Home บทความ ฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพ คืออะไร น่ากลัวแค่ไหน

ฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพ คืออะไร น่ากลัวแค่ไหน

วิธีรับมือกับฝุ่นละออง PM 2.5 ต้องทำอย่างไร!

ในวันที่ 21 ธันวาคม 2561 เป็นอีกวันที่คนไทยในกรุงเทพฯ ต้องตื่นตระหนกกับสภาพอากาศ ที่เหมือนมีหมอกควันปกคลุมทั่วท้องฟ้า ซึ่งถ้าเป็นแค่หมอกธรรมดา ก็ดูจะไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้สิ่งที่ปกคลุมอยู่ทั่วท้องฟ้าคือฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งเรียกให้เข้าใจง่ายคือ เป็นฝุ่นพิษขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่าเส้นผม ขนจมูกไม่สามารถกรองได้ อีกทั้งยังส่งผลเสียแก่ร่างกาย เพราะหากฝุ่นละออง PM 2.5 แพร่กระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ กระแสเลือด รวมถึงแทรกซึมเข้าสู่ร่ายกาย และอวัยวะภายในต่างๆ ก็มีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคเรื้อรัง และเป็นโรคมะเร็งอีกด้วย

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคร้ายที่มาจากมลพิษทางอากาศ เรามีข้อมูลเกี่ยวกับฝุ่นละออง PM 2.5 มาบอก เพื่อจะได้ทำความรู้จักกับฝุ่นละอองชนิดนี้ให้มากขึ้น รวมถึงวิธีป้องกันเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่น่าตื่นตระหนกในครั้งนี้

◊ ฝุ่นละออง PM 2.5 เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ?

ต้นเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 มีดังนี้ต่อไปนี้

  • เกิดจากการเผาในพื้นที่เพราะปลูกพืชเชิงเดียว โดยจุดประสงค์คือป้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานการผลิตอาหารของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งมีส่วนทำให้ปล่อย PM 2.5 มากที่สุดถึง 209,937 ตันต่อปี
  • มาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงที่เป็นดีเซล และแก๊สโซฮอล โดยเป็นแหล่งกำเนิดของออกไซด์ และไนโตรเจน รวมถึงซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โดยมีส่วยทำให้ปล่อย PM 2.5 ถึง 50,240 ตันต่อปี
  • การผลิตไฟฟ้ามีส่วนทำให้ปล่อย PM 2.5 ราว 31,793 ตันต่อปี ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซต์ และออกไซ์ไนโตรเจนสู้ชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก
  • อุตสาหกรรมการผลิตมีส่วยทำให้ปล่อย PM 2.5 ราว 65,140 ตันต่อปี โดยเกิดจากสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากสารเคมี และอุตสาหกรรม

อีกทั้งการรวมตัวของก็าซในชั้ยบรรยากาศอย่าง ซัลเฟอร์ไดออกไซด์, ออกไซด์ของไนโตรเจน, สารปรอท, แคดเมียม, อาร์เซนิก และโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน ก็เป็นสารพิษที่ส่งผลอันตรายต่อร่างกายเช่นกัน

◊ ฝุ่นละออง PM 2.5 ทำให้เกิดโรคร้าย และเสียชีวิต!

ตามข้อมูลขององค์กรอนามัยโลก PM 2.5 อยู่ในกลุ่มที่ 1 ที่ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง โดยเป็ยสาเหตุ 1 ใน 8 ที่ทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ธนาคารโลกยังได้ระบุเอาไว้ว่า  PM 2.5 เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตจากมิลพิษในอากาศมากถึง 5 หมื่นราย

หากเป็นผู้ที่ปัญาสุขภาพ อาทิ โรคระบบทางเดินหายใจ รวมถึงโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองสูงเกิดมาตรฐาน

มีข้อมูลระบุเอาไว้ว่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่มีค่าสูง มีเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว โดยมักเกิดขึ้นช่วงที่เปลี่ยนฤดูกาล ซึ่งช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะมีหมอกเกิดขึ้น ทำให้อากาศปิด และแสงแดดส่องไม่ถึงพื้น จึงทำให้ฝุ่นละอองขาดแรงการผลักให้ลอยสูงขึ้น และไปสะสมอยู่ในอากาศเรี่ยพื้นดิน

◊ จังหวัดที่พบ ฝุ่นละออง PM 2.5 มากที่สุด 

  • จังหวัดสระบุรี : บริเวณหน้าพระลาน มีฝุ่นละองง PM 2.5 ถึง 36 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • จังหวัดกรุงเทพฯ : บริเวณธนบุรี มีฝุ่นละองง PM 2.5 ถึง 31 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • จังหวัดของแก่น : ภายในตัวเมือง มีฝุ่นละองง PM 2.5 ถึง 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • สมุทรสาคร : ภายในตัวเมือง มีฝุ่นละองง PM 2.5 ถึง 29 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • เชียงใหม่ : บริเวณ ต. ช้างเผือก มีฝุ่นละองง PM 2.5 ถึง 29 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

◊ วิธีรับมือกับฝุ่นละออง PM 2.5

เมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้สภาพอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นละองง PM 2.5 ควรใส่หน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นระดับ N95 โดยมีคุณสมบัติที่สามารถกรองอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้ถึง 95%

การเกิดฝุ่นละออง PM 2.5 นับเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ใครหลายคนต่างวิตกกังวล ว่าจะส่งผลเสียต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน รวมถึงจะมีมาตรตราการอะไรมารับมือกับมลพิษนี้บ้าง ซึ่งทางที่ดีที่สุด ควรใส่หน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นระดับ N95 เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ และไม่เสี่ยงเป็นโรคร้ายแรง! ด้วยความปรารถนาดีจาก ทีมงาน Promotions

Exit mobile version