้น

นอกจากความจำเป็นที่ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยดังตัวอย่างข้างต้นที่เราพบเห็นอยู่เป็นประจำแล้ว ยังมีบางกรณีที่เราอาจละเลยและมองข้ามไปก็คือ บ้านของเราอาจต้องเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์อันมีสาเหตุจากความชราของสมาชิกในบ้านด้วย ซึ่งแน่นอนว่าบ้านหลังเดิม ๆ ที่ไม่เคยเป็นปัญหา แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น และในบทความนี้จะขอกล่าวถึงบ้านที่มีสมาชิกในบ้านเป็นผู้สูงอายุ จะมีวิธีการอย่างไรให้ท่านเหล่านั้นใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการลื่นล้ม

5 เคล็ดลับปรับแต่งบ้านให้ปลอดภัยกับผู้สูงวัย

1. เพิ่มแรงเสียดทานให้พื้นห้องน้ำ ลานซักล้าง หรือบริเวณที่เปียกน้ำ


หนึ่งในปัญหาหลักที่ทำให้ผู้สูงอายุบาดเจ็บก็คือการลื่นหกล้มโดยเฉพาะในห้องน้ำ รวมไปถึงบริเวณที่ต้องสัมผัสกับความชื้นเป็นประจำอย่างลานซักล้าง ห้องครัว เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับทาพื้นกระเบื้องเพื่อเพิ่มแรงเสียดทานเวลาสัมผัสกับน้ำ ซึ่งสามารถหาซื้อมาใช้ทำได้ด้วยตัวเองมีทั้งแบบสเปรย์และน้ำยา คลิกอ่านบทความ สร้างห้องน้ำที่เหมาะกับคนชรา และ คนพิการ

2. ติดตั้งราวจับในจุดเสี่ยงต่าง ๆ
ผู้สูงอายุทุกคนมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายทุกคนมากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับช่วงวัย รวมถึงอาการเจ็บป่วยอันเกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยชรา ไม่ว่าจะเป็นข้อเข่าเสื่อม หลังเสื่อม ทำให้เดินยากลำบาก ดังนั้นการติดตั้งอุปกรณ์ยึดเพื่อช่วยพยุงตัวตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ จึงมีความสำคัญมาก เช่น ในห้องน้ำ ราวบันได รอบเตียงนอน หรือบริเวณบ้านที่ผู้สูงอายุมักใช้ชีวิตอยู่เป็นประจำทุกวัน เป็นต้น

3. เปลี่ยนลูกบิดประตู


ลูกบิดประตูที่ต้องใช้ข้อมือหมุนเพื่อเปิดเข้าออกอาจเป็นอุปสรรคต่อผู้สูงอายุเพราะต้องใช้แรงมาก ไหนจะมีระบบล็อคที่ซับซ้อน หากเกิดกรณีฉุกเฉินไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ควรเปลี่ยนมาใช้ลูกบิดที่เป็นก้านโยกจะดีกว่า หรือเปลี่ยนเป็นประตูบานเลื่อน และที่สำคัญต้องไม่มีธรณีประตู และสำหรับบางบ้านผู้สูงอายุที่เดินไม่ได้หรือมีผู้พิการ ประตูควรมีลักษณะกว้างมากพอสำหรับวีลแชร์ด้วย

4. เพิ่มไฟส่องสว่าง
สิ่งที่มาพร้อมกับวัยชราก็คือปัญหาเรื่องสายตา ดังนั้นทุกส่วนของบ้านควรเพิ่มไฟส่องสว่างให้เพียงพอโดยเฉพาะจุดเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ห้องน้ำ ราวบันได พื้นต่างระดับ นอกจากนี้ไม่ควรวางของเกะกะเพราะอาจทำให้สะดุดลื่นล้มเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้

5. กริ่งหรือปุ่มกดขอความช่วยเหลือ
ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรมีไว้ประจำจุดเสี่ยงต่าง ๆ ของบ้านเผื่อกรณีฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็น ห้องน้ำ ห้องนอน
ห้องพระ เป็นต้น และในปัจจุบันโทรศัพท์มือถือบางรุ่นผลิตมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุโดยได้ออกแบบให้มือถือมีปุ่มโทรอัตโนมัติหาหมายเลขฉุกเฉินได้จนกว่าจะมีผู้รับสาย

และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 เคล็ดลับง่าย ๆ ที่ไม่ควรละเลยสำหรับบ้านใครก็ตามที่มีผู้สูงอายุ หรือคนพิการ เป็นสมาชิกในบ้าน เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกปลอดภัยมากขึ้น และแน่นอนว่าการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงส่วนต่าง ๆ ของบ้าน นอกจากคำนึงถึงความเหมาะสมตามสภาพกาลแล้ว

สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานปลอดสารพิษที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของคนในบ้าน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ซ่อม-สร้าง ตรา “จระเข้” ผู้นำด้านนวัตกรรมที่ทันสมัย ใช้งานง่าย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งยังปลอดภัยกับผู้สูงอายุอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม :