ซื้อ น้ำแร่ยี่ห้อไหนดี สำหรับดื่มหน้าร้อนนี้

วันนี้ Promotions.co.th เรามีของมารีวิวให้กับทุกคนได้ดูกันอีกแล้ว เป็นการหยิบของจากเซเว่นหน้าปากซอยนี่เอง ใกล้ตัวเสียจนเราไม่คิดว่าจะหิ้วกลับมาเขียน แต่เนื่องจากความสงสัย และคิดว่าคงจะมีคนสงสัยเหมือนกันว่า น้ำแร่แบบดื่มนี้ ใช้แทนน้ำแร่ฉีดหน้าได้หรือเปล่า?

4 แบรนด์น้ำแร่ที่ซื้อมาลองในวันนี้ ได้แก่ ออร่า ตราช้าง เพอร์ร่า และ น้ำแร่เซเว่นซีเล็ค

น้ำแร่สำหรับดื่ม

 ♥

น้ำแร่ออร่า

เป็นแบรนด์น้ำแร่เก่าแก่ที่อยู่คู่เซเว่นมานาน เห็นขายในเซเว่นมาตั้งแต่เด็กๆ

แร่ธาตุ : แคลเซียม, แมกนีเซียม, โซเดียม, โพแทสเซียม, คลอไรด์, ซัลเฟต,ฟลูโอไรด์, ซิลิกา, สังกะสี, ไบคาบอเนต
แหล่งน้ำแร่ : จากน้ำพุเย็น แม่ริม ประเทศไทย
ขนาด : 500 มิลลิลิตร
รสชาติ : ขมนิดๆ บางคนก็ว่าหวาน ไม่มีกลิ่น
ราคา : 10 บาท

น้ำแร่สำหรับดื่ม ตรา ออร่า

 ♥

น้ำแร่เซเว่นซีเล็ค

แร่ธาตุ : แคลเซียม, แมกนีเซียม, โซเดียม, โพแทสเซียม, คลอไรด์, ซัลเฟต, ซิลิกา, สังกะสี
แหล่งน้ำแร่ : ชั้นหินจากภูเขาไฟ
ขนาด : 1,000 มิลลิลิตร
รสชาติ : จืด ไม่รู้สึกว่าแตกต่างกับน้ำเปล่าธรรมดาเท่าไหร่ (ถ้าเทียบกับน้ำตราสิงห์ ตราสิงห์จะมีกลิ่นกว่า)
ราคา : 10 บาท

น้ำแร่เซเว่น

 ♥

น้ำแร่ตราช้าง

แร่ธาตุ : แคลเซียม, แมกนีเซียม, โซเดียม, โพแทสเซียม, คลอไรด์, ซัลเฟต, ฟลูออไรด์, ไบคาร์บอเนต
แหล่งน้ำแร่ : ชั้นหินในน้ำเจ้าพระยา
ขนาด : 400 มิลลิลิตร
รสชาติ : จืด
ราคา : 10 บาท

น้ำแร่สำหรับดื่ม ตรา ช้าง

 ♥

น้ำแร่เพอร์ร่า

แร่ธาตุ : แคลเซียม, แมกนีเซียม, โซเดียม, โพแทสเซียม, ซัลเฟต, ฟลูออไรด์, ไบคาร์บอเนต
แหล่งน้ำแร่ : น้ำแร่จากแหล่งพระงาม
ขนาด : 500 มิลลิลิตร
รสชาติ :  มีกลิ่นบางๆ บอกไม่ถูก แต่ว่าไม่เหม็น แตกต่างกับน้ำเปล่าทั่วไปมาก
ราคา : 10+ บาท (ตอนซื้อมีโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1)

น้ำแร่สำหรับดื่ม ตรา pura

น้ำแร่สำหรับดื่ม ใช้ แทน สเปรย์น้ำแร่ ฉีดหน้า ได้ไหม

ความจริงคือ ใช้แทนกันได้ สำหรับคนที่ไม่หวังผลว่าจะต้องขาวเนียนนุ่ม เนื่องจากน้ำแร่นั้นให้ความชุ่มชื้นกับผิว และปรับสภาพผิวสู่ pH ปกติที่มีค่าอยู่ที่ 4.7 – 5.75 (เป็นกรด) ซึ่งน้ำแร่ มีค่าอยู่ที่ 7-8 ใช้สำหรับ ลดค่า pH ผิวหนัง ที่บางที่ต่ำกว่า 4 ให้กลับมาสู่ค่าปกติ ทำให้คุณรู้สึกสดชื่น เครื่องสำอางยังติดทน และไม่สูญเสียความชุ่มชื่น แร่ธาตุไม่ได้ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ทั้งหมด เพียงแต่มาช่วยลดค่าความเป็นกรดให้กับผิวชั้นนอก และ ลดโอกาสเติบโตแบคทีเรีย บางชนิด  ถ้าอยากให้ได้แร่ธาตุมากๆ ก็เลือกพวกน้ำแร่ที่เขียนแร่ข้างขวดไว้เยอะๆ หน่อย แต่ก็ไม่ได้ช่วยเรื่องความขาวใสมาก

น้ำแร่สำหรับดื่ม ต่างกับ น้ำเปล่า อย่างไร

เวลาเหนื่อยๆ ร้อนๆ ชอบซื้อมาเป็นประจำ รู้สึกว่าแก้ฤทธิ์ของเครื่องเทศปรุงรสอาหารได้ (เค็ม หวาน ที่ติดลิ้น) แก้กระหายได้ดีกว่าน้ำเปล่าอย่างบอกไม่ถูก (แต่ก็ไม่ได้เห็นผลมากขนาดนั้น) ไม่ต้องจิบดื่มบ่อย แรกๆ จะรู้สึกขม แต่แก้กระหายแบบยาวๆ ได้

วิธีดื่มน้ำแร่

น้ำแร่ เป็นการเสริมแร่ธาตุบางอย่างให้กับเซลล์ร่างกายของคนเรา ไม่ควรดื่มแทนน้ำเปล่าตลอดเวลา เพราะร่างกายจะเสียสมดุลภายใน  น้ำแร่ส่วนใหญ่ที่ผลิตออกมา จะไม่เกินอัตราที่ร่างกายรับไหวต่อวัน แต่หากกินติดกันทุกมื้อ จะทำให้ไตทำงานหนักในการกรองสาร

จากเว็บไซต์คณะเภสัชศาสตร์ จากมหิดล (เรื่อง มารู้จักน้ำแร่กันเถอะ โดยเภสัชกรหญิง ดารวี ศิริพรหม ภาควิชาอาหารและเคมี) ได้แนะนำว่า วิธีดื่มน้ำแร่ แบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

  1. ดื่มน้ำแร่ 1 ลิตร ภายใน 30 นาที ในขณะที่ท้องว่างเพื่อใช้สำหรับขับของเสียพวก นิ่ว ออกจากร่างกาย  แต่ห้ามดื่มก่อนนอน
  2. ทยอยดื่ม 500 มิลลิลิตร ตามด้วยน้ำแร่ 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยจิบแต่น้อยขณะอ่อนเพลีย และดื่มระหว่างมื้ออาหาร (คือมีข้าวอยู่นท้องด้วย)

นอกจากนี้ผู้เป็นนักกีฬา ถ้าดื่มน้ำแร่ 2 ชั่วโมงก่อนการแข่งขัน และดื่ม 100-150 มิลลิลิตรทุก 15-20 นาทีขณะแข่งขัน และ 400-500 มิลลิลิตร ใน 15 นาทีสุดท้ายของการแข็งขัน จะช่วยเรื่องการสูญเสียน้ำด้วย แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับบุคคลที่ไม่ควรดื่มน้ำแร่ ได้แก่

  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคไต และ มีอาการหัวใจทำงานได้ไม่ดี
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคบวมน้ำ
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง (ไม่ควรดื่มน้ำแร่ที่มีโซเดียมสูง)
  • ผู้ป่วยที่เป็นแผลในกระเพาะอาหาร (หลีกเลี่ยงน้ำแร่ที่มีคาร์บอเนต)
  • ผู้ป่วยที่มีโรคเกียวกับทางเดินอาหาร (หลีกเลี่ยงน้ำแร่ที่มีซัลเฟต, โซเดียมคลอไรด์)
  • ผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับหลอดลมและระบบทางเดินหายใจ (หลีกเลี่ยงน้ำแร่ที่มีซัลเฟอร์)

สรุปแล้วคือน้ำแร่ แตกต่างจากน้ำธรรมดาเพียงเพราะมีแร่ธาตุมากกว่า 5 ชนิดขึ้นไป ในขณะที่น้ำธรรมดาที่ต้มสุก สะอาด จะมีแร่ธาตุอยู่เพียงไม่กี่ชนิดในปริมาณน้อย เพราะน้ำเป็นตัวทำละลายสำคัญที่ร่างกายของเราต้องมี  รู้อย่างนี้แล้วก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะดื่มน้ำแร่ได้ อย่างแอดมินเองเป็นโรคกระเพาะกำเริบบ่อย ก็ควรหลีกเลี่ยงน้ำแร่ที่มีซัลเฟตหรือโซเดียมคลอไรด์สูงๆ  ถ้าร่างกายไม่รู้สึกขาดแร่ธาตุหรือกระหายแบบแปลกๆ ก็ไม่ต้องดื่มก็ได้ ใช้ดื่มนานๆ ที แต่ไม่ควรดื่มเป็นประจำทุกวันนะคะ