Home บทความ หน้ากาก N95 ป้องกันอะไรได้บ้าง ? ใช้ซ้ำได้ไหม ?

หน้ากาก N95 ป้องกันอะไรได้บ้าง ? ใช้ซ้ำได้ไหม ?

หน้ากาก N95 กำลังขาดตลาดจริงหรือ! หาซื้อได้ที่ไหนบ้าง ?

ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยต้องเจอกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ก็ว่าหนักหนาสาหัสแล้ว! ล่าสุดยังเจอผู้ติดเชื้อจากไวรัสอู่ฮั่น หรือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าไวรัสโคโรน่า ก็ทำเอาผู้คนแตกตื่น และหวั่นวิตกมิใช่น้อย อีกทั้งยังทำให้การใช้ชีวิตยากลำบากขึ้นไปอี๊กกก! เผลอๆ บางคนแทบไม่อยากย่างก้าวออกจากบ้าน เพราะกลัวว่าเชื้อโรคจะพัดเข้ามาสู่ร่างกาย เรียกได้ว่าสถานะของประเทศไทยตอนนี้คือ ความฝุ่นยังไม่ทันหายดี ความเชื้อไวรัสก็เข้ามาแทรก! และถือเป็นไวรัสที่ร้ายแรงมากถึงมากที่สุด ซึ่งถึงแม้จะมีข่าวดีว่าตอนนี้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งชาติจีน ได้ทำการคิดค้นวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่แล้ว คนทั่วโลกก็ยังคงอยู่ในอาการหวั่นวิตกอยู่ดี! อีกทั้งในประเทศไทยมีประชากรนักท่องเที่ยวจีนต่างหลั่งไหลมาไม่ขาดสายด้วยแล้ว…ก็ยิ่งมีความเสี่ยงอย่างมาก

สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับไวรัสไวรัสโคโรน่า ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต และหัวหน้าศูนย์ เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาค วิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวคาดการณ์ช่วงเวลาที่ไวรัสโคโรน่าจะหยุดระบาดและสงบเอาไว้ว่า

“การระบาดของโรคจะหยุดเมื่อมีการติดเชื้อ โดยขึ้นอยู่กับอำนาจการกระจายของโรค ถ้าการกระจายของโรคมีอำนาจเท่ากับไข้หวัดใหญ่ 1 คน กระจายไป 2 คน เมื่อมีผู้ติดเชื้อ หรือมีภูมิต้านทานแล้วอย่างน้อย 50% โรคจะสงบ จากนั้นไวรัสชนิดนี้จะเป็นไวรัสประจำถิ่น หรือเป็นไวรัสตามฤดูกาล มีการติดเชื้อระบาดเป็นหย่อม เหมือนกับไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุใหม่ 2009 ทั้งนี้ทั้งนั้น การเดินสวนกันไม่ได้ทำให้เกิดการติดต่อของโรคนี้ แต่หากอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ได้รับเชื้อ มีการจาม และมีละอองฝอยกระเด็นใส่หน้า จะทำให้ได้รับเชื้อชนิดนี้”

เพื่อปกป้องตัวเองจากความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรน่า คววใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างพิถีพิถัน โดยรับประทารอาหารที่ปรุงสุก ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทาน หรือหยิบจับอะไรมา และหลังจากออกจากห้องน้ำ ทางที่ดีควรพกเจลล้างมือติดตัวไว้ ใช้ช้อนกลางทุกครั้งที่รับประะทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ที่สำคัญคือสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง และเนื่องด้วยที่ประเทศไทยต้องเผชิญทั้งปัญหาฝุ่น PM2.5 และไวรัสโคโรน่า การสวมใส่หน้ากาก N95 จึงเป็นอุปกรณ์ปกป้องร่างกายจากโรคร้ายได้เหมาะสมที่สุด!

หน้ากาก N95 ป้องกันอะไรได้บ้าง ?

อย่างที่ทราบกันดีว่าหน้ากาก N95 มีประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ได้ดีกว่าหน้ากากอนามัยธรรมดา โดยสามารถกรองฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็ก หรือเชื้อโรคที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนได้ จึงทำให้สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้อย่างดีเยี่ยม

รวมถึงใช้สำหรับงานช่างต่างอีกทั้งสามารถใส่ป้องกันเชื่อไวรัสโคโรน่า ที่สามารถแพร่เชื้อผ่านการจามและมีละอองฝอยได้เช่นกัน ถือเป็นไอเทมที่เหมาะสำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยตอนนี้ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาทั้งฝุ่น PM2.5 และเชื้อไวรัสโคโรน่าจากประเทศจีน!

หน้ากาก N95 ใช้ซ้ำได้ไหม ? 

หน้ากาก N95 มีหลากหลายแบบให้เลือกซื้อ โดยมีทั้งแบบที่ใช้แล้วทิ้ง และสามารถใช้ซ้ำได้ รวมถึงมีแบบที่เปลี่ยนไส้กรองได้ และหน้ากาก N95 แบบซักได้ โดยหน้ากาก N95 แบบใช้แล้วทิ้ง สามารถใช้ซ้ำได้ 2-3 วัน แต่หากรู้สึกหายใจลำบาก ได้กลิ่นแปลกๆ หรือรู้สึกว่ามีฝุ่นอยู่ด้านในควรรีบเปลียนทันที หากเป็นหน้ากาก N95 แบบซักได้ ควรซักทุกวันเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของผู้ใช้ หรือทุกๆ 1-2 วัน ส่วนที่เป็นแบบไส้กรอง ควรเปลี่ยนไส้กรองทุก 2-3 วัน

และด้วยกระแสข่าวเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ระบาดไปทั่วโลก และสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้คนอย่างมาก รวมถึงในประเทศไทย! จึงทำให้หน้ากาก N95 กลายเป็นสินค้าที่ใครหลายคนต้องการ และกำลังขาดตลาด! อย่างที่ทราบกันว่าหน้ากาก N95 มีการผลิตที่ประเทศจีน ซึ่งตอนนี้มีเชื้อไวรัสระบาดหนัก จึงทำให้หลายคนต่างคาดการณ์ว่า จะทำให้หน้ากาก N95 กลายเป็นสินค้าที่หาซื้อยาก หรือมีราคาสูงมากกว่าเท่าตัว! อีกทั้งตอนนี้มีกระแสข่าวว่านักท่องเที่ยวจีนเหมาหน้ากาก N95 แบบหมดสต๊อก หรือนี่จะเป็นสัญญาณเตือนว่า หน้ากาก N95 ในประเทศไทยกำลังขาดตลาด และอาจมีการอัพราคาขึ้นสูงปรี๊ดแบบหลายเท่าตัว! ซึ่งหลังจากที่เช็คตามร้านค้าออนไลน์พบว่ายังมีหน้า N95 จำหน่ายอยู่ ในราคาที่ไม่สูงแบบลมแทบจับ โดยมีราคาที่พอจะรับไหว

Lazada 

 

Shopat24 

JD Central

 

Shopee 

 

 

Office Mate

 

 

ณ ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัส และดูท่าหน้ากากอนามัย รวมถึงหน้ากาก N95 อาจจะกลายเป็นของหายาก! เพราะฉะนั้นควหมั่นดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง และผู้อื่นอย่างใกล้ชิด รวมถึงไม่ควรพาตัวเองไปเสี่ยงอยู่ในสถานที่ที่มีโรคระบาด และหลีกเลี่ยงการอยู่ทามกลางฝูงชนที่หนาแน่น และรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญคือเสพข่าวอย่างมีสติ! หาแห่ลงข้อมูลที่ชัดเจน มีความน่าเชื่อถือ มิเช่นนั้นอาจทำให้เกิดอาการหวั่นวิตก ถึงขั้นจิตตกได้! ทางที่ดีแนะนำให้ติดตามข่าวสารผ่านทางกระทรวงสาธารณสุขจะดีที่สุด

บทความน่าสนใจ