X24 และ X6

เมื่อปีที่แล้วทาง Facebook เคยออกมาบอกว่า เค้าจะทำกล้องแบบ 360 องศา ที่สามารถอัดวีดีโอได้แบบสามมิติ โดยการใช้ Software เข้าช่วย และยังมีบอกว่าการ Live Facebook แบบ 360 องศา จะสามารถทำได้ด้วย และทาง Facebook เปิดตัวกล้องนี้ในงาน F8 กับกล้อง X24 และ X6 ซึ่งสามารถถ่ายวีดีโอได้จาก 6 มุมมอง และสามารถทำวีดีโอแบบ 360 องศาได้อย่างง่ายๆ

สำหรับกล้อง X24 แน่นอนว่ามันสามารถถ่ายได้ถึง 24 มุม และ อย่างที่คาดเดากันว่า X6 ก็สามารถถ่ายได้ 6 มุมเช่นเดียวกัน หากนึกภาพไม่ออก มันคือกล้องที่คล้ายๆกับลูกบอล ที่สายตาอยู่ในลูกบอลและสามารถเห็นได้ทุกมุม และกล้องทั้งสองตัวนี้ สามารถใช้ในงานถ่าย 360 องศา คุณภาพสูง และอย่างที่บอกกันคือ X6 มันจะมีขนาดเล็กกว่า ซึ่งคาดว่าเหมือนกับกล้อง Giroptic IO ที่เคยรีวิวไปแล้วครั้งหนึง่ แต่ก็อย่าพึ่งดีใจไป เพราะ Facebook เค้าไม่ได้กะว่าจะขายกล้องด้วยตัวเอง แต่จะเป็นการขาย License ให้บริษัทผู้ผลิตไปผลิตจำหน่ายแทน และภาพที่เห็นตอนนี้คือภาพที่เป็น “ตัวต้นแบบ” หรือ Prototype ของทาง Facebook และสำหรับตัว X24 เป็นตัวที่ผลิตร่วมกับ FLIR ที่เป็นบริษัทผลิตกล้องแบบใช้การตรวจจับความร้อน แต่สำหรับ X6 เป็นกล้องที่ทาง Facebook ผลิตขึ้นเอง

กล้อง 360 Surround ของ Facebook

ก่อนที่จะตื่นเต้นกัน และจะไปหาซื้อกัน เรามาดูกันก่อนว่า เจ้ากล้อง Facebook X24 และ X6 มันมีอะไรแตกต่างจากกล้อง 360 องศาทั่วๆไป? เช่นกล้อง Giroptic ที่บอกไป หรือกล้องของ Ricoh Theta ด้วยกล้องแบบธรรมดา มันจะมีแค่เลนส์แบบ fixed ซึ่งเมื่อเวลาใช้เล่นกับ VR กล้องก็จะไม่ได้หมุนตามตัวคุณ แต่สำหรับการใช้กล้องของ Facebook X24 X6 มันจะแตกต่างกันออกไป เพราะคุณสามารถขยับหัว ขยับตาดู ตามที่คุณอยากจะไป แม้ว่ากล้องจะไม่เคยหมุนไปทางนั้นมาก่อน ไม่ว่าจะหมุนไปทางหน้า หรือ หลัง ข้างซ้ายหรือขวา บนหรือล่าง คุณจะสามารถเห็นทุกอย่างได้แบบ 360 องศา ด้วยความช่วยเหลือจาก Software จาก facebook ตัวใหม่ ซึ่งเราคาดว่าในอนาคต การใช้กล้องเทคโนโลยีแบบนี้ คงมีอยู่ใน Selfie Drone ด้วย และลองคิดดูว่า หากเราสามารถมองผ่าน Drone แบบ Real-Time ได้ 360 องศา ซึ่งคิดว่าการมอง คงได้เห็นอะไรได้ดีกว่านกที่บินอยู่บนท้องฟ้าเสียอีก

อีกจุดหนึ่งของกล้อง X6 ก็คือ แต่ละ Pixel ของกล้องที่ถ่ายมันจะมีความตื้นลึกหนาบาง คือพูดง่ายๆ แต่ละ Pixel ของมันจะเป็นแบบ 3D นั่นเอง และจะทำให้คนที่ถ่ายทำ แบบ 3D จะสามารถเล่นกันกับการใช้คู่กับ VR ได้ง่ายขึ้น ดีขึ้น มากไปกว่านั้น ทาง Facebook ได้มีการทำงานร่วมกันกับ Adobe เพื่อสำหรับปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในรูปแบบ Post-Production หรือการทำ video content ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นก่อนที่จะไปปรากฎเป็นวีดีโอ สู่สายตาของผู้ชม

สำหรับสิ่งที่ Facebook อยากจะเห็นก็คือ เค้าอยากเห็นคนผลิต content แบบ 3D เจ๋งๆ 360 แบบเจ๋งๆ ออกมาโชว์กันใน Facebook ซึ่งในการณ์นี้เค้าเลยพยายามผลิต hardware และ software สำหรับการทำ content แบบที่เค้าอยากจะเห็นนั่นเอง