ทำไมต้องใช้หนังสือรับรองเงินเดือน ขอสินเชื่อ

สวัสดีค่ะ วันนี้เว็บไซต์ Promotions ขอพามาแนะนำวิธีการเพิ่มความน่าเชื่อถือในการอนุมัติวงเงิน ของ บัตรเครดิต ทุกธนาคารมาฝากกัน นั่นก็คือ การยื่น สลิปเงินเดือน และหนังสือรับรองเงินเดือน จากบริษัทหรือองค์กรต้นสังกัดที่ท่านทำงานอยู่ เพื่อใช้ยืนยันตัวตน มาดูกันว่า ทำไมต้องใช้เอกสารรับรองเงินเดือนเพื่อขอทำบัตรเครดิตด้วย

1. ใช้ยืนยันรายได้

เอกสารรับรองเงินเดือน เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าหน้าที่อนุมัติสินเชื่อ ใช้พิจารณาสินเชื่ออยู่ที่เกือบ 100% ซึ่งหากเป็นสลิปเงินเดือนอย่างเดียว ก็สามารถอนุมัติผ่านได้เร็วขึ้น  แต่หากเป็นหนังสือรับรองเงินเดือน หรือ เอกสารรับเงินเดือนธรรมดาผ่านอีเมล จะต้องแสดง Statement ของธนาคารเพิ่มเติมด้วย

2. ใช้ยืนยันตัวตนของคุณ

ชื่อ – สกุล และตำแหน่งในหนังสือรับรองเงินเดือนของคุณ ต้องตรงกับบัตรประชาชน และในเอกสารที่คุณกรอกขอข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่า คุณมีตัวตนอยู่จริง  เพราะการเปิดบัญชีบัตรเครดิต จะได้วงเงินที่นำไปใช้จ่ายได้ หากบุคคลถูกนำชื่อไปเปิดบัตรเครดิต ก็จะทำให้ธนาคารสูญเสียเงินจากการปล่อยกู้ และต้องเสียเวลาฟ้องร้องกันอีกยาว

3. ใช้ยืนยันผู้จ้าง

ในเอกสารรับรองเงินเดือน / ใบรับเงินเดือน จะต้องมีชื่อของบริษัทที่ว่าจ้าง (หรือ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ของบริษัทผู้จ้าง) และที่ตั้ง ที่อยู่ อย่างชัดเจน  พร้อมยืนยันชื่อตำแหน่ง ของคุณ เพื่อง่ายต่อการยืนยันตัวตน ประกอบกับเอกสารหนังสือสัญญาที่คุณเขียนขอ

สลิปคาร์บอน
(ไม่ต้องใช้ Statement ประกอบ)

ใบรับเงินเดือน สลิปคาร์บอน

ใบรับรองเงินเดือน / หนังสือรับรองเงินเดือน
(ต้องใช้ STATEMENT ประกอบ)

ตัวอย่าง หนังสือรับรองเงินเดือน ข้าราชการ

การแนบ Statement

เมื่อต้องแนบ Statement ประกอบ แน่นอนว่า จะต้องใช้สำเนาสมุดบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6-12 เดือน ในกรณีที่สมุดบัญชีมีการอัพเดทเป็นประจำ ก็ถ่ายสำเนาเซ็นรับรองได้เลย แต่หากนานๆ ไปอัพเดทที ต้องใช้เวลาขอ Statement ใหม่ 2-3 วันทำการ (ของธนาคาร) ลักษณะของสมุดบัญชีที่ถ่ายสำเนาส่งธนาคารได้เลย มีดังนี้

  • สำเนาสมุดบัญชีที่มีเงินเข้าประจำ ทุกๆ 3 เดือน
  • มียอดเงินจากต้นสังกัด / บริษัท เข้าทุก 3 เดือน
  • มีการอัพเดทสมุดบัญชีอย่างต่อเนื่อง
  • มีรายการย้อนหลัง 6-12 เดือน
  • เซ็นสำเนาถูกต้องครบทุกหน้า และเซ็นเหมือนกันนะจ้ะ
ตัวอย่าง สำเนาสมุดบัญชี หน้าแรก ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมลายเซ็นต์แบบมีวัตถุประสงค์

วิธีการเซ็นชื่อ 

  1. เซ็นคำว่า “สำเนาถูกต้อง สำหรับขอเปิด บัตรเครดิต (ตามด้วยชื่อผลิตภัณฑ์ เช่น be1st, UP2ME, Flash PLUS ) ของธนาคาร (ค่ายต่างๆ) เท่านั้น”
  2. เซ็นชื่อของคุณ ด้วยลายมือ หรือ ลายเซ็น แต่ต้องเหมือนกันทุกที่บนเอกสาร

ต้องเซ็นให้เหมือนกันทุกหน้า และลายเซ็นที่ปลอมยากที่สุด คือลายเซ็นที่เป็นลายมือเท่านั้น ควรจะขีดคร่อมบนเอกสาร เพราะจะไม่ถูกปลอมแปลงได้ง่าย ทับส่วนอื่นที่ไม่สำคัญ แต่ต้องให้มองเห็น “ตัวเลข” และ “ชื่อ – สกุล” เสมอ  เพียงเท่านี้ เอกสารของคุณก็พร้อมยื่นทำบัตรเครดิตแล้ว แต่อย่าลืมตรวจเช็คเอกสารอื่นๆ ด้วย

ตรวจสอบ เอกสาร สำหรับขอทำบัตรเครดิต

Special Trick

เมื่อเศรษฐกิจฝืด การขอบัตรเครดิตอาจจะยากขึ้น ธนาคารปล่อยกู้ยากขึ้น และหากต้องการให้อนุมัติผ่าน จะต้องเตรียมตัวเป็นอย่างดีในด้านการเตรียมเอกสาร  และธนาคารส่วนใหญ่จะให้วงเงินบัตรเครดิตไม่เกิน 5 เท่า ของเงินเดือน (หรือรายได้) เท่านั้น และจะพิจารณาถึง ความสามารถในการชำระหนี้ของคุณด้วย หากคุณมีบัตรเครดิตหลายใบ และยื่นขอตอนที่ใบเก่ายังมียอดค้างชำระอยู่มาก ธนาคารก็จะอนุมัติวงเงินให้น้อย  แต่หลังจากปิดหนี้หมด และต้องการเพิ่มวงเงิน ก็ขอวงเงินเพิ่มเติมได้ในภายหลัง