ขอคืนเงินภาษีได้บุคคลธรรมดา ทำแบบไหนได้เงินคืนเร็ว

สำหรับมนุษย์เงินเดือน และมนุษย์ออฟฟิศหลังจากเข้าสู่ช่วงปีใหม่ เริ่มต้นปีใหม่ในปี 2563 นี้ การยื่นภาษีเงินได้บุุคคลธรรมดา สำหรับการลดหย่อนภาษีให้แก่กรมสรรพากรการยื่นภาษีในปี 2563 นั้นจะมีการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะเป็นการจัดเก็บแบบขั้นบันได 5-35% จากรายได้สุทธิ สำหรับผู้ที่มีรายได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี  จะเป็นผู้ได้รับยกเว้นภาษี หลายคนนั้นมีการถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปกับเงินเดือนทุกเดือนอยู่แล้ว และมีสิทธิลดหย่อนภาษีรายการต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นมา ก็จะได้รับเงินภาษีที่เสียไปกลับคืนมาอีกด้วย

ในปัจจุบันการขอคืนภาษีสามารถขอรับเงินผ่านพร้อมเพย์ที่ผูกกับหมายเลขบัตรประชาชน​ได้เช่นเดียวกันจะได้เงินคืนภาษีแบบรวดเร็วทันใจ โดยการสมัครบริการพร้อมเพย์และผูกบัญชีเข้ากับเลขบัตรประชาชน ก่อนทำการยื่นภาษี จะได้รับเงินคืนรวดเร็วกว่าหากไม่มีการเรียกตรวจเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติม และอีกหนึ่งรูปแบบคือการได้คืนเป็นเช็ค กรณีขอคืนภาษีที่ชําระไว้เกิน ทางกรมสรรพากรจะคืนเงินภาษีโดยส่งเป็นเช็คธนาคารกรุงไทย จํากัด(มหาชน) พร้อมกับหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ผู้ขอคืนภาษีตามที่อยู่ที่ระบุ ทางไปรษณีย์โดยผู้มีเงินได้ที่ได้รับคืนเงินภาษีสามารถเลือกให้ส่งเช็คคืนภาษีทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ หรือ  EMSโดยจะเสียค่าใช้จ่ายฉบับละ 32 บาท โดยจะหักจากเงินภาษีที่ได้รับคืน ซึ่งต้องได้รับคืนไม่น้อยกว่าค่าบริการฝากส่งนั่นเอง

ทั้งนี้กรมสรรพากรมีบริการเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้เสียภาษีที่เลือกยื่นแสดงรายการภาษีทางอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ www.rd.go.th หรือยื่นทาง Rd Smart Tax Application ทางมือถือ และต้องการจะขอคืนเงินภาษีที่ชําระไว้เกิน สามารถเลือกรับคืนเงินภาษีโดยผ่านบัญชี พร้อมเพย์ที่ลงทะเบียนหรือผูกไว้กับบัญชีธนาคารที่ต้องการก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยกรมสรรพากร จะส่วข้อความแจ้งการคืนภาษีหรือขอเอกสารเพิ่มเติมผ่านระบบ SMS ให้ทราบ สําหรับการขอคืนภาษีที่ชําระไว้เกิน หากมิได้ลงลายมือชื่อแจ้งความประสงค์จะขอคืนเงินภาษี

สำหรับการยื่นภาษีนั้นสามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563 แต่ถ้าหากยื่นผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพากร และผ่านแอปพลิเคชัน Rd smart tax จะสามารถยื่นได้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2563 พร้อมทั้งสามารถดาวน์โหลดแอผพลิเคชั่นได้ทั้งผ่าน IOS และ Android เลยนะคะ

READ MORE :