Home บทความ วัฒนธรรมการไหว้ กับ คนไทย

วัฒนธรรมการไหว้ กับ คนไทย

‘’ไหว้’’ วัฒนธรรมและกริยาอันแสนน่ารักและอ่อนโยน

จะมีสักกี่เชื้อชาติบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินอันเบี้ยวบูดใบนี้ที่มีวัฒนธรรมอันงดงาม น่ารักและอ่อนโยนเหมือนประเทศไทยเรา ผู้เขียนไม่อาจทราบได้ว่าการไหว้นี้ใครเป็นคนคิดขึ้นมา รู้เพียงแต่ว่ากริยาอันแสนน่ารักและอ่อนโยนนี้’’คนไทย’’ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติและน่ารักกว่าใครๆ ลองจับชาวต่างชาติมาทำท่า’’ไหว้’’แน่ล่ะว่าน้อยคนเหลือเกินที่จะทำได้งดงามเหมือนคนไทย พวกเราล้วนถูกพร่ำสอนมาตั้งแต่เด็กว่าให้เป็นคนมีสัมมาคารวะและอ่อนน้อม

หากท่านลองสังเกตดูวัฒนธรรมการทักทายหรือการจากลาของแต่ละชนชาตินั้นล้วนต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งในประเทศแถบเอเชียจะคล้ายกันนั้นคือท่าทีที่ดูเป็นมิตร สุภาพ อ่อนน้อมและอ่อนโยน ผิดกับฝั่งตะวันตกที่ดูเปิดเผย โอ่อ่าและมีการแตะต้องสัมผัสร่างกายกันมากกว่า ไม่ได้บอกว่าแบบไหนที่ดีกว่ากันเพียงแต่เกิดความสงสัยว่า การไหว้ ที่ถูกต้องเท่าที่เราเคยได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กมันกลายเป็นของล้าสมัยหรือมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วหรืออย่างไร…..ท่านผู้อ่านคงจะ งง ว่า นี่กำลังจะสื่ออะไรกันแน่หรือ? เรื่องของเรื่องก็คือเมื่อสมัยผู้เขียนยังเป็นเด็กน้อยเท่าที่ได้รับการสั่งสอนมาจากพ่อแม่ ครู อาจารย์ก็คือ การไหว้อันงดงามของคนไทยเรานั้นมีสามระดับ ระดับแรกกับคนที่มีอายุ หรือ อาวุโสน้อยกว่าหรือเท่ากัน เช่น น้อง หรือ เพื่อน โดยพนมมือแล้วก้มศีรษะให้นิ้วโป้งจรดคาง ระดับที่สองใช้สำหรับคนที่มีอาวุโสกว่า หรือ คนที่มีอายุมากกว่า เช่น พ่อแม่ ครู อาจารย์ ญาติผู้ใหญ่ โดยพนมมือแล้วก้มศีรษะให้นิ้วโป้งจรดปลายจมูก และระดับสุดท้ายคือการพนมมือก้มศีรษะให้นิ้วโป้งจรดหว่างคิ้ว ระดับนี้เราใช้ในการไหว้พระ แต่เดี๋ยวนี้อยากให้ทุกท่านได้ลองสังเกตุดู ไม่ว่าผู้ประกาศข่าว โฆษก ดีเจ แม้แต่ตัวเราหรือใครต่อใครรอบๆตัวเราใช้การไหว้ที่มันเรียกได้ว่าแทบจะเป็นระดับเดียวกันไปหมดไม่ว่าจะเด็กจะผู้ใหญ่แล้วก็การพูดคุยกับใครโดยที่ยังสวมแว่นดำอยู่เนี่ย มันเป็นการแสดงถึงความไม่มีมารยาท นอกจากการใช้ภาษาให้ถูกต้อง ออกเสียงอักขระให้ชัดเจนแล้ว กริยามารยาทก็ต้องถูกต้องเหมาะสมด้วย นี่เห็นบรรดาดาราใหญ่ทั้งหลายสวมแว่นออกรายการ จัดรายการกันเป็นเอิกเกริก เห็นแล้วมันช่างขัดใจเสียจริง แล้วการไหว้นี่มันก็ไม่ใช่แค่การเอามือสองข้างยกขึ้นมาแปะแล้วก็รีบแยกมือออกเหมือนพวกนักการเมืองหรือเจ้าใหญ่นายโตทั้งหลายชอบทำกัน เอกลักษณ์ดีๆแบบนี้มันไม่น่าจะสูญสลายไปกับการเวลาและเทคโนโลยีอันเชี่ยวกราก พวกเรามองไปที่เรื่องไกลตัวเกินไปหรือเปล่า? เรื่องง่ายๆที่งดงามเหล่านี้กลับถูกหลงลืม เราพากันสร้างหลายๆสิ่งให้เป็นที่จดจำแบบโง่ๆ เช่น ข้าวหลามใหญ่ที่สุดในโลก ไข่เจียวใหญ่ที่สุดในโลก ธูปใหญ่ที่สุดในโลก อะไรสารพัดที่มีหลายๆท่านเคยได้กล่าวถึงเรื่องเหล่านี้ไปกันหลายทีแล้ว อะไรหลายอย่างที่มันดูงี่เง่าชะมัดแต่ทำไปเพื่ออะไรก็ไม่รู้ วัฒนธรรมอันดีงามที่คนทั้งโลกมองว่างดงามกลับถูกลืมเลือน อยากฝากไว้กระตุ้นเตือนหน่อยก็แล้วกัน ไม่อยากให้สิ่งดีๆต้องหายไป เริ่มที่ตัวเราและคนใกล้ตัวก่อนคงจะเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายที่สุด.

Exit mobile version