รู้หรือไม่? ผ้าม่าน VS Roller Blind ใครดีกว่ากัน

ข้อแตกต่างกันระหว่าง ผ้าม่าน และ Roller Blind

curtain 2

งงกับการใช้งาน และการเลือกซื้อ? เราช่วยคุณได้

หากคุณได้จองคอนโดไว้ หรือ กำลังจะซื้อบ้านหลังเล็กๆ หรือแม้กระทั่งกำลังจะเป็นเจ้าของ อสังหาริมทรัพย์ ใดๆ ก็ตาม สิ่งหนึ่งที่กำลังอาจคิดอยู่ในใจคือการ ตกแต่งที่อยู่อาศัย การตกแต่งที่อยู่อาศัยนั้นก็แบ่งออกเป็นหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นการ ซื้อ furniture การใช้โทนสีแต่งห้อง และแม้กระทั่งการเลือก ผ้าม่าน….การเลือกผ้าม่านนั้น ในปัจจุบัน มีให้เลือกมากมายหลายแบบ และมีหลายราคา แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือการใช้ ผ้าม่านแบบต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ลักษณะที่อยู่อาศัย และ ราคา และคุณอาจเคยได้ยินเรื่องแบบของผ้าม่าน ในสองแบบใหญ่ๆที่คนพูดถึงกันบ่อยๆคือ ผ้าม่าน (Curtain) และ ม่านม้วน (Roller Blind) ทั้งสองอย่างนี้ มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป แต่ตามความเป็นจริง ทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศ ผู้คนหันมาสนใจ ม่านม้วน หรือ Roller Blind กันมากกว่า ม่านแบบดั้งเดิม เพราะเนื่องจากสะดวกและรวดเร็วในการติดตั้ง ทำความสะอาดง่าย ทั้งยังสามารถช่วยในการ กรองรังสี UV ที่มาจากแสงอาทิตย์ และยังสามารถติดตั้งได้ทั้งใน สำนำงาน office หรือ ในที่พักที่อยู่อาศัย ได้อีกด้วย ดังนั้น วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อแตกต่าง กันระหว่าง ม่านม้วน และ ม่านแบบธรรมดา

Curtain VS Roller Blind ศึกชิงตำแหน่ง ผ้าม่าน และ ม่านม้วน

ผ้าม่าน
ผ้าม่านแบบธรรมดา มีส่วนประกอบหลักๆคือเนื้อผ้า หรือ วัสดุอื่นๆ ที่ สามารถใช้ปิดกระจก ประตู หน้าต่าง โดยการดึงจากด้านข้างเข้าหาจุดกึ่งกลาง ผ้าม่านนั้นก็ช่วยกันแสงแดดที่จ้าเกินไป กันความร้อน และ ให้ความรู้สึกส่วนตัว พร้อมทั้งยังทำให้ห้องที่พัก หรือที่ทำงานดูสวยสะอาดตาขึ้นมาทันทีอีกด้วย. ผ้าม่านอาจมีแค่ด้านเดียว ซึ่งสามารถดึงมาจากด้านใดด้านหนึ่ง และทำให้ที่อยู่อาศัยดูน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ช่วยกันความร้อนในหน้าร้อน กันความหนาวในหน้าหนาว. ลองคิดถึง ห้องที่ไม่มีผ้าม่านดูซักนิด ห้องจะดูกร่อยๆ เหมือนขาดอะไรไปทันทีหากไม่มีผ้าม่าน. อย่างไรก็ดี ผ้าม่าน แบบนี้ จะมีราคาแพงมากกว่า หาก ต้องติดตั้งกับบ้านทั้งหลัง คอนโดทั้งห้อง อพาร์ทเมนท์ หรือทั้ง office สำนักงาน และยังมีข้อเสียเรื่องของการเก็บกักฝุ่น และการทำความสะอาด อีกด้วย

การใช้งานรวมกันระหว่าง blind และ curtain

Roller Blind

ในขณะเดียวกัน Roller Blind หรือ ม่านม้วน สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ Soft Blind และ Hard Blind หรือแบบอ่อน และ แบบแข็ง. อันที่จริงแล้ว ม่านม้วนแบบอ่อน สามารถทำเองได้ที่บ้าน (หากมีเวลา) จากวัสดุง่ายๆ เช่นผ้าบางๆ หรือ ลวดลายต่างๆ แต่หากว่าเป็น ม่านม้วนแบบเนื้อแข็ง จะต้องมีการผลิตจากโรงแรงาน. ข้อดีของ ม่านม้วนคือในเรื่องของความง่ายและสะดวก ทั้งในการใช้งานและติดตั้ง และม่านม้วน ก็ได้ชื่อว่าม่านม้วน เพราะ ลักษณะการใช้งาน โดยการม้วนเข้าและม้วนออก ซึ่งจะมีแกนม่านด้านบนไว้คอยเก็บ หรือ ชัก ม่านออกมาเมื่องาน อย่างไรก็ดี ม่านม้วน จะใช้กับหน้าต่างและประตูขนาดเล็กโดยส่วนมาก แต่ก็ยังมี หลายลักษณะ และ รูปแบบให้เลือกให้เข้ากับอารมณ์ของห้องนั้นๆ

ม่านม้วน และ ผ้าม่าน มีลักษณะ การใช้งานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการใช้งาน รวมไปถึงงบประมาณ ที่จะใช้ในแต่ละห้อง อีกทั้งในเรื่องของ สถานที่ที่ใช้งาน เช่น office ส่วนใหญ่ก็ใช้ม่านม้วนแทนผ้าม่านธรรมดา เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด การใช้งาน และการจัดเก็บ หากเป็นบ้าน คอนโด หรือ อพาร์ทเมนท์ ก็จะนิยมใช้ม่านม้วนกันซะมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของประตูและหน้าต่าง รวมไปถึง Design ของแต่ละห้องอีกด้วย

blind and curtain deal

ดูเหมือนจะมีข้อดีเท่าๆกัน? แล้วเลือกอันไหนดีหล่ะ?
โดยปกติแล้ว ไม่มีบ้านไหน ที่จะเลือกใช้ ผ้าม่านทั้งหลัง หรือ จะใช้ Roller Blind ทั้งหลัง ทั้งนี้เนื่องจากลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันไปในแต่ละห้อง ดังนั้น ที่อยู่อาศัยแต่ละที่ก็จะมีการผสมปนเปไปกับการใช้ผ้าม่าน พร้อม ทั้ง Roller Blind เพื่อความสะดวกในการใช้งานมากที่สุด ตัวอย่างเช่นในห้องนอน จะมีหน้าต่างบางบานที่ต้องการที่จะให้แสงเล็ดลอดผ่านมาน้อยที่สุดเพื่อให้นอนหลับสนิทดีที่สุด ก็เลือกใช้ Roller Blind ที่ทำมาจาก Plastic Fabric ที่สามารถกันแสงได้เกือบ 100% และหากเป็นห้องรับแขก ก็สามารถเลือกใช้ผ้าม่านลายสวยๆ เพื่อ เป็นหน้าเป็นตา พร้อมเป็นการประดับบ้านไปในตัวครับ